บทที่ 1 นางร้ายฝึกรัก EP1
ตอนที่ 1 การเผชิญหน้าของคู่ปรับ
รถมินิคูเปอร์สีแดงสดพุ่งทะยานไปตามท้องถนนยามราตรีด้วยความเร็วสูงราวกับพายุ ความร้อนรุ่มในอกของแก้วรุ้ง กิตติวัฒนา แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสียงกรีดร้อง หญิงสาวเหยียบคันเร่งเพื่อระบายความหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ ใบหน้าสวยหวานที่ถูกแต่งแต้มอย่างโฉบเฉี่ยวบูดบึ้งและตึงเครียด เธอนึกฉุนเฉียวที่ถูกผู้เป็นพ่อหลอกลวงให้บินข้ามทวีปกลับมายังประเทศไทยอย่างกะทันหัน ทั้งที่ชีวิตอิสระในต่างแดนตลอดสี่ปีที่ผ่านมาคือความสุขที่สุดของเธอ การต้องกลับมาอยู่ในกรงทองและทำตามกรอบระเบียบของผู้เป็นพ่อคือสิ่งที่แก้วรุ้งเกลียดชังที่สุด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกเรียกตัวกลับด้วยข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าจะเป็นมารดาป่วยหรือกิจการมีปัญหา แต่ครั้งนี้ผู้เป็นพ่ออ้างว่าบริษัทกำลังย่ำแย่เพราะถูกโกง ทว่าพอเธอสืบดูจนรู้ความจริงก็พบว่ามันเป็นเพียงเรื่องตลกที่ถูกปั้นแต่งขึ้น กิจการของครอบครัวไม่ได้ย่ำแย่แต่กลับกำลังขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่างหาก ยิ่งคิดแก้วรุ้งก็ยิ่งโกรธที่พอมาถึงไทยไม่ทันไร พ่อก็จัดการสั่งให้เธอไปร่วมงานแต่งงาน โดยไม่สนใจความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางของเธอเลยแม้แต่น้อย
เสียงเบรกดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อรถยนต์คันหรูสีดำที่แล่นอยู่ด้านหน้าชะลอความเร็วลงอย่างกะทันหัน แก้วรุ้งเหยียบเบรกสุดแรงเกิดแต่ก็ไม่ทันการ รถมินิคูเปอร์ของเธอพุ่งชนท้ายรถเอสยูวีคันใหญ่เข้าอย่างจัง ร่างบางกระแทกไปข้างหน้าก่อนจะถูกเข็มขัดนิรภัยดึงรั้งกลับมา หญิงสาวสบถคำโตด้วยความหัวเสียก่อนจะผลักประตูรถก้าวลงไปเผชิญหน้ากับคู่กรณี
ร่างสูงสง่าของภูวดลก้าวลงมาจากรถคันใหญ่ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มปรายตามองท้ายรถของตนเองที่บุบลงไปเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนสายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังเดินหน้าคว่ำเข้ามาหาเขา
“ขับรถประสาอะไรของคุณ ไม่เห็นหรือไงว่ารถฉันตามมา” แก้วรุ้งแผดเสียงใส่ชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างไม่คิดจะรักษามารยาท
ภูวดลมองหญิงสาวที่แต่งตัวจัดจ้านตรงหน้าด้วยสายตาเรียบนิ่ง ชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแต่กลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น “รถของคุณชนท้ายรถผม ถ้าว่ากันตามกฎหมายคุณคือฝ่ายผิดที่กะระยะห่างไม่ปลอดภัย”
แก้วรุ้งเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีและไม่คิดจะยอมรับผิด หญิงสาวเปิดกระเป๋าถือแบรนด์เนมใบหรู หยิบนามบัตรและบัตรประกันภัยรถยนต์ยัดใส่มือชายหนุ่มอย่างแรง “ฉันไม่มีเวลามาเถียงกับคนอย่างคุณ เอาบัตรนี่ไปแล้วให้ประกันจัดการ ฉันจ่ายไม่อั้นอยู่แล้ว”
ชายหนุ่มก้มมองนามบัตรในมือแล้วเงยหน้ามองหญิงสาวจอมยโสตรงหน้า เขานึกตำหนิในใจถึงกิริยามารยาทที่ขาดการอบรม แก้วรุ้ง กิตติวัฒนา นามสกุลคุ้นหูแต่กิริยาช่างไม่สมกับชาติตระกูล ภูวดลคิดในใจก่อนจะเก็บนามบัตรนั้นลงกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น
“ขอบคุณที่รับผิดชอบ หวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีกบนท้องถนน”
แก้วรุ้งสะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกลับขึ้นรถของตนเองด้วยความขัดใจ หญิงสาวกระแทกประตูรถปิดเสียงดังสนั่น ก่อนจะเหลือบไปเห็นช่อดอกไม้งานแต่งงานที่ถูกวางทิ้งไว้เบาะหลัง ดอกไม้จากเจ้าสาวที่ใครต่อใครเชื่อว่าจะทำให้ได้แต่งงานเป็นรายต่อไป ช่างน่าขำสิ้นดี ผู้ชายสมัยนี้หาดีไม่ได้สักคน เธอขออยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตเสียยังจะดีกว่า หญิงสาวคว้าช่อดอกไม้นั้นโยนทิ้งไปด้านหลังอย่างไม่ไยดี ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไปอย่างรวดเร็ว
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะเพลงที่กำลังเปิดกระหึ่ม แก้วรุ้งกดรับสายผ่านหูฟังบลูทูธด้วยความจำใจ
“ลูกอยู่ที่ไหนแล้วแก้วรุ้ง” น้ำเสียงทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อดังลอดมาตามสาย
“ขับรถอยู่ค่ะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น
“ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ถึงบ้านอีก พ่อกับแม่รออยู่นะ” ประกิตเอ่ยถามบุตรสาวที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ
“ดึกอะไรกันคะคุณพ่อ เพิ่งจะสามทุ่มเอง” แก้วรุ้งแย้งกลับ สำหรับเธอเวลาแค่นี้ถือว่าหัวค่ำเท่านั้น
“สามทุ่มก็ถือว่าดึกแล้ว รีบกลับมาได้แล้ว” ประกิตสั่งการอย่างเด็ดขาด
“โธ่คุณพ่อ รุ้งก็ไปงานแต่งให้คุณพ่อยังไงล่ะคะถึงได้กลับดึก เดี๋ยวเจอกันที่บ้านนะคะ” แก้วรุ้งรีบตัดบทและกดวางสายทันที ไม่อยากทนฟังคำบ่นของผู้เป็นพ่อที่ชอบบงการชีวิตเธอ
คฤหาสน์กิตติวัฒนาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ประกิตเดินวนเวียนไปมาอยู่ในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยชุดโซฟานำเข้าจากฝรั่งเศสและโต๊ะกระจกใสราคาแพง กัลญาณีผู้เป็นภรรยาได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ
“คุณคะนั่งลงก่อนเถอะค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว” กัลญาณีเอ่ยปรามสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คุณก็ดูลูกสาวคุณสิ ป่านนี้ยังไม่ถึงบ้านสักที” ประกิตบ่นอุบด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“เดี๋ยวลูกก็คงถึงค่ะ คุณให้ลูกไปงานแต่งไม่ใช่หรือคะ ตอนนี้คงกำลังเดินทางกลับ ใจเย็นๆ สิคะ” นางพยายามปลอบและรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนักที่สามีมักจะเข้มงวดและบงการชีวิตลูกสาวจนเกินพอดี
“คุณก็เอาแต่เข้าข้างลูก แก้วรุ้งถึงได้ดื้อกับผมแบบนี้” ประกิตถอนหายใจยาว นึกถึงแผนการในใจที่เตรียมไว้ดัดนิสัยบุตรสาวเพื่อให้เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และสามารถสานต่อกิจการของครอบครัวได้
