บทที่ 4 นางร้ายฝึกรัก EP4

การประชุมเริ่มต้นขึ้น แก้วรุ้งสลัดคราบสาวเอาแต่ใจทิ้งไปและสวมบทบาทนักบริหารอย่างเต็มตัว หญิงสาววิเคราะห์แผนงานและเสนอแนวทางได้อย่างเฉียบขาดรอบคอบจนประกิตต้องลอบยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ แม้แต่ภูวดลเองก็ยังต้องยอมรับในสมองและความสามารถของหญิงสาวตรงหน้า เธอไม่ได้มีดีแค่หน้าตาและการแต่งตัวที่ฉูดฉาดอย่างที่เขาคิด

“เอาเป็นว่าเรื่องรายละเอียดเราค่อยมาปรับกันอีกทีนะครับ เที่ยงแล้วผมว่าเราไปรับประทานข้าวด้วยกันสักมื้อดีกว่า” ประกิตเสนอขึ้นเมื่อการประชุมเสร็จสิ้น

“งั้นรุ้งขอตัวนะคะคุณพ่อ” แก้วรุ้งรีบปฏิเสธทันควัน

“ไม่ได้นะลูก รุ้งต้องอยู่รับรองคุณภูวดลแทนพ่อ พ่อมีประชุมด่วนต่อ” ประกิตสั่งการเสียงเฉียบขาดก่อนจะหันไปขอโทษหุ้นส่วนหนุ่มและยื่นบัตรเครดิตให้ลูกสาว

“ไม่เป็นไรครับคุณประกิต ผมเข้าใจว่าคุณแก้วรุ้งเธอยังเด็ก คงจะเหนื่อย” ภูวดลจงใจเน้นคำว่าเด็กเพื่อยั่วโมโหหญิงสาว

“ก็ได้ค่ะคุณพ่อ รุ้งจะดูแลคุณอาภูวดลอย่างดีที่สุดเลยค่ะ” แก้วรุ้งกัดฟันตอบรับ

เมื่อผู้เป็นบิดาเดินลับสายตาไป แก้วรุ้งก็ตวัดสายตาขุ่นขวางใส่ชายหนุ่มทันที

“พ่อฉันไม่อยู่แล้ว คุณจะเอายังไงก็ว่ามาเลย” หญิงสาวกอดอกเชิดหน้าขึ้น

“เรียกคุณอาเลยหรือครับ เรียกพี่ก็พอมั้งคุณแก้วรุ้ง” ภูวดลแกล้งแหย่ด้วยรอยยิ้มยียวน

“คงไม่ได้หรอกค่ะ ดูจากหน้าตาและอายุของคุณแล้ว เรียกคุณอาน่าจะเหมาะสมที่สุด” แก้วรุ้งตอกกลับอย่างเจ็บแสบ

“ปากคอเราะร้ายไม่เบานะครับ ไม่สมกับหน้าตาสวยๆ เลยสักนิด” ภูวดลส่ายหน้าไปมาอย่างนึกระอา

“จะไปกินข้าวไหม ถ้าไปก็ตามมา” แก้วรุ้งกระแทกเสียงใส่ก่อนจะเดินนำออกไป

‘ฝากไว้ก่อนเถอะคุณอาภูวดล กล้ามาลองดีกับคนอย่างแก้วรุ้ง เดี๋ยวจะได้รู้ว่านรกมีจริง’ หญิงสาวมาดหมายในใจพร้อมกับรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก

ตอนที่ 3 กินกันไม่ลง

บรรยากาศภายในลิฟต์โดยสารของผู้บริหารเงียบสงัดจนน่าอึดอัด แก้วรุ้งและภูวดลยืนเว้นระยะห่างกันคนละมุมโดยไม่มีใครคิดจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา ในตอนแรกชายหนุ่มคาดเดาว่าการเจรจาธุรกิจช่วงเช้าคงจบลงด้วยการรับประทานอาหารกลางวันในห้องอาหารหรูของโรงแรมเช่นที่ผ่านมา

