บทที่ 6 คิดมากทำไม

เอาวะ ดอกก็ดอก!

อย่างน้อยๆ ก็ได้เป็นดอกเบญจมาศเลยนะ! ดอกเบญจมาศเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความมั่นคง และความอุดมสมบูรณ์ยังไงล่ะ!

เธอพยายามนึกถึงความหมายที่ดีงามของดอกเบญจมาศ มากกว่าชื่อหนังเรื่อง Curse of the Golden Flower หนังจีนย้อนยุคที่พูดถึงราชวงศ์ราชวงศ์หนึ่งและดอกเบญจมาศ ที่โดนเว็บไซต์วิจารณ์หนังเอามาแปลชื่อเป็นภาษาไทยซะเสียหายว่า “คำสาปดอกทอง”

...

ว่าแต่...

“ซือฝุเจ้าขา ศิษย์ใคร่ขอถาม เหตุใดจึงต้องเป็น ‘จวี๋ฮวา’ ”

ทำไมไม่เป็นเหลียนฮวา[1] หลันฮวา[2] หรือเหมยฮวา?[3] เป็นเพราะท่านเห็นว่าตัวตนของข้าดูสูงค่าและอยากให้มีชีวิตที่ดี สุขสมบูรณ์ เหมือนความหมายของดอกเบญจมาศ อะไรทำนองนั้นใช่ไหม?

แทนคำตอบ ซือฝุผู้หล่อเหลาทว่าดูสุขุมเย็นชาอย่างร้ายกาจปรายตามองทอดออกไปด้านนอกหน้าต่าง

ด้วยความอยากรู้ อาจูถือวิสาสะลุกขึ้นยืนอย่างแช่มช้อยเชื่องช้า เบนหน้ามองตามสายตาซือฝุที่เพิ่งตกได้มาด้วยกิริยาสงบไว้สง่าดุจสุภาพชน

ที่ด้านนอกหน้าต่างนั่น...มีดอกเบญจมาศเบ่งบานอยู่เต็มไปหมด

“วัชพืชพวกนี้แพร่พันธุ์เร็ว เติบโตง่าย ตายยาก ถึงตัดทิ้งเผาทำลายก็ยังงอกขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ ข้าเห็นแล้วรำคาญนัก”

คนเพิ่งได้ชื่อใหม่ว่า “จวี๋ฮวา” ฟังแล้วกัดฟันกรอด แต่ยังฝืนยิ้มตอบอย่างโลกสวยที่สุดในชีวิต

“อา...เติบโตง่ายตายยาก...ช่างเป็นชื่อที่ดีนัก”

หางตาเธอเห็นท่านจ้าวหุบเขาปากกรรไกรเหลียวมองมา จึงเสแสร้งแกล้งจ้องมองดอกเบญจมาศด้านนอกหน้าต่างแล้วคลี่ยิ้มงดงามทำตาเป็นประกายยิ่งขึ้น ทั้งที่ในใจลอบด่าเขาตั้งไม่รู้กี่คำ...

หากจะถามว่าหุบเขาเดียวดายแห่งนี้เป็นสถานที่เช่นไร...

อาจู หรือในตอนนี้คือ จวี๋ฮวา ก็กล้าพูดอย่างเต็มปากว่าหุบเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่งดงามเหนือคำบรรยาย

ที่นี่ชวนให้นึกถึงพวกหนังจีนแนวเทพเซียน

หุบเขาแห่งนี้ไม่เพียงตั้งอยู่บนเทือกเขาอีกชั้นหนึ่ง ยังล้อมรอบด้วยภูเขาหินสูงชันที่ปกคลุมด้วยสมุนไพรนานาชนิด มองแล้วดูเขียวชอุ่มสบายตา

เนื่องจากรายล้อมด้วยภูเขาลูกเล็กลูกน้อย ที่นี่จึงมีปากทางเข้าเพียงทางเดียวคือด้านที่เป็นสวนป่าสาลี่ลำต้นสีดำสนิทออกดอกสีขาวบานสะพรั่ง ลานดอกไม้งดงามชวนฝันแห่งนั้นถูกกางกั้นจากโลกภายนอกด้วยหุบเหวที่ทั้งลึกและกว้างอีกหนึ่งชั้น มองจากฝั่งตรงข้ามของหน้าผาแล้วดูคล้ายสวนป่าสาลี่ในม่านหมอก

เพราะตั้งอยู่บนที่สูงและมีหุบเหวกับภูเขาหินตีกรอบล้อมดุจปราการเช่นนี้นี่เอง สถานที่แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นสถานที่ที่มีม่านหมอกปกคลุมตลอดทั้งวันทั้งยังสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวชัดเจน แต่มันยังเป็นสถานที่เงียบสงบซึ่งต้นหญ้า ดอกไม้ ธารน้ำ และผืนดินภายในอาณาบริเวณ แทบไม่ปรากฏร่องรอยมนุษย์ย่างเหยียบ

ในสายตาเธอ สถานที่แห่งนี้ช่างเป็นสถานที่ที่ดี เหมาะสำหรับใช้เป็นสถานที่พักร้อน...

“หึหึ” อาจูหลุดหัวเราะเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอย่างน้อยๆ การหลงมิติก็เหมือนได้มาท่องเที่ยวฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าเดินทาง พยายามไม่คิดเรื่องพิษในตัวหรือเรื่องจะได้กลับยุคสมัยของตัวเองหรือไม่ได้กลับให้ปวดหัว

เรื่องพิษในตัว...เธอไม่มีความรู้เรื่องพิษเรื่องสมุนไพรทั้งยังไม่มีลมปราณแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะอย่างไร สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็มีแค่ต้องคอยระวังรักษาสุขภาพให้ดี เรื่องยาเรื่องแผนการรักษาทั้งหลายแหล่ ก็มีแต่ต้องไว้วางใจยกเรื่องเหล่านั้นให้ท่านจ้าวหุบเขาช่วยดูแล

ส่วนเรื่องกลับโลกอนาคต...จากสถิติแล้ว พวกตัวเอกในนิยายกับหนังจีนแนวทะลุมิติข้ามกาลเวลาทั้งหลายแหล่มีเปอร์เซ็นต์ได้กลับยุคปัจจุบันน้อยมาก ในบรรดาพวกที่ได้กลับยุคปัจจุบันจำนวนน้อยแสนน้อยนั้น บทจะได้กลับไป พวกเขาก็ได้กลับไปเองกันแบบเบลอๆ งงๆ ทั้งๆ ที่ตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตในยุคโบร่ำโบราณอุตส่าห์ทุ่มเทเวลา เปลืองมันสมอง พยายามค้นหาวิธีกลับโลกปัจจุบันแทบตาย

ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จะคิดมากให้วุ่นวายทำไมกัน?

[1] 莲花 ดอกบัว

[2] 兰花 ดอกกล้วยไม้

[3] 梅花 ดอกเหมย หรือดอกบ๊วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป