บทที่ 7 7

“ขอบคุณท่านมาก...คนอย่างท่านหาได้ยากยิ่ง วันหนึ่งข้าคงได้ตอบแทนบุญคุณของท่านที่ช่วยเหลือข้าในครั้งนี้”

“เจ้าเคยได้ยินคำนี้หรือไม่...ไม่มีใครเลี้ยงอาหารใครเปล่า ๆ โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทน แต่ข้าเลี้ยงอาหารเจ้าหนนี้หวังเพียงเจ้าจะได้มีแรงเดินทางไปพบญาติของเจ้าในวันพรุ่ง นอนหลับพักผ่อนเถิด เมื่อฟ้าสางข้าจะพาเจ้าเข้าไปส่งในหมู่บ้าน”

ฟางซินมิรู้ว่าจะตอบกลับไปเช่นใด ในหัวใจของนางบังเกิดความซาบซึ้งอย่างมิเคยเป็นมาก่อน ชั่วชีวิตของนางจมอยู่กับความแค้นและเจ็บปวดเพราะคิดว่าคงมิมีผู้ใดในปฐพีนี้จริงใจหากมิมีผลประโยชน์ต่อกัน จิ้นเหอเป็นคนแรกที่ทำให้หัวใจของนางมารอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดแม้นี่จะเป้นครั้งแรกที่ได้พบ ฟางซินเข้าไปในห้องพักที่ได้รับการปัดกวาดอย่างสะอาดสะอ้านแม้เป็นห้องเล็ก หากแต่นางมิได้คิดว่าจะนอนหลับอย่างสบายใจ มีอะไรบางอย่างที่กระตุ้นเตือนให้นางใคร่รู้มากกว่าการเดินทางเข้ามายังหมู่บ้านแห่งนี้ และสิ่งที่ทำให้นางมิอาจล้มตัวลงนอนได้ในทันทีทันใดคือความสงสัยในตัวบุรุษหนุ่มรูปงามผู้นั้น แม้เขาจะแสดงความดีและจริงใจหากฟางซินก็ยังคงเคลือบแคลง นางตรงไปยังหน้าต่างห้องและเปิดมันออก มองออกไปเห็นผาหินสูงด้านหลังโรงเตี๊ยมเพราะอยู่ติดกับเขาหินขนาดใหญ่ ร่างเพรียวระหงดึงผ้าแพรบางมาปิดใบหน้าก่อนใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปบนหลังคาโรงเตี๊ยม แสงสว่างจากโคมไฟด้านหน้าอาบเนื้อนวลสว่างตาราวหยกบริสุทธิ์ในชุดสีขาวพริ้วไหวของนางมารหมื่นบุปผาที่เหยียบย่องไปบนกระเบื้องหลังคาด้วยวิชาล้ำลึก นางค่อย ๆ นอนราบลงและเลื่อนกระเบื้องหนึ่งชิ้นออกด้วยกำลังแม้หนักหากปลายนิ้วบางเบาดุจขนนก  มองลงไปผ่านร่องเล็ก ๆ คือจิ้นเหอและหวังซื่อยืนคุยกันในห้อง

“ท่านแม่ทัพจะเปลี่ยนแผนไม่เดินทางไปโค้วอิงยี่แล้วหรือขอรับ?”

หวังซื่อตั้งคำถามแม้เสียงนั้นมิได้ดังกว้างกังวานหากฟางกลับได้ยินชัดเจน เยขาเรียกจิ้นเหอว่า ท่านแม่ทัพ

“ข้าคิดว่าต้องทำสิ่งสำคัญก่อน อย่าลืมว่าที่เรามาที่นี่ก็เพื่อตามล่านางมารหมื่นบุปผา ข้าอยากรู้ว่านางเป็นใครและต้องสืบให้รู้ให้ได้ซึ่งการมาพักที่โรงเตรี๊ยมแห่งนี้ก็ทำให้ข้าได้รู้ว่าจะต้องสืบหาฆาตกรอำมหิตที่ฆ่าคู่หมายของข้าได้ที่ไหน”

คู่หมาย...ฟางซินที่ตั้งใจฟังชะงักงัน จิ้นเหอมีคู่หมายอยู่แล้วเช่นนั้นหรือ

“ข้าอยากพบเจ้าสำนักเฟิงอี้ เพราะหากเป็นดั่งที่เสี่ยวเอ้อว่าจริง ๆ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของข้าที่จะได้พบนาง”

“ท่านแม่ทัพต้องระวังตัวด้วยเพราะจากที่ได้ยินมานางมารหมื่นบุปผามีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศ”

“มีสิ่งใดที่ข้าจักต้องกลัวมากไปกกว่านี้ ข้าเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งองค์ซ่งไท่จู่ ผ่านการศึกมามากมายหลายสนามรบ อย่าคิดว่าข้าจักกลัวเกรงผู้หญิงเพียงคนเดียว นางฆ่าคนรักของข้าอย่างเลือดเย็น หากจับตัวได้ข้าจะลากนางมาสับด้วยดาบเป็นหมื่นชิ้นแล้วโยนลงไปในหุบเหวที่ลึกที่สุดแห่งหวงซาน!”

คำประกาศกร้าวทำให้ฟางซินตกใจชั่ววูบและลืมตัว ปลายเท้าของนางกระทบกระเบื้องผุชิ้นหนึ่งเกิดเสียงดัง จิ้นเหอเงยหน้าขึ้นมองเพดานอย่างรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติก่อนเขาจะลั่นเสียงว่า

“นั่นใคร!”

3

หนึ่งรักหมื่นชัง

เมื่อเห็นว่าจิ้นเหอรู้ตัวฟางซินจึงใช้วิชาตัวเบาลอยละลิ่วข้ามหลังคาไปยังหน้าผาหลังโรงเตี๊ยม  นางเหยียบปลายไม้ด้วยปลายเท้าเบาราวขนนกและหยุดบนชะง่อนหิน เมื่อหันกลับไปก็ต้องตกใจอีกหนเพราะจิ้นเหอกระโดดออกทางหน้าต่างห้องและใช้วิชาตัวเบากระโดดข้ามหลังคาตามมาเช่นกัน

“จิ้นเหอ...ท่านตามข้ามิทันดอก”

นางรำพึงกับตัวเองใต้ผ้าแพรปิดบังใบหน้าครึ่งท่อนก่อนจะลอยตัวจากชะง่อนหินลงไปยังปลายไม้ของแนวไพรด้านล่างท่ามกลางแสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องเห็นลางเลือน  แม้จิ้นเหอเป็นนายทหาร หากเขาก็เป็นเพียงแม่ทัพในสนามรบเท่านั้น หาใช่ผู้มีวรยุทธเช่นเหล่าจอมยุทธ แม้มีวิชาตัวเบาก็มิอาจตามนางได้ทัน ฟางซินกระหยิ่มกับความคิดของตัวเอง แต่แล้วเมื่อหันกลับไปก็เห็นว่าเขายังติดตามนางไม่ลดละ และสร้างความประหลาดใจแก่นางมารผู้ผ่านการฝึกวรยุทธมาอย่างเข้มข้นแม้อายุยังน้อย

“หยุดเดี๋ยวนี้...เจ้าเป็นใคร!”

จิ้นเหอร้องเรียกและไม่ยอมลดละติดตามร่างอรชรในชุดพลิ้วเบาที่ลอยตัวอยู่ไม่ห่างจากสายตาของเขาแม้เป็นคืนเดือนเสี้ยว ด้วยวิชาการรบและชั้นเชิงการต่อสู้ที่ไม่เป็นรองผู้ใดทำให้หนึ่งในแม่ทัพใหญ่แห่งองค์ซ่งไท่จู่ผู้เกรียงไกรที่แม้มิอาจลอยตัวเหยียบปลายไม้ได้หากก็สามารถกระโดดข้ามจากไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นอย่างว่องไว

“หยุดเดี๋ยวนี้...อย่าคิดว่าจะหนีพ้น!”

จิ้นเหอตะโกนและเสียงกังวานที่แหวกความมืดไปนั้นทำให้ร่างอรชรในชุดพลิ้วไหวที่ลอยตัวลงบนพื้นหยุดนิ่งอยู่ด้านหน้าห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว นางหันกลับมาและแสงสว่างจากจันทรานั้นมิเพียงพอจะให้เขาเห็นหน้าชัดเจนหากก็ทำให้แม่ทัพผู้กล้าแกร่งซึ่งดึงดาบออกจากฝักต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าผู้ที่เขาตามติดมานั้นเป็นอิสตรี แม่ทัพหนุ่มอึ้งไปเพียงเสี้ยวความรู้สึกทว่ายังกุมดาบในมือมั่นด้วยประหวัดนึกได้ว่านางผู้อยู่ตรงหน้ามิใช่หญิงธรรมดาด้วยนางมีวิชาตัวเบา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป