บทที่ 7 นางร้ายฝึกรัก EP7
“อ้าว ทำไมมาโยนความผิดให้ผมแบบนี้ล่ะครับ คุณเป็นคนทำตัวเองทั้งนั้น” ภูวดลแย้งกลับอย่างไม่ยอมรับข้อกล่าวหา
“ถ้าคุณไม่จงใจขับรถกระชากแบบนั้น ฉันก็คงไม่อ้วกแตกอ้วกแตนหมดสภาพแบบนี้หรอก”แก้วรุ้งแผดเสียงใส่อย่างเหลืออด
“คุณแก้วรุ้งครับ ถ้าผมจำไม่ผิดวิธีการขับรถของผมเมื่อกี้มันก็คือสเตปเดียวกับที่คุณขับเป๊ะเลยนะครับ ตอนที่คุณขับผมก็ต้องทนนั่งปวดหัววิงเวียนแบบที่คุณเป็นนี่แหละ ผมแค่ทำในสิ่งที่คุณทำ จะมาโทษผมฝ่ายเดียวได้ยังไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำตอกกลับด้วยเหตุผลที่เหนือกว่า
“นี่คุณตั้งใจแก้แค้นฉันใช่ไหม”
“แล้วตอนขามาคุณไม่ได้ตั้งใจแกล้งผมหรือไงล่ะ ทั้งเรื่องแอร์ เรื่องเพลง แล้วยังจงใจพามาร้านอาหารรสจัดริมถนนอีก อย่ามาบอกนะว่าคุณไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง”
“ฉันเปล่าเสียหน่อย” แก้วรุ้งเชิดหน้าเถียงคำโตแม้หลักฐานจะมัดตัวแน่นหนา
“คุณคิดว่าผมโง่หรือไง ผมอาบน้ำร้อนมาก่อนคุณ แค่มองตาก็รู้แล้วว่าคุณกำลังคิดจะทำอะไร แต่ในเมื่อคุณอยากจะเล่นสนุก ผมก็แค่สนองความสนุกให้คุณอย่างเต็มที่แค่นั้นเอง”ภูวดลกอดอกมองหญิงสาวด้วยแววตารู้ทัน
“ฉันจะไปบอกคุณพ่อ จะฟ้องให้หมดว่าคุณรังแกฉัน และฉันจะไม่ยอมให้ท่านร่วมลงทุนกับคนอย่างคุณเด็ดขาด” เมื่อเถียงสู้ไม่ได้ แก้วรุ้งจึงงัดไม้ตายสุดท้ายขึ้นมาข่มขู่
“เอาสิครับ เชิญฟ้องเลย ผมเองก็อยากจะบอกคุณประกิตเหมือนกันว่าลูกสาวคนสวยขับรถชนท้ายรถผมแล้วไม่คิดจะรับผิดชอบ แล้ววันนี้ยังแสดงกิริยาไร้มารยาทสารพัด ลองดูกันไหมครับว่าถ้าคุณประกิตรู้ความจริงทั้งหมด ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายโดนตำหนิ” ชายหนุ่มท้าทายกลับอย่างเป็นต่อ
แก้วรุ้งเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ หญิงสาวรู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถึงหูบิดา คนที่จะถูกลงโทษอย่างหนักก็คือตัวเธอเอง ร่างบางสะบัดหน้าหนีและเดินกระแทกส้นเท้ากลับไปที่รถของตนเองอย่างหัวเสีย หญิงสาวเปิดประตูฝั่งคนขับและหันมามองชายหนุ่มที่เดินตามมาติดๆ
“หาทางกลับเอาเองก็แล้วกัน ฉันไม่ไปส่งคุณแล้ว” หญิงสาวตวาดลั่นตั้งใจจะทิ้งให้เขาต้องตกระกำลำบากอยู่ริมถนน
ภูวดลหลุดหัวเราะในลำคออย่างขบขัน ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงประตูรถฝั่งผู้โดยสารและมองดูหญิงสาวที่กำลังควานหากุญแจรถในกระเป๋าสะพายอย่างบ้าคลั่ง แก้วรุ้งเทของทุกอย่างออกมาจนหมดแต่ก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความหงุดหงิดก่อนจะสังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะกวนประสาท
“กำลังหาไอ้นี่อยู่หรือเปล่าครับ” ภูวดลชูพวงกุญแจรถมินิคูเปอร์ในมือขึ้นแกว่งไปมา
“เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ” แก้วรุ้งพุ่งตัวเข้าไปแย่งกุญแจในมือชายหนุ่มทันที ทว่าความสูงที่แตกต่างกันเกือบยี่สิบเซนติเมตรทำให้เธอเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ภูวดลเพียงแค่ชูแขนขึ้นสุดความสูง หญิงสาวก็ทำได้เพียงกระโดดเหยงๆ ปัดป่ายไปมาในอากาศราวกับเด็กถูกแย่งของเล่น
เมื่อพยายามแย่งด้วยวิธีปกติไม่เป็นผล แก้วรุ้งจึงงัดยุทธวิธีขั้นเด็ดขาดออกมาใช้ หญิงสาวยกเท้าที่สวมรองเท้าส้นเข็มขึ้นสูงก่อนจะกระทืบลงบนหลังเท้าของชายหนุ่มที่สวมเพียงรองเท้าหนังอย่างแรงเต็มรัก
ภูวดลอุทานเสียงหลง ร่างสูงงอตัวลงด้วยความเจ็บปวดที่แล่นปลาบขึ้นมาตามขา จังหวะที่ชายหนุ่มเผลอลดแขนลง แก้วรุ้งก็ฉวยโอกาสคว้าพวงกุญแจมาไว้ในมือได้สำเร็จ หญิงสาวรีบกระโดดขึ้นรถและจัดการกดล็อกประตูอย่างรวดเร็ว กระจกฝั่งคนขับถูกเลื่อนลงมาเพียงเล็กน้อยเพื่อส่งผ่านคำบอกลาอันแสนเจ็บแสบ
“ขอให้โชคดีกับการโบกแท็กซี่นะคะ ตาแก่โรคจิต”
แก้วรุ้งส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้คนเจ็บที่กำลังยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ด้านนอก ก่อนจะเหยียบคันเร่งขับรถพุ่งทะยานออกไปจากบริเวณนั้น ทิ้งให้ภูวดลยืนมองตามไฟท้ายรถที่ค่อยๆ หายลับไปกับตา
“ร้ายนักนะยายตัวแสบ ฝากไว้ก่อนเถอะ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” ชายหนุ่มคาดโทษหญิงสาวไว้ในใจ แววตาคมกริบทอประกายวาวโรจน์อย่างหมายมั่นปั้นมือว่าศึกครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
รถแท็กซี่คันสีเขียวเหลืองแล่นฝ่าการจราจรที่เริ่มหนาแน่นมุ่งหน้ากลับสู่โรงแรมหรูใจกลางเมือง ภูวดลทิ้งตัวพิงพนักเบาะด้วยใบหน้าเรียบตึง แววตาคมกริบที่มักจะสงบนิ่งอยู่เสมอในยามนี้กลับฉายแววคุกรุ่นอย่างปิดไม่มิด แม้คนขับรถจะเปิดเพลงคลอเบาๆ และเร่งเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำ แต่มันก็ไม่อาจดับไฟโทสะที่สุมอยู่ในอกของชายหนุ่มได้เลย
การกระทำของแก้วรุ้งตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทำให้คนที่ใจเย็นและมีเหตุผลอย่างเขาแทบจะควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ ภูวดลทบทวนเหตุการณ์ตั้งแต่ที่หญิงสาวจงใจขับรถชนท้ายรถเอสยูวีของเขาแล้วไม่ยอมรับผิด และล่าสุดกับพฤติกรรมสุดแสบที่หลอกพาเขาไปทรมานทรมานกับการขับรถกระชากวิญญาณและการนั่งกินอาหารรสจัดจ้านริมฟุตปาธในชุดสูทเต็มยศ
ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจและไร้มารยาทเกินกว่าที่เขาจะปล่อยผ่านไปได้ง่ายๆ ยิ่งคิดชายหนุ่มก็ยิ่งเจ็บใจที่ยอมให้เด็กสาวเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ มาลูบคมและหยามเกียรติเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากเขาไม่จัดการสั่งสอนหรือดัดนิสัยแม่สาวจอมพยศคนนี้ให้หลาบจำ เธอก็คงจะได้ใจและสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนรอบข้างไม่รู้จักจบจักสิ้น คนอย่างภูวดลไม่เคยยอมให้ใครมาเอาเปรียบหรือรังแกได้ฝ่ายเดียว ในเมื่อแก้วรุ้งกล้ากระตุกหนวดเสืออย่างเขา เธอก็ต้องเตรียมตัวรับผลที่ตามมาให้ดี
