บทที่ 10 นางร้ายฝึกรัก EP10

กัลญาณีที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารแฟชั่นอยู่ในห้องนั่งเล่นรีบลุกขึ้นและเดินออกมารับบุตรสาวที่หน้าประตู นางจำเสียงท่อไอเสียรถยนต์คันโปรดของแก้วรุ้งได้อย่างแม่นยำ ทว่าเมื่อผู้เป็นแม่ได้เห็นสภาพของลูกสาวสุดที่รัก รอยยิ้มที่เตรียมไว้ต้อนรับก็มลายหายไป เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและตกใจสุดขีด

ใบหน้าสวยหวานที่เคยสดใสบัดนี้กลับซีดเผือดราวกับกระดาษ เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มกรอบหน้าและลำคอระหง กายบางเดินโซเซราวกับคนไร้เรี่ยวแรงจนนางต้องรีบถลาเข้าไปประคองเอาไว้แน่น

“เป็นอะไรไปลูกรุ้ง ทำไมสภาพถึงได้ดูแย่ขนาดนี้” น้ำเสียงของคนเป็นแม่สั่นเครือด้วยความร้อนใจ

“คุณแม่ขาลูกเวียนหัวเหมือนบ้านจะหมุนเลยค่ะ” แก้วรุ้งตอบเสียงแผ่วเบาแทบจะกลืนหายไปในลำคอ

“ตายแล้ว หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยลูก รีบเข้ามาพักข้างในบ้านก่อนเร็วเข้า” กัลญาณีประคองร่างของบุตรสาวเข้ามาภายในห้องโถงกว้างอย่างทุลักทุเล

แม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งกุลีกุจอไปนำน้ำดื่มเย็นจัดและผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ออกมาให้บริการตามหน้าที่ สองแม่ลูกทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหลุยส์ตัวใหญ่ กัลญาณีรับผ้าขนหนูมาซับไปตามใบหน้าและลำคอของบุตรสาวอย่างเบามือและทะนุถนอม

บรรดายาสามัญประจำบ้านทั้งยาดม ยาหม่อง และยาหอมถูกลำเลียงออกมาวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะกระจกตรงหน้า กัลญาณีหยิบหลอดยาดมสมุนไพรกลิ่นหอมชื่นใจจ่อเข้าที่จมูกรั้นของหญิงสาวด้วยความห่วงใย

“สูดยาดมลึกๆ นะลูก จะได้รู้สึกโล่งขึ้น” คนเป็นแม่คอยลูบแผ่นหลังบอบบางอย่างปลอบประโลม

“ขอบคุณค่ะคุณแม่” แก้วรุ้งสูดกลิ่นหอมของสมุนไพรเข้าปอดลึกๆ ความเย็นซ่าช่วยขับไล่ความวิงเวียนให้ทุเลาลงได้บ้าง

“รุ้งไปทำอะไรมาลูก ถึงได้หน้ามืดตาลายแบบนี้ หรือว่าไปกินอะไรผิดสำแดงมา” กัลญาณีซักถามหาต้นเหตุด้วยความสงสัย

“ลูกคงยังปรับตัวไม่ค่อยทันน่ะค่ะคุณแม่ อากาศที่นี่ร้อนอบอ้าวมากผิดกับที่อเมริกาลิบลับ ลูกก็เลยรู้สึกอ่อนเพลียและหน้ามืดไปหน่อย” หญิงสาวเลือกที่จะโกหกออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกซักไซ้ถึงเรื่องราววุ่นวายที่ไปก่อเอาไว้

“ถ้าอย่างนั้นลูกก็รีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนพักผ่อนเถอะลูก เดี๋ยวตอนเย็นแม่จะให้ป้านอมทำข้าวต้มร้อนๆ ไว้รอนะ”

“ดีเหมือนกันค่ะคุณแม่ ถ้าอย่างนั้นลูกขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะคะ” หญิงสาวยันกายลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้าก่อนจะเดินประคองตัวเองขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปยังห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสอง

ประตูห้องนอนบานใหญ่ถูกเปิดออก ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่แม่บ้านเปิดเตรียมไว้ให้ปะทะเข้ากับผิวหน้าจนรู้สึกสดชื่น แก้วรุ้งเดินผ่านโซนห้องนั่งเล่นตรงดิ่งไปยังเตียงนอนหนานุ่มขนาดคิงไซส์ หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาด้วยความเหนื่อยล้าจนหมดสภาพ ไม่แม้แต่จะคิดลุกไปเปลี่ยนชุดหรือล้างเครื่องสำอางออกให้สบายตัว ขอเพียงแค่ได้หลับตาลงและพักผ่อนร่างกายที่บอบช้ำนี้สักตื่นก็คงจะดี

ทว่าทันทีที่หญิงสาวหลับตาลง ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับด้วยรอยยิ้มยียวนกวนประสาทของภูวดลกลับฉายชัดขึ้นมาในมโนสำนึกราวกับกำลังตามมาหลอกหลอน เปลือกตาบางเบิกโพลงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความง่วงเหงาหาวนอนถูกแทนที่ด้วยไฟแห่งความคุกรุ่น หญิงสาวหยัดกายขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับกำหมัดแน่นตีลงบนที่นอนเพื่อระบายอารมณ์

“ตาแก่บ้าอำนาจ คิดว่าจะมาก่อกวนและรังแกคนอย่างแก้วรุ้งได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ คอยดูเถอะฉันจะเอาคืนคุณให้สาสม ชนิดที่ว่าต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว กล้ามาแหย็มกับลูกสาวมาเฟียโรงแรมอย่างฉัน แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” หญิงสาวประกาศกร้าวกับตัวเองในความเงียบ ก่อนจะสะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อขับไล่ภาพของศัตรูตัวฉกาจออกไปจากสมอง และทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งจนผล็อยหลับไปในที่สุด

ทางด้านของภูวดล หลังจากที่รถแท็กซี่พาเขามาส่งถึงหน้าโรงแรมหรูใจกลางเมือง ชายหนุ่มก็เดินตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหารและกดขึ้นไปยังห้องพักระดับเพนต์เฮาส์ส่วนตัวบนชั้นสูงสุด ประตูห้องพักถูกเปิดออกด้วยระบบคีย์การ์ดอัจฉริยะ ภายในห้องยังคงรักษาอุณหภูมิเย็นเฉียบเอาไว้ตลอดวันเพื่อต้อนรับเจ้าของห้อง

ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาภายในห้องสูทขนาดกว้างขวางที่ถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานเอาไว้อย่างลงตัว ทั้งโซนพักผ่อน โซนรับประทานอาหาร และโซนทำงาน สิ่งแรกที่ประธานหนุ่มมุ่งตรงไปหาคือโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมกระจกใสบานกว้าง คอมพิวเตอร์สเปกสูงและแฟ้มเอกสารสำคัญมากมายถูกจัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบรอให้เขาเข้ามาสะสาง

ก่อนที่ภูวดลจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังบุนวมตัวใหญ่ ชายหนุ่มจัดการถอดเสื้อสูทตัวนอกออกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ ปลดปมเนกไทสีเข้มให้คลายออกเพื่อความผ่อนคลาย และดึงชายเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจากขอบกางเกงสแล็คส์ด้วยความอึดอัด โดยส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบการแต่งกายเต็มยศที่ดูเป็นทางการมากนัก หากไม่ติดว่าต้องไปร่วมประชุมสำคัญหรือพบปะกับลูกค้าวีไอพี เขามักจะเลือกสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีสุภาพปลดกระดุมคอสองเม็ดคู่กับกางเกงสแล็คส์ที่ดูทะมัดทะแมงมากกว่า

มือหนาเอื้อมไปเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าทันทีที่ก้นสัมผัสกับเบาะเก้าอี้ เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าสามชั่วโมงเต็มที่ชายหนุ่มนั่งจมจ่ออยู่กับกองเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างมีสมาธิ เขากวาดสายตาอ่านรายงานผลประกอบการและตรวจสอบสัญญาการลงทุนอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนกระทั่งเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำลายความเงียบ

“ภูวดลพูดครับ” ชายหนุ่มกรอกเสียงนุ่มทุ้มลงไปทันทีที่กดรับสาย

“รถของท่านซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ สามารถเข้ามารับได้เลยครับ” เสียงของเจ้าของอู่ซ่อมรถแจ้งข่าวดี

“ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวช่วงค่ำๆ ผมจะแวะไปรับรถนะครับ” ภูวดลตอบกลับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป