บทที่ 6 6

“แล้วเรื่องนางมารหมื่นบุปผานั้น แท้แล้วมิใช่เรื่องที่สร้างขึ้นมาลวงหลอกคนในยุทธภพใช่หรือไม่...ข้าเพียงอยากรู้”

คำถามนั้นทำให้เสี่ยวเอ้อหยุดรินน้ำชาและรีบวางกาลงบนโต๊ะ เขากลอกตามองซ้ายขวาและก้มหน้าลงมากระซิบใกล้ ๆ หากเสียงนั้นก็ชัดเจนต่อผู้นั่งร่วมโต๊ะ

“โอย...ท่าน...ข้าได้ยินมาว่าคนในหลายหมู่บ้านนั้นรู้จักนางผู้อยู่พรรคมารผู้นี้ นางเป็นหญิงงามแต่ใจอำมหิต ฆ่าคนเป็นว่าเล่น เมื่อไม่กี่วันข้าได้ข่าวว่ามีคนจากวังหลวงเดินทางมาเพื่อสักการะพระผู้น่าเลื่อมไสและเก่งกาจอย่างหยางเซิงไต้ซือแต่ถูกฆ่าตายหมดก่อนเดินทางไปยังวัดโค้วอิงยี่”

เสี่ยวเอ้อลดเสียงต่ำลงอีก “ข้าแน่ใจว่าต้องเป็นฝีมือนางมารผู้นี้ เพราะคนเหล่านั้นตายด้วยกลีบดอกไม้ปลิดวิญญาณ นางเหี้ยมโหดฆ่าคนเหมือนผักปลา พูดก็พูดเถิด งามแค่ไหนข้าก็ไม่อยากพบหน้าถ้าหากเห็นชีวิตคนไร้ค่าเช่นนี้”

“เจ้ากล่าวเหมือนว่าเคยเห็นนาง”

“อือ” เสี่ยวเอ้อส่ายหน้าพร้อมหรี่นัยน์ตา “ไม่เคยเห็นหรอก ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนาง แต่มีคนหนึ่งที่เคยออกมาประกาศว่าเคยสับประยุทธ์กับนางมารใจอำมหิต”

“เขาเป็นใคร?” จิ้นเหอถามอย่างใคร่รู้

“เขาคือไป๋เจี้ยน...จอมยุทธกระบี่ขาวประมุขพรรคเฟิงอี้ เขาคือผู้เยี่ยมยุทธในดินแดนหวงซาน มิมีผู้ใดกล้าต่อกรกับคนผู้นี้ ฝีมือกระบี่ของเขาล้ำเลิศยอดยี่ยมหาผู้ใดเทียม”

“แล้วการสับประยุทธ์กันผู้ใดเป็นฝ่ายชนะกันเล่า”

หวังซื่อถามอย่างใคร่รู้เช่นกันขณะฟางซินนั่งอย่างเยือกเย็น นางไล่ความร้อนบนผิวน้ำชาในถ้วยใบเล็กตรงหน้าด้วยปลายนิ้วที่ส่งพลังออกมาโดยมิมีผู้ใดสังเกตเห็น

“ไป๋เจี้ยนบอกว่าเขาเกือบเอาชนะนางได้ แต่นางหนีไปเสียก่อน...ข้าว่าเขามิได้โป้ปดหรือสร้างเรื่องขึ้นมาแน่นอน ผู้เยี่ยมยุทธ์เช่นเขาน่านับถือยิ่งนัก ข้าเคยพบเขาแล้ว เขาผ่านมายังหมู่บ้านนี้และแวะดื่มน้ำชาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ด้วยนะท่าน”

หน้าตาของเสี่ยวเอ้อบ่งบอกถึงความภูมิใจที่ได้รู้จักกับผู้เปี่ยมวิทยายุทธ์สูงส่ง ฟางซินตวัดสายตามอง หัวใจของนางกำลังร้อนรุ่มขึ้นมาทีละน้อยหากก็ต้องสยบคลื่นอารมณ์ที่จะทำให้ลมปราณภายในผันผวน คงมีนางเท่านั้นที่รู้ว่าไป๋เจี้ยนเป็นคนเช่นไรเพราะในสายตาของคนทั่วไปเขาคือจอมยุทธผู้ผดุงไว้ซึ่งคุณธรรม จิ้นเหอยกน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อยและถามต่อ

“แล้วไม่ทราบว่าสำนักเฟิงอี้นั้นอยู่ที่ใด?”

“อ้อ...หากท่านต้องการไปสำนักเฟิงอี้ ให้ไปทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านนี้ราว ๆ ยี่สิบลี้ ท่านมีม้ามาด้วยก็จะเดินทางไปถึงเร็วอย่างแน่นอน”

“ขอบใจเจ้ามาก”

“มิเป็นไรดอกท่าน เชิญตามสบาย เมื่อกินอาหารแล้วก็ขอเชิญพวกท่านขึ้นไปยังชั้นสองของโรงเตี๊ยม ข้าได้จัดห้องไว้สองห้อง สำหรับเพื่อนของท่านห้องหนึ่ง สำหรับท่านและฮูหยินอีกห้องหนึ่ง”

เมื่อเสี่ยวเอ้อไปแล้วจิ้นเหอจึงวางถ้วยชาลงและหยิบตะเกียบขึ้นมา แต่ไม่ทันหยิบอาหารในจานหวังซื่อก็กล่าวขึ้น

“เรื่องที่เสี่ยวเอ้อผู้นั้นเล่ามากก็น่าสนใจอยู่นะจิ้นเหอ หรือท่านเห็นว่าเป็นเช่นไร”

“ข้าคิดว่าอาจเปลี่ยนใจไม่ไปวัดโค้วอิงยี่ในวันพรุ่ง”

“แล้วท่านจะไปไหน อย่าบอกนะว่าท่านจะไปสำนักเฟิงอี้”

“เรื่องที่เสี่ยวเอ้อเล่ามานั้นน่าสนใจ ข้าคิดว่าอาจคาดไม่ผิดหากจะเดินทางไปที่นั่น...ฟางซิน แล้วเจ้าล่ะ วันรุ่งขึ้นเจ้าคงต้องเข้าไปหาญาติของเจ้าในหมู่บ้าน ข้าจะพาเจ้าไปส่งก่อนเพราะเจ้ายังเดินไม่สะดวก”

จิ้นเหอหันไปถามหญิงสาวซึ่งยังนั่งนิ่ง ท่าทีของนางสงบงามจนบางครั้งเขาก็นึกสงสัยว่านางอาจได้รับการอบอรมเรื่องกิริยามารยาทต่างจากหญิงชาวบ้านทั่วไป

“ขอบคุณมากค่ะ...ว่าแต่ท่านจะไม่ไปที่วัดโค้วอิงยี่แล้วหรือคะ”

“ข้ามีธุระสำคัญ และคิดว่าต้องทำสิ่งที่สำคัญก่อนอื่นใด...พูดไปเจ้าคงไม่เข้าใจ เอาเถิด...กินให้อิ่ม มื้อนี้ข้าเลี้ยงเจ้าเอง และคืนนี้ข้าจะเป็นคนจ่ายค่าที่พักให้เจ้า”

พูดจบเขาก็ลงมือกินอาหารพร้อม ๆ กับหวังซื่อ ฟางซินยังนั่งครุ่นคิดถึงคำกล่าวของจิ้นเหอเมื่อครู่

ธุระสำคัญเช่นนั้นหรือ...

ความสงสัยเกาะกินใจนางและเริ่มคลางแคลงต่อสถานะของบุรุษหนุ่มรูปงามผู้นี้ เขาเป็นใครกันแน่ มีจุดประสงค์อันใดต่อการเดินทางมายังเขตหวงซาน ท่าทางเขาใส่ใจและใคร่รู้เรื่องของนางมารหมื่นบุปผา เขาให้ความสนใจต่อไป๋เจี้ยนเสมือนว่าเขาต้องการสืบหาอะไรบางอย่าง ฟางซินเริ่มไม่ไว้ใจแต่ก็ลงมือกินอาหารมื้อนั้นอย่างเยือกเย็นและเก็บเร้นความเคลือบแคลงไว้อย่างเงียบเชียบ และเมื่อมื้ออาหารผ่านไปเสี่ยวเอ้อจึงนำคนทั้งสามขึ้นไปยังห้องพัก เป็นห้องเก่า ๆ อย่างที่ฟางซินคิดไว้แต่ก็สะอาดและพอจะเป็นที่พักนอนชั่วคืน ฟางซินระแวดระวังตัวเองเมื่อคนของโรงเตี๊ยมกลับไปเหลือเพียงนางและชายแปลกหน้าทั้งสอง จิ้นเหอเดินมาหยุดหน้าห้องพักและเปิดประตูออก

“คืนนี้เจ้านอนห้องนี้...ส่วนข้าจะไปนอนกับหวังซื่ออีกห้อง”

บุรุษผู้งามสง่าหันมาบอกฟางซินที่มองเขาด้วยความประหลาดใจ ตอนแรกนางคิดว่าจิ้นเหอจะฉวยโอกาสที่บอกเสี่ยวเอ้อว่านางเป็นฮูหยินของเขา ท่าทีอันสุขุมนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดที่คิดว่าเขาจะคิดไม่ซื่อต่อนางในครั้งแรก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป