บทที่ 7 แผนซ้อนแผน
การวางแผนทุกครั้งอันดับแรกต้องทำให้เหยื่อตายใจเสียก่อน แล้วเรื่องทุกอย่างจะได้ง่ายขึ้น แต่อย่าพึ่งไว้วางใจมากนักเพราะอาจจะทำให้เราคว้าน้ำเหลวได้ ฉะนั้นเมื่อมีแผนแรก ย่อมมีแผนสองเสมอ เพื่อให้เหยื่อจนมุมในที่สุด...
ณ คฤหาสน์อัครสกุล
เสียงรถสปอร์ตสีขาวแล่นเข้ามาในคฤหาสน์ช่วงเวลาค่ำ หลังจากกวินลงเวรเสร็จก็รีบมุ่งตรงกลับบ้านในรอบเดือน เพราะปกติเขาจะพักอยู่คอนโดกับแพรไพลินเป็นประจำ น้อยครั้งนักที่จะเห็นเขากลับบ้าน
"โอ้โหวันนี้ฝนต้องตกแน่ๆ คุณหนูกลับบ้านในรอบเดือน"เสียงนมแจ่มดังแว่วมาแต่ไกล เธออดที่จะประชดคุณหนูของเธอไม่ได้ ก็ดูคุณหนูสิติดแฟนจนลืมบ้านลืมช่อง ไม่เเปลกที่คุณผู้หญิงชอบน้อยใจว่าลูกชายคนเดียวของเธอรักแฟนมากกว่าแม่
"โธ่นมแจ่มครับ ผมไม่ค่อยมีเวลาว่างหนิครับ"กวินเข้าไปกอดอ้อนนมแจ่มเหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีผิด ทำให้นมแจ่มใจอ่อนทุกครั้ง
"นมเชื่อคุณหนูก็ได้ค่ะ ป่ะเข้าบ้านไปทานข้าวกันดีกว่า นมให้ยัยมะลิจัดโต๊ะไว้แล้ว ป่านนี้คุณท่านคงรออยู่"
"ครับ"หลังจากกวินพูดเสร็จ นมแจ่มก็เดินนำไปที่ห้องอาหาร...
"ฟอด~ คิดถึงคุณแม่จังเลยครับ"พอมาถึงห้องอาหาร กวินรีบมุ่งตรงไปหาคุณหญิงเกศแก้วทันทีที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารกับบิดา
"แหมไม่ต้องมาหอมเลยนะ นึกว่าจำทางกลับบ้านไม่ได้แล้ว"คุณหญิงเกศแก้วประชดอย่างรู้ทัน ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องข่าวนั่นคงไม่กลับบ้านแน่ๆ
"ก็เคสผ่าตัดเยอะจริงๆ หนิครับ ไม่เชื่อลองถามคุณพ่อดูก็ได้ ใช่มั้ยครับคุณพ่อ"กวินไม่ลืมขยิบตาให้ท่านองอาจเพื่อขอความช่วยเหลือ
"จริงหรอคุณ ไม่ใช่เพราะติดยัยเด็กนั่นจนไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่องหรอกนะ"
"เอ่อเยอะจริงๆคุณ"ท่านองอาจจำใจต้องช่วยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทุกครั้ง เพราะท่านไม่ค่อยเห็นด้วยกับภรรยาสักเท่าไร ที่ชอบจับคู่ให้กวินโดยไม่นึกถึงจิตใจลูกบ้างเลย
ส่วนเรื่องแพรไพลินท่านก็เห็นเธอตั้งแต่สมัยที่กวินแนะนำให้รู้จัก ไม่เห็นว่าเธอจะมีพิษมีภัยอะไรเลยด้วยซ้ำ แถมยังรู้สึกเอ็นดูในความอ่อนน้อมถ่วมตนของเธอ ไม่รู้ว่าคุณหญิงเกศแก้วเกลียดอะไรนักหนา
“ใช่สิฉันไม่ได้อยู่โรงพยาบาลด้วยหนิ เลยไม่รู้ว่ายุ่งแค่ไหน เอาเป็นว่าเชื่อก็ได้ๆทานข้าวกันดีกว่า มะลิจัดโต๊ะเลย”ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าสองพ่อลูกช่วยกันโกหก แต่ครั้งนี้จะไม่เซ้าซี้อะไรมาก เพราะเธอเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว
ระหว่างรับประทานอาหาร กวินกำลังรวบรวมความกล้าเพื่อจะถามเรื่องหมั้นกับคุณหญิงเกศแก้ว เพราะถ้าถามออกไปแบบวู่วาม
มันอาจจะไม่เป็นผลดีต่อแพรไพลินนัก ไม่รู้ทำไมมารดาถึงไม่ชอบแพรไพลิน ทั้งที่เขาพยายามเล่าเรื่องของเธอให้มารดาฟังหลายต่อหลายครั้งแล้ว
“เอ่อ...คุณแม่ครับ...ผมอยากจะถามเรื่องข่าวนั่น”
“ว่ามาสิ”คุณหญิงเกศแก้วหันขึ้นไปมองลูกชาย แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ในที่สุดเหยื่อก็ติดกับ
“เอ่อ...เรื่องหมั้นอะไรนั่นมันจริงเหรอครับ ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย”กวินถามออกไปด้วยความอยากรู้
“จริง”คุณหญิงเกศแก้วตอบออกมาอย่างสบายใจ
“จะเป็นอะไรรึเปล่าครับ ถ้าผมจะบอกคุณแม่ว่าผมไม่อยากหมั้นกับโรสรินทร์”กวินรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายพูดออกไป
“แม่ก็ไม่ได้บังคับอะไรหนิ ไม่อยากหมั้นก็ไม่ต้องหมั้น”
กวินแทบไม่เชื่อหูตัวเอง อะไรมันจะง่ายขนาดนี้ อุตส่าห์เรียบเรียงคำพูดตั้งนาน
“จริงหรอครับ! คุณแม่พูดแล้วห้ามคืนคำนะครับ” กวินรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก ที่จะไม่ได้หมั้นกับโรสรินทร์ ค่อยยังชั่วหน่อยที่เหลือก็แค่เรื่องแพรไพลิน
“ทำไมชอบมองแม่ในแง่ลบนะตาวิน”คุณหญิงเกศแก้วแสร้งพูดไปตามน้ำ
“แล้วเรื่องแพรล่ะครับ ผมอยากให้คุณแม่ได้ลองคุยกับแพรสักครั้ง ผมรับรองว่าคุณแม่ต้องเอ็นดูแน่ๆ”
“ได้สิ”
“ขอบคุณครับแม่”กวินรู้สึกดีใจมาก ที่คุณหญิงเกศแก้วยอมเปิดใจรับแพรไพลินสักที
ทางด้านท่านองอาจมองดูอย่างรู้ทันว่าคุณหญิงเกศแก้ว ต้องมีแผนอะไรสักอย่างแน่ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก
“พ่อว่ามันถึงเวลาที่วินต้องรับช่วงต่อจากพ่อแล้วนะ พ่ออยากให้วินดูแลโรงพยาบาลแทนพ่อ”
“จริงเหรอครับคุณพ่อ!”กวินพูดอย่างตื่นเต้นอีกครั้ง ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาแทน ทั้งที่เขาคิดว่าจะเจอเรื่องร้ายๆเสียอีก
ในที่สุดความฝันของเขากำลังจะเป็นจริง เขาอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบกับคนที่ตัวเองรักด้วยใจจริงอย่างแพรไพลิน แต่ตอนนี้ต้องรอให้มารดาลดทิฐิลงเสียก่อน
“แม่อยากเจอหนูแพร นัดให้แม่พรุ่งนี้เลยนะ”
“ครับคุณแม่ เดี๋ยวผมจะโทรบอกแพรตอนนี้เลย”กวินรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนอย่างรวดเร็ว เพื่อจะบอกข่าวดีกับแฟนสาว พอถึงห้องเขาก็รีบต่อสายหาแพรไพลินทันที
“ค่ะวิน”
“แพรครับ คุณแม่อยากเจอแพรแล้วนะครับ”
“จริงหรอคะ?”
“จริงครับ...พรุ่งนี้เดี๋ยววินไปรับแพรที่คอนโดนะ”
“แพรดีใจจังเลยค่ะวิน”แพรไพลินระบายยิ้มดีใจ
“ผมก็ดีใจไม่ต่างจากแพร รอผมหน่อยนะคนดี อีกนิดเดียวเท่านั้น ผมสัญญา”กวินบอกออกไปด้วยความรัก
“ค่ะแพรจะรอ แพรรักวินนะ”
“ผมก็รักแพร พรุ่งนี้เจอกันครับ”
ทางด้านคุณหญิงเกศแก้วไม่ต่างกัน เธอรีบต่อสายหาโรสรินทร์ทันที
“ค่ะป้าเกศ”
“พรุ่งนี้หนูโรสว่างมั้ยลูก”
“ว่างค่ะ...ป้าเกศมีอะไรให้โรสช่วยหรอคะ”
“มีแน่ลูก พรุ่งนี้มาหาป้าที่บ้านหน่อยนะ”
“ได้ค่ะคุณป้า”
“ขอบใจมากลูก”หลังจากโรสรินทร์วางสาย เธอก็นั่งยิ้มอย่างสบายใจ พร้อมกับหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาอ่าน
“คุณหญิงคิดจะทำอะไร”ท่านองอาจได้ยินเธอคุยกับโรสรินทร์ ก็รู้สึกได้ถึงความหายนะทันที พร้อมกับคว้าเอาเอกสารจากมือคุณหญิงเกศแก้วมาอ่าน
“นี่มันอะไรกันคุณหญิง! ผมก็นึกว่าคุณจะปล่อยวางแล้วนะ”ท่านองอาจแย้งขึ้นด้วยความเบื่อหน่าย
“หึ! จะให้ฉันรับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเป็นลูกสะใภ้นะหรอ ฝันไปเถอะ! ฉันรับแค่หนูโรสคนเดียว”
“แล้วจิตใจลูกล่ะ คุณคิดบ้างมั้ยว่าตาวินจะรู้สึกยังไง”
“ฉันเลือกสิ่งที่ดีให้เขา สักวันตาวินจะเข้าใจเอง”
“ผมคงช่วยคุณหญิงไม่ได้”ท่านองอาจก้มมองดูเอกสารอีกครั้ง แล้วส่ายหน้าไปมากับความคิดของคุณหญิง เธอคิดได้ยังไงกัน
“ไม่! คุณต้องช่วยฉันนะคะ ฉันขอร้องจริงๆ”
“ถ้าผมช่วยแล้วตาวินยังไม่รักหนูโรสล่ะ คุณจะทำยังไง ไม่สงสารหนูโรสบ้างหรือ”ท่านองอาจลองพูดอีกครั้งเพื่อให้คุณหญิงเกศแก้วคิดได้
“ฉันขอเวลาแค่หนึ่งปีนะคะ หลังจากนั้นฉันจะไม่บังคับลูกอีกเลย”คุณหญิงเกศแก้วพูดด้วยความหนักแน่น เพราะเธอเชื่อว่าโรสรินทร์ต้องเปลี่ยนหัวใจกวินได้แน่นอน
“ได้ผมจะช่วย แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งท้ายนะ”
“ขอบคุณจริงๆค่ะที่เข้าใจดิฉัน”คุณหญิงเกศแก้วรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดแผนสุดท้ายก็สำเร็จ หนีไปไหนไม่รอดแล้วลูกแม่
