บทที่ 3 นางร้ายฝึกรัก EP3
“รุ้งสวยขึ้นใช่ไหมล่ะคะคุณแม่” แก้วรุ้งแกล้งเย้าเมื่อสังเกตเห็นสายตาของมารดา
“ลูกสาวของแม่สวยอยู่แล้วจ้ะ แต่แม่เกรงว่าคุณพ่อเห็นลุคนี้แล้วจะตกใจเอาน่ะสิ” กัลญาณีเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
“คุณพ่อส่งลูกไปเรียนเมืองนอกก็ต้องเข้าใจสิคะ ว่าลูกต้องรับเอาวัฒนธรรมทางโน้นมาบ้าง” แก้วรุ้งตอบอย่างไม่ยี่หระ หญิงสาวรู้ดีว่าบิดาจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เธอต้องการ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่แก้วรุ้งคนเดิมที่ยอมให้ใครมาบงการชีวิตอีกต่อไป หญิงสาวขอตัวจากมารดาก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถมินิคูเปอร์คู่ใจ
รถคันเล็กสีแดงสดแล่นเข้ามาจอดยังหน้าโรงแรมหรูระดับห้าดาวของครอบครัว แก้วรุ้งหักพวงมาลัยเข้าจอดในช่องวีไอพีสำหรับผู้บริหารอย่างคุ้นเคย ทว่ายังไม่ทันก้าวลงจากรถ พนักงานรักษาความปลอดภัยก็เดินเข้ามาเคาะกระจก
“ขอประทานโทษครับ ตรงนี้เป็นที่จอดรถสำหรับผู้บริหาร รบกวนคุณผู้หญิงนำรถไปจอดที่ลานจอดรถด้านบนนะครับ” พนักงานหนุ่มกล่าวอย่างสุภาพ
“ทำไมฉันจะจอดไม่ได้ ในเมื่ออีกไม่นานฉันก็จะเข้ามาเป็นหนึ่งในทีมบริหาร” แก้วรุ้งลดกระจกลงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ผมไม่ทราบจริงๆ ครับว่าคุณผู้หญิงคือผู้บริหารท่านใด” พนักงานเริ่มมีสีหน้ากังวล
“ฉันคือแก้วรุ้ง กิตติวัฒนา ลูกสาวของเจ้าของโรงแรมนี้ ทีนี้ฉันจอดได้หรือยัง” หญิงสาวถอดแว่นตากันแดดออกเพื่อเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน
“ต้องขออภัยอย่างสูงครับคุณแก้วรุ้ง เชิญตามสบายเลยครับ” พนักงานหนุ่มหน้าถอดสีรีบถอยฉากออกไปทันที
แก้วรุ้งก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับนางพญา หญิงสาวเดินเชิดหน้าผ่านล็อบบี้โรงแรมท่ามกลางสายตาของพนักงานที่หันมาซุบซิบนินทาถึงการแต่งกายที่เปรี้ยวเข็ดฟันของเธอ
ประตูห้องทำงานประธานบริหารเปิดออกหลังจากกชกร เลขาหน้าห้องแจ้งให้ผู้เป็นนายทราบ ประกิตเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารแล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับสภาพของบุตรสาว
“แต่งตัวอะไรของลูกแก้วรุ้ง” ประกิตเสียงเข้มขึ้นมาทันที
“ก็ชุดปกติทั่วไปนี่คะคุณพ่อ” แก้วรุ้งยักไหล่พลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“ปกติอย่างนั้นหรือ นี่ลูกคิดว่าตัวเองกำลังจะไปเดินแฟชั่นโชว์หรือยังไง” ประกิตพยายามข่มอารมณ์กรุ่นโกรธเอาไว้
“เอาเป็นว่าเราข้ามเรื่องเสื้อผ้าของรุ้งไปดีกว่าค่ะ คุณพ่อเรียกให้รุ้งรีบเข้ามาหาคงมีเรื่องงานสำคัญใช่ไหมคะ” แก้วรุ้งตัดบทเพื่อเข้าประเด็น
“ใช่ พ่อกำลังจะเปิดรีสอร์ตสาขาใหม่ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจ พ่ออยากให้ลูกเข้ามารับผิดชอบโปรเจกต์นี้” ประกิตปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น
“ทำไมต้องร่วมทุนด้วยคะ โรงแรมของเรามีศักยภาพพอที่จะบริหารงานเองได้สบายมาก” แก้วรุ้งแย้งอย่างไม่เห็นด้วย
“พันธมิตรของเรามีที่ดินทำเลทองและมีประสบการณ์ในพื้นที่ เราลงทุนร่วมกันย่อมได้เปรียบกว่าการไปนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด พ่อเชื่อใจหุ้นส่วนคนนี้” ประกิตอธิบายเหตุผลอย่างมีหลักการ
ยังไม่ทันที่แก้วรุ้งจะซักไซ้ต่อ เสียงอินเตอร์คอมจากเลขาหน้าห้องก็ดังขึ้นแจ้งว่าหุ้นส่วนคนสำคัญเดินทางมาถึงแล้ว ประกิตลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำบุตรสาวไปยังห้องประชุมเล็กที่อยู่ติดกัน บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มที่กำลังยืนหันหลังให้
“ขอโทษที่ให้รอนะครับคุณภูวดล” ประกิตเอ่ยทักทาย
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับต้องสะดุดลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างบางที่เดินตามหลังประธานบริหารเข้ามา
แก้วรุ้งเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าหุ้นส่วนคนสำคัญชัดเจน ชายคนที่ขับรถกวนประสาทและมีปากเสียงกับเธอเมื่อคืนนี้
“นาย” แก้วรุ้งเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ
ภูวดลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาขบขันปรากฏขึ้นชั่วครู่ก่อนจะเลือนหายไป โลกช่างกลมเสียจริงที่เหวี่ยงแม่สาวจอมวีนคนนี้ให้กลับมาเจอเขาอีกครั้ง
“อ้าว! ทั้งสองคนรู้จักกันแล้วหรือ” ประกิตมองทั้งคู่ด้วยความประหลาดใจ
“จะให้ผมเล่าหรือว่าคุณแก้วรุ้งจะเป็นคนอธิบายดีครับ” ภูวดลปรายตามองหญิงสาวด้วยแววตาท้าทาย
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณพ่อ รุ้งแค่จำผิดคนน่ะค่ะ คนที่รุ้งรู้จักเขาเป็นพวกไร้มารยาทและขับรถแย่มาก คงไม่ใช่คุณภูวดลหรอกจริงไหมคะ” แก้วรุ้งจิกสายตาใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ลดละ
“งั้นหรือลูก พ่อก็นึกว่ารู้จักกันเสียอีก นี่คือคุณภูวดล เจ้าของมอนทิสบิลรีสอร์ต หุ้นส่วนคนสำคัญของเรา” ประกิตแนะนำอย่างเป็นทางการ
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับคุณแก้วรุ้ง” ภูวดลยื่นมือออกไปทักทายตามมารยาทสากล
แก้วรุ้งปรายตามองมือนั้นก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย “ขอโทษนะคะคุณอาภูวดล ถึงรุ้งจะเป็นนักเรียนนอกแต่ก็ยังยึดถือธรรมเนียมไทยค่ะ”
คำว่าคุณอาทำเอาภูวดลถึงกับหน้าตึง ชายหนุ่มพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติแม้ในใจจะนึกเข่นเขี้ยวแม่สาวตัวแสบที่หลอกด่าว่าเขาแก่
