บทที่ 18 แดงจัด
ขณะอาจูกำลังยืนคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น ซือฝุผู้สงบนิ่งก็คว้าเสื้อคลุมที่เธอ
ตากไว้บนราวขึ้นมาห่อร่างให้แก้ขัด
เสื้อตัวที่เขาหยิบขึ้นมานั้นเป็นเสื้อคลุมของเขา เมื่อมันมาอยู่บนร่างเธอ ผืนผ้าอันใหญ่ยาวจึงห่อหุ้มเรือนร่างสาวรุ่นซึ่งเหลือเพียงเอี๊ยมตัวในไว้อย่างมิดชิด
ท่ามกลางความเงียบงัน ท่านจ้าวหุบเขาเอ่ยออกมาเพียงสองคำ
“เสื้อข้า”
อาจูกะพริบตาสองปริบ คราวนี้เธอไม่ได้เสแสร้งเลยสักนิด
ข้ารู้แล้วว่าบนตัวข้าคือเสื้อคลุมของท่าน แล้วมันอย่างไรกันล่ะ? หือ?
“เสื้อผ้าชุดใหม่อยู่ที่ไหน”
อ้อ...ที่แท้ท่านมาที่นี่ก็เพราะจะเอาเสื้อผ้าชุดใหม่แทนเสื้อคลุมตัวนี้
อาจูรีบกระชับเสื้อคลุมตัวใหญ่แล้วก้าวขาเดินไปยังมุมเล็กๆ หลังฉากกั้น มุมเดียวกับที่เธอวางหีบเสื้อผ้าที่เพิ่งได้มาใหม่เรียงไว้ หลังจากรื้อค้นอยู่ชั่วอึดใจ ร่างอ้อนแอ้นในชุดเสื้อคลุมรุ่มร่ามไม่พอดีตัวอย่างที่สุดก็หยิบเสื้อผ้าเนื้อดีสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมา
ท่านจ้าวหุบเขาผู้นี้มีเสื้อผ้าเนื้อดีอยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นสี
น้ำเงินเข้ม นี่เป็นชุดสีขาวในจำนวนน้อยชิ้นที่มีอยู่...
“ซือฝุ...ท่านคิดว่าเสื้อผ้าชุดนี้เป็นอย่างไร?” ปากถามไป ในใจก็คาดหวังให้เขาตอบรับอย่างที่สุด
หลังจากเห็นเขาปรากฏตัวในชุดสีขาวเจิดจ้าใต้แสงจันทร์ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงได้รู้สึกว่า ถึงแม้ชุดสีขาวจะทำให้เขายิ่งดูสูงส่ง ขณะเดียวกันมันกลับทำให้เขาดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด...
เธอยังอยากจะมองเขาในรูปแบบนี้ไปอีกนานๆ เพราะฉะนั้น...
ซือฝุเจ้าคะ! ช่วยสวมชุดนี้เถอะนะเจ้าคะ!
ความคาดหวังอันท่วมท้นย้อมให้นัยน์ตาสีนิลเปล่งประกายระยิบระยับยิ่งกว่าแสงดาวในคืนเดือนมืดที่อากาศเย็นสบายที่สุด
เจ้าของใบหน้านิ่งสนิทมองตาเธอ นิ่ง นาน ในที่สุดก็เอ่ยขึ้นหนึ่งคำ
“เอามานี่”
จวี๋ฮวาคลี่ยิ้มงดงาม แววตาเต็มตื้น
ลูกศิษย์ร่างเล็กรีบเดินลากชายเสื้อคลุมตัวใหญ่ไปหาซือฝุ อาจเพราะเร่งรีบจนเกินไป จังหวะเดินใกล้จะถึงคนยืนรอ ปลายเท้าขาวผ่องก็เกิดสะดุดชายเสื้อที่ลากยาว พุ่งเข้าใส่อ้อมอกท่านจ้าวหุบเขาราวกับเสแสร้ง
“อ๊ะ...”
คราวนี้ดูเหมือนซือฝุของเธอจะมือไว จังหวะที่จวี๋ฮวาเสียหลัก ท่านจ้าวหุบเขาก็ขยับมือแข็งแกร่งทั้งสองข้างขึ้นจับแขนนางไว้
จวี๋ฮวาเงยหน้าขึ้นสบตาซือฝุ ดวงตาซื่อใส
“ซือฝุ...ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” ลูกศิษย์ร่างเล็กรีบหงายมือยื่นเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เขา ความใกล้และความขาวของเสื้อผ้าขับให้เห็นชัดเจนว่ายามนี้ฝ่ามืออันบอบบางของจวี๋ฮวาแดงก่ำ บางจุดมีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ ดูน่าสงสาร
คล้ายไม่ต้องการให้คนตรงหน้าเห็นสิ่งนี้ จวี๋ฮวารีบพลิกมือลงคว่ำ ก้มหน้าหลบสายตา เบี่ยงตัวหลบเยื้องไปทางด้านข้าง
ท่ามกลางแสงสลัวราง ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นช่างดูน่าถนอมแต่ก็เย้ายวน...
“ซือฝุ...ท่านต้องการให้ศิษย์ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือไม่”
เจ้าของดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าเด็กสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าแววตาสงบราบเรียบยากจะอ่านใจ เมื่อมองแล้วไม่เห็นว่านางจะมีสิ่งผิดแปลกใด จ้าวหุบเขาเดียวดายก็ขยับริมฝีปากถามเสียงขรึม
“เจ้ากล้าหรือ”
“เอ๊ะ?” เสี่ยวจวี๋ฮวาเงยหน้าขึ้น สีหน้างุนงง ชั่วเสี้ยววินาทีถัดมา ใบหน้าขาวนวลก็พลันขึ้นสีอีกระลอก
“ขะ ข้า...ศิษย์...ศิษย์หมายความว่า ที่นี่เองก็มีฉากกั้น หากท่านต้องการ ศิษย์สามารถช่วยท่านผูกปมเสื้อ ส่งของให้ และช่วยผูกสายคาดเอว” นางรีบอธิบาย “นะ นี่ก็ดึกแล้ว ข้าคิดว่า...เอ่อ...ศิษย์เพียงแต่ ศิษย์แค่... ”
“เอาสิ”
คำตอบสั้นๆ ทำเอาอาจูถึงขั้นกรีดร้องในใจ
เดี๋ยวๆๆๆ เอาจริงหรือเฮีย นี่ท่านเริ่มคิดอะไรนอกลู่นอกทางกับข้าแล้ว
ใช่หรือไม่!
ข้าเต๊าะท่านได้เพราะไส้ในของข้าเป็นศิษย์ไร้คุณธรรมจากโลกสมัยใหม่ แต่ท่านเป็นครูบาอาจารย์ของยุคโบร่ำโบราณของแท้และดั้งเดิม จำได้ว่าตามหลักคำสอนที่มีมาแต่โบราณ...จะยุคสมัยไหนก็ช่างเถอะ กล่าวกันว่าครูบาอาจารย์ก็เหมือนหนึ่งบิดา ในเมื่อครูบาอาจารย์มีสถานะเหมือนหนึ่งบิดา ท่านย่อมต้องเห็นข้าเป็นบุตรี ท่านจะประพฤติตนให้เสื่อมเสียสถาบันครูบาอาจารย์และบิดาอันน่าเคารพนับถือมิได้นะ!
...คราวนี้ใบหน้าเธอแดงจัดจริงๆ แล้ว...