ทว่าความคาดหมายของเขากลับผิดเพี้ยนไปถนัดตาเมื่อลูกสาวท่านประธานบริหารเดินนำหน้าลิ่วๆ ออกไปยังบริเวณลานจอดรถด้านหน้าอาคาร หญิงสาวก้าวตรงไปยังรถมินิคูเปอร์สีแดงสดซึ่งเป็นคันเดียวกับที่ฝากฝากรอยบุบไว้ที่ท้ายรถของเขาเมื่อคืนก่อน รอยชนนั้นทำให้รถเอสยูวีคันเก่งของเขาต้องถูกส่งเข้าอู่ซ่อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ร้อนถึงขั้นที่เขาต้องอาศัยรถตู้ของโรงแรมเพื่อเดินทางมาประชุมในวันนี้

แก้วรุ้งไม่พูดพร่ำทำเพลง หญิงสาวเปิดประตูรถของตนเองอย่างรวดเร็วและหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่เดินตามมาเบื้องหลัง รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบแฝงไปด้วยยาพิษถูกส่งมาให้พร้อมกับน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นเป็นมิตรขั้นสุด

“คุณอาภูวดลคะ จะให้เกียรติขึ้นรถของรุ้งได้ไหมคะ”

ภูวดลนึกประหลาดใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้วที่หญิงสาวไม่ยอมพาเขาไปรับประทานอาหารในโรงแรมตามมารยาทการรับรองแขกวีไอพี หนำซ้ำสรรพนามและน้ำเสียงที่จงใจยั่วยุประสาทนั่นยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าแม่สาวนักเรียนนอกตรงหน้าต้องมีแผนการร้ายกาจซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ทว่าคนอย่างเขาที่ผ่านโลกและผู้คนมาสารพัดรูปแบบไม่มีทางหวั่นเกรงกับลูกไม้ตื้นๆ ของผู้หญิงอวดดีคนนี้

“ยินดีครับ จะให้ผมทำหน้าที่ขับให้ไหมครับ”

“อย่าลำบากเลยค่ะ วันนี้รุ้งจะเป็นสารถีให้คุณอาเอง ถือเป็นการไถ่โทษที่ขับรถชนท้ายคุณเมื่อคืนก็แล้วกันนะคะ” น้ำเสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วถูกเปล่งออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า ทว่าดวงตากลมโตกลับทอประกายท้าทายอย่างปิดไม่มิด

“แล้วคุณแก้วรุ้งจะพาผมไปรับประทานอาหารที่ไหนหรือครับ” ชายหนุ่มลองหยั่งเชิงถาม

“เดี๋ยวคุณอาก็ทราบเองแหละค่ะ รับรองว่าอร่อยเด็ดถึงใจคุณอาอย่างแน่นอน”

ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปนั่งในห้องโดยสารขนาดกะทัดรัด แก้วรุ้งก็จัดการสตาร์ตเครื่องยนต์และเร่งเครื่องปรับอากาศจนอยู่ในระดับสูงสุด ลมเย็นยะเยือกเป่าปะทะใบหน้าของชายหนุ่มโดยตรงก่อนที่เสียงเพลงจังหวะอีดีเอ็มจะถูกเปิดกระหึ่มลั่นรถจนแทบจะคุยกันไม่รู้เรื่อง และเพื่อเป็นการต้อนรับผู้ร่วมทางอย่างสมบูรณ์แบบ หญิงสาวเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกจากหน้าโรงแรมด้วยความเร็วสูง รถคันเล็กมุดลัดเลาะไปตามช่องว่างของการจราจรที่หนาแน่น ปาดซ้ายแซงขวาอย่างน่าหวาดเสียว

จากห้านาทีล่วงเลยเป็นสิบนาที และกินเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่ภูวดลต้องทนนั่งอยู่ในห้องโดยสารที่มีอุณหภูมิหนาวเหน็บราวกับขั้วโลก เสียงเพลงที่ดังจนแก้วหูแทบแตกเริ่มทำให้เขารู้สึกปวดหนึบที่ขมับ ไหนจะจังหวะการขับรถที่เดี๋ยวเร่งเครื่องเต็มสูบเดี๋ยวเบรกกะทันหันจนตัวเขาหัวทิ่มหัวตำ โชคดีที่เขารัดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน่นหนา ไม่เช่นนั้นศีรษะของเขาคงได้โหม่งทะลุกระจกหน้ารถไปแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป