บทที่ 8 แล้วเธอจะต้องเจ็บปวด
08 แล้วเธอจะต้องเจ็บปวด
“ใจเย็นๆดีกว่าไหม คุณป้าท่านก็พูดไปงั้นแหละ มึงก็รู้ว่าท่านอยากอุ้มหลาน” ปลายสายเตือนอย่างมีสติ
เรื่องมรดกไม่ใช่ปัญหาสำหรับเตวิชญ์ แต่สิ่งที่ทำให้หนักใจนั่นก็คือความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม่ ตอนนี้ท่านไม่ยอมคุยกับเขามาสามวันแล้ว
“ก็กูยังไม่อยากแต่งงานไง แค่ลูก...ผลิตวันนี้ก็ยังได้เลย”
“คุณป้าท่านคงมีเหตุผล อีกอย่างท่านมีลูกแค่คนเดียว ก็ไม่แปลกที่จะอยากอุ้มหลาน”
“คงอยากให้กูเลิกทำงานพวกนี้แล้วไปช่วยธุรกิจที่บ้านมากกว่า”
“เออน่า...กูรู้ว่ามึงคิดมาก แต่ถ้ามึงไม่สานต่อธุรกิจที่บ้าน แล้วใครจะทำวะ” เตวิชญ์สายเงียบไป “...แล้วคนที่แม่มึงหาให้ไม่สวยหรอ”
“ก็....สวยนะ แต่นิสัยเสีย”
“ยังไงวะ?”
“ยัยนั่นเคยตามจีบกูตอนมัธยมปลาย บอกว่าอยากขอบคุณที่กูเคยช่วยชีวิตเอาไว้ทั้ง ตลกว่ะ! กูไปช่วยตอนไหนไม่เห็นจำได้เลย”
“มึงลืมไปแล้วหรือเปล่า”
“ไม่ได้ลืม แต่กูจำได้ว่าไม่เคยช่วยผู้หญิงคนนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่พอยัยนั่นรู้ว่ากูชอบใคร ก็จ้างคนมาดักทำร้าย ผู้หญิงอะไรใจดำชิปหาย!”
“ท่าทางมึงคงจะโกรธผู้หญิงคนนั้นมาก”
“ทั้งโกรธทั้งเกลียด! เจอหน้ากูก็แทบอยากจะบีบคอให้ตายคามือ อยากมาทำร้ายผู้หญิงที่กูชอบก่อนทำไม”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เกลียดมาก....ระวังจะได้มาเป็นเมียซะล่ะ”
“ฝันไปเถอะ! ถ้าในโลกมีแม่นั่นแค่คนเดียว กูยอมชักว่าวเองก็ได้”
“จะรอดูก็แล้วกัน แต่กูมีลางสังหรณ์ว่ามึงจะสละโสดในอีกไม่ช้า”
“หุบปากไปเลยไอ้คีย์! คนอย่างกูไม่มีวันตาต่ำไปคว้าผู้หญิงแบบนั้นมาทำเมียหรอก”
“ให้มันจริงละกัน ไว้กูจะรีบกลับเมืองไทยไปแสดงความยินดีกับว่าที่ข้าวใหม่ปลามันนะ”
“เออ! จะรอดูว่าระหว่างมึงกับกูใครจะมีเมียก่อนกัน”
พูดจบก็โยนมือถือลงบนที่นอนอย่างไม่ทะนุถนอมเท่าไหร่ ร่างสูงทิ้งตัวลงนอน ดึงชายเสื้อออกจากกางเกง เขาเกลียดผู้หญิงคนนั้น แค่เห็นหน้าเขาก็รู้สึกเบื่อหน่ายแล้ว
ส่วน ‘คีย์’ หรือ ‘อัคคี’ เป็นลูกพี่ลูกน้องของเตวิชญ์ แม่ของอัคคีเป็นพี่สาวคุณหญิงเทียมศิริ ซึ่งท่านกับสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนซึ่งตอนนั้นอัคคียังเด็กมาก คุณหญิงเทียมศิริจึงอาสาดูแลอัคคีและรักไม่ต่างจากลูกแท้ๆ
อัคคีอายุมากกว่าเตวิชญ์หนึ่งปี ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆทำให้ทั้งสองรักและผูกพันธ์กันเหมือนพี่น้องแท้ๆ ตอนเด็กๆทั้งสองหน้าตาคล้ายกันมากจนหลายคนคิดว่าเป็นฝาแฝด บางคนแทบแยกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร แต่พอโตขึ้นเค้าโครงหน้าของแต่ละคนก็เริ่มเปลี่ยน แต่ก็ยังหลงเหลือความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง
“นี่ฉันต้องแต่งงานกับเธอจริงๆหรอยัยแม่มด”
ชายหนุ่มนึกย้อนกลับไปในอดีต...
มันคือวันที่ทำให้เขาได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอคนนั้นมาดักรอเขาที่หน้าโรงเรียนกับกลุ่มเพื่อน พวกหล่อนมาจากโรงเรียนดังที่มีค่าเทอมแพงหูฉี่ สักพักพวกนั้นก็ใช้คนขับรถตู้มาเรียกเขาเข้าไปหา ก่อนที่หญิงสาวหน้าตาค่อนข้างไม่เป็นมิตรจะเอ่ยปากขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ ตอนนั้นเขาแปลกใจมากเพราะไม่รู้ว่าไปช่วยเธอตอนไหย แถมหญิงสาวคนนั้นยังคะยั้นคะยอว่าจะเลี้ยงมื้อค่ำเป็นการตอบแทนท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อนๆ แต่เขาก็ปฏิเสธไป ทำให้ทิชากรเสียหน้าแล้วขึ้นรถตู้กลับบ้านไป
วันต่อมาทิชากรและเพื่อนก็มาดักรอเขาอีกเช่นเคย มาดักรอแทบทุกวัน จนวันหนึ่งเขาเดินออกมาพร้อมรมิดา ทำให้ทิชากรและเพื่อนๆไม่พอใจ ส่งคนมาดักทำร้ายรมิดา คิดดูสิ อายุแค่นี้ยังทำร้ายคนอื่นได้ลงคอ ต้องเป็นคนเลวร้ายขนาดไหนถึงทำเรื่องแบบนี้ได้โดยไม่คิดว่าคนอื่นจะเป็นตายร้ายดียังไง
นี่ถ้าวันนั้นเขาตามไปช่วยไม่ทัน ผู้หญิงที่เขาชอบคงโดนข่มขืนไปแล้ว
สักวันกรรมจะตามทันผู้หญิงใจร้ายพวกนั้น!
กึก!
จู่ๆเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“แม่นั่นชอบเรานี่หว่า...” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาจิ๊ปากพรางใช้ความคิด
ถ้าเกิดเขาทำให้แม่นั่นเจ็บใจเล่นๆจะเกิดอะไรขึ้น คนอย่างทิชากรไม่เคยก้มหัวให้ใคร เย้อหยิ่งและจองหองที่สุด จะเป็นอะไรไปหากเขาจะทำเหมือนที่เธอเคยทำกับรมิดา!
ในเมื่อยากแต่งงานนักเขาก็จะจัดให้ แต่รับรองว่าคนอย่างทิชากรจะเป็นได้แค่เมียในนาม นอนกอดทะเบียนสมรสทั้งน้ำตา เขาจะทำให้เธอตกนรกทั้งเป็น!
“เธอจะต้องเจ็บปวดเหมือนที่เคยทำกับรมิดา!”
-------------------
