บทที่ 6 นางร้ายฝึกรัก EP6
เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง อาหารบนโต๊ะก็ร่อยหรอลงไปอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของชายหนุ่ม ในขณะที่คนวางแผนกลับต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ขุดหลุมพรางไว้เอง การใช้ชีวิตในต่างประเทศหลายปีทำให้กระเพาะของแก้วรุ้งไม่คุ้นชินกับความเผ็ดระดับทำลายล้างอีกต่อไป ใบหน้าขาวนวลเริ่มแดงก่ำ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้าและจมูกรั้น ริมฝีปากที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดบัดนี้เจ่อบวมและแดงจัดยิ่งกว่าเดิม ความแสบร้อนแล่นพล่านไปทั่วช่องปากจนหญิงสาวต้องคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อดับไฟในท้อง
หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นความเผ็ดร้อนที่ทำให้ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เธอไม่มีทางยอมปล่อยให้น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลออกมาให้ผู้ชายตรงหน้าเยาะเย้ยเด็ดขาด แก้วรุ้งฝืนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากก่อนจะยกมือเรียกแม่ค้ามาเก็บเงินอย่างรวดเร็วและลุกพรวดพราดเดินหนีกลับไปที่รถโดยไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ
“ให้ผมขับรถให้ไหมครับ ถือเป็นการตอบแทนสำหรับมื้อเที่ยงที่แสนอร่อย” ภูวดลเดินตามมาหยุดอยู่ข้างๆ รถพลางเอ่ยเสนอตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แก้วรุ้งที่กำลังปวดแสบปวดร้อนไปทั้งท้องและรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนจากความเผ็ดเกินพิกัด รีบพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ตอนนี้สภาพร่างกายของเธอไม่พร้อมที่จะจับพวงมาลัยเลยสักนิด หญิงสาวเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารและทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดสภาพ
ภูวดลลอบยิ้มที่มุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ถึงเวลาที่เขาจะต้องเอาคืนแม่สาวตัวแสบบ้างแล้ว ร่างสูงใหญ่สอดตัวเข้าไปในตำแหน่งคนขับ ชายหนุ่มจัดการปรับเบาะที่นั่งให้ถอยร่นไปด้านหลังเพื่อรองรับช่วงขายาวๆ ของตนเอง มือหนาจับพวงมาลัยอย่างทะมัดทะแมงก่อนจะกระตุกยิ้มร้ายกาจ
รถมินิคูเปอร์พุ่งทะยานออกจากหน้าร้านด้วยความเร็วกระชากวิญญาณ ภูวดลจงใจลอกเลียนแบบพฤติกรรมการขับรถของแก้วรุ้งทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งการเปิดเครื่องปรับอากาศจนหนาวจัด การเปิดเพลงเสียงดังกระหึ่ม และสเตปการขับขี่ที่เดี๋ยวปาดซ้ายเดี๋ยวเบรกขวาอย่างรุนแรง
คนที่เพิ่งก้าวขึ้นรถมาได้ไม่นานเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ แก้วรุ้งควานหาผ้าห่มผืนบางที่เบาะหลังมาคลุมโปงเพื่อบรรเทาความหนาวสั่น เธออยากจะเอื้อมมือไปหรี่แอร์แต่ความหยิ่งทะนงทำให้เธอต้องทนนั่งกอดอกเงียบๆ ไม่อยากเสียฟอร์มให้ชายหนุ่มหัวเราะเยาะ
ใบหน้าหวานที่เคยแดงก่ำบัดนี้เริ่มซีดเผือดลงเรื่อยๆ การถูกเหวี่ยงไปมาตามแรงเบรกและแรงกระชากทำให้อาหารรสจัดที่เพิ่งยัดลงกระเพาะตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย อาการคลื่นไส้วิงเวียนโจมตีอย่างหนักหน่วงจนหญิงสาวต้องยกมือขึ้นปิดปากแน่น ดวงตากลมโตหลับปี๋พยายามกำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อสะกดกลั้นความพะอืดพะอมอย่างสุดความสามารถ
“คุณจอดรถเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงอู้อี้เบาหวิวลอดผ่านฝ่ามือออกมา
ภูวดลได้ยินคำสั่งนั้นอย่างชัดเจนแต่ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นหูทวนลม เขาเหยียบคันเร่งพุ่งแซงรถบรรทุกคันหน้าก่อนจะหักพวงมาลัยกลับเข้าเลนซ้ายอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงนั้นทำให้แก้วรุ้งแทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป
หญิงสาวตัดสินใจเอื้อมมือไปหมุนปิดเครื่องเสียงจนภายในรถเงียบกริบ พร้อมกับหันไปตวาดใส่คนขับรถด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย
“ฉันบอกให้จอดรถไม่ได้ยินหรือไง”
“อ้าว! คุณแก้วรุ้งพูดกับผมเหรอครับ ขอโทษทีครับผมไม่ได้ยินจริงๆ เสียงเพลงมันดังน่ะครับ” ภูวดลหันมาตอบด้วยรอยยิ้มซื่อๆ ที่ดูยังไงก็รู้ว่ากำลังเยาะเย้ยอยู่เต็มประดา
“ถ้าไม่ให้พูดกับคุณแล้วจะให้ฉันพูดกับผีที่ไหน”
“ผมลืมตัวไปหน่อยครับ ว่าแต่คุณให้ผมจอดรถทำไมเหรอครับ หรือว่าผมขับรถไม่นิ่มนวลพอ” พูดจบชายหนุ่มก็ตั้งใจกระทืบเบรกอย่างแรงเพื่อหลบมอเตอร์ไซค์ที่ขับตัดหน้า
แรงกระชากครั้งสุดท้ายทำนบความอดทนของแก้วรุ้งพังทลายลง หญิงสาวไม่สามารถกักเก็บของเหลวในกระเพาะได้อีกต่อไป
“จอดรถเดี๋ยวนี้!” เสียงหวีดร้องดังลั่นห้องโดยสาร
ภูวดลรีบตบไฟเลี้ยวซ้ายและหักพวงมาลัยจอดเทียบฟุตปาธทันที ทันทีที่รถจอดสนิทประตูฝั่งผู้โดยสารก็ถูกผลักออกอย่างแรง ร่างบางโซเซพุ่งตัวออกไปเกาะขอบถังขยะริมทางก่อนจะโก่งคออาเจียนเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาจนหมดไส้หมดพุง
ภาพหญิงสาวที่เคยเย่อหยิ่งจองหองกำลังก้มหน้าก้มตาอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายทำให้ความโกรธแค้นในใจภูวดลเจือจางลง ชายหนุ่มรีบเปิดประตูรถก้าวตามลงไปดูอาการด้วยความรู้สึกผิดที่เล่นแรงเกินไป มือหนาวางลงบนแผ่นหลังบอบบางที่กำลังสั่นสะท้านและลูบขึ้นลงอย่างแผ่วเบาเพื่อช่วยบรรเทาอาการ อาการเกร็งกระตุกของหญิงสาวค่อยๆ สงบลง ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดไร้สีเลือด ขอบตาช้ำแดงและมีหยดน้ำตาคลอหน่วยอย่างน่าสงสาร
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับไปที่รถเพื่อค้นหาขวดน้ำดื่มที่เบาะหลังก่อนจะรีบวิ่งกลับมาเปิดฝาขวดส่งให้หญิงสาว แก้วรุ้งรับขวดน้ำไปบ้วนปากและล้างหน้าล้างตาจนรู้สึกสดชื่นขึ้น เมื่อสติเริ่มกลับมาครบถ้วน ความอับอายและอาการเสียหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว หญิงสาวหันขวับมาตวัดสายตาขุ่นขวางใส่คนหวังดีทันที
“เพราะคุณคนเดียว ฉันถึงต้องมามีสภาพแบบนี้”
