บทที่ 11 EP 2/3 ห้ามใจไม่ให้รักเธอ

มื้อเที่ยงเสร็จสิ้นในเวลาไม่นานนัก หนุ่มสาวต่างอิ่มแปล้ไปตามๆ กัน

“โอย...พุงกาง...” ปรายรุ้งโอดโอย ขณะนั่งลงหน้าจอโทรทัศน์เครื่องเก่าคร่ำคร่าแล้วส่งหมอนใบหนึ่งให้ชลกรเอาไปนอนหนุน

“ใช่ อิ่มมาก” บอกหล่อนแล้วตบหมอนเก่าๆ แต่ยังดูสะอาดสะอ้านไปสามสี่ที ทว่ายังไม่ยอมนอนลง

ป้าบ! ป้าบ!

“จะตบอีกนานไหมคุณ มันสะอาดน่า หมอนฉันเอง” ปรายรุ้งท้วงอย่างรู้ทัน

“โอเค หนุนก็หนุน แหะๆ” เขารีบเอนกายลงนอน รู้สึกสบายมากทีเดียวยามนอนหงายเต็มร่างอย่างนี้ ขับรถมาเกือบสองชั่วโมง ก็เมื่อยเอาการละนะ

“คุณจะดูช่องไหนก็เปิดเลยนะ ฉันไม่ไหว ง่วงมาก นี่มันเวลานอนของฉัน” ว่าพลางอ้าปากหาวหวอดๆ ชนิดไม่ห่วงสวย แล้วโยนรีโมตให้ชลกร เธอนอนหน้าจอโทรทัศน์เป็นเพื่อนแขกที่ไม่ใช่แขก ไม่อยากให้เขาอึดอัดหากว่าจะโดนทิ้งให้นอนอยู่กลางบ้านโล่งๆ คนเดียว

“เธอทำได้ยังไง ทั้งไปเรียน ทั้งทำงาน” ถามขึ้นอย่างทึ่งในตัวสาวเจ้า

“ลองมาเป็นฉันดูสิ เดี๋ยวคุณก็ทำได้ พ่อแก่ แม่ไม่มี บ้านก็จะพังมิพังแหล่ เครื่องมือหากินก็สามวันดีสี่วันไข้ ฉันหมายถึงไอ้เจ้าเรือยนต์ของพ่อน่ะ ทุกอย่างมันคือความรับผิดชอบ ต้องหาเงินให้พอกับสิ่งที่ต้องจ่าย บางทีก็หาไม่ทันหรอก ขอพี่ทรายอยู่เรื่อย แต่ฉันโชคดีที่มีพี่ทราย”

“เด็กดริงก์บางคนที่ DC บอกว่าทรายทองเลี้ยงเธอไว้เป็นเบ๊” เขาเอ่ยตามที่เคยได้ยินมา บ้างก็ว่าทรายทองจิกหัวใช้ปรายรุ้งยิ่งกว่าทาสเสียอีก ทรายทองมีความสวยเป็นอาวุธ หล่อนเป็นสาวนั่งดริงก์ที่ไม่ได้มาประจำที่ DC แต่แขกประจำส่วนใหญ่มาเพื่อจะได้นั่งคุยกับเจ้าหล่อนกันทั้งนั้น ค่าตัวของทรายทองนั้นถือว่ามากอยู่ สำหรับเกรดสาวไซด์ไลน์ระดับเดียวกันที่เป็นแค่เพื่อนกินเพื่อนเที่ยว ไม่ใช่เพื่อนนอน 

“ฉันเต็มใจเป็นเบ๊ ฉันยอมดูแลคนที่ฉันรัก ฉันไม่แคร์คำคนหรอก คุณพักผ่อนเถอะ อ้อ...อย่าคิดทำอะไรฉันเชียวนะ” 

คนสวยพลิกหน้าไปหาคนที่นอนอยู่ห่างๆ

“จะบ้าเหรอ นี่มันกลางวันแสกๆ” เขาเอ่ยขำๆ

“ไม่รู้ละ ฉันหลับลึกด้วย ถ้าตื่นมาเสื้อผ้าหายละก็จะจับทำพ่อของลูกซะให้เข็ด”

“โอย....น่ากลัวชะมัด” 

เขาเอ่ยอย่างแขยง ส่วนปรายรุ้งหัวเราะขบขันในท่าทีของชายหนุ่ม

“หึๆ นอนแล้วนะ ห้ามเรียก จะดูทีวีก็ดูไป” บอกเขาแล้วพลิกหันหลังให้ และไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็ผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย

ชลกรยังไม่หลับ เขานอนมองแผ่นหลังบางที่กำลังขยับขึ้นลง อดใจไม่ไหวก็เปลี่ยนที่นอน หยิบหมอนมานอนใกล้ปรายรุ้ง นอนตะแคงมองคนที่อ้าปากน้อยๆ แล้วหลับอย่างเป็นสุข เขายิ้มออกมาไม่รู้ตัว ก็ดูหล่อนสิ เหมือนเด็กหญิงปรายรุ้งไม่มีผิด และแล้วหัวใจเขาก็เต้นผิดจังหวะ มันเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็น

“ทำไมใจฉันเต้นแรงอย่างนี้นะปรายรุ้ง ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางของเธอ มันทำอะไรกับใจของฉันกันนะ” ถามตัวเองแล้วยื่นนิ้วออกไปแตะแก้มเนียนของปรายรุ้ง มันนุ่มจนเขาต้องเผลอยิ้ม เขาลูบมันเล่นเบาๆ ด้วยไม่อยากให้เจ้าตัวตื่นขึ้นมา กระทั่งพอใจจึงได้ดึงมือกลับคืน กลิ่นหอมจากหมอนหนุนชวนให้เขาต้องสูดดมแรงๆ ราวกับว่ากลิ่นที่ได้สูดเข้าไป คือกลิ่นแก้มบางของปรายรุ้งนั่นเอง

----------

หกโมงเย็น

“ตื่นๆๆ ตื่นได้แล้ว!”

เสียงกัมปนาทที่ดังอยู่ข้างหูทำเอาชลกรต้องงัวเงียลุกขึ้นนั่ง ยอมรับว่าหลับอย่างสบายเหลือเกินบนพื้นไม้แข็งๆ ไร้ฟูกนุ่มนิ่ม เขาลืมไปแล้วว่าเมื่อคืนนี้ตัวเองก็แทบไม่ได้นอนเช่นกัน

“อะไรของเธอเนี่ย ฉันง่วง”

“ง่วงอะไรล่ะ ตื่นได้แล้ว ไปเล่นน้ำกัน” 

“โอย...ไม่เล่น ขี้เกียจ ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน”

“มี! ฉันซื้อมาให้แล้ว นี่ไง” ว่าแล้วเทเสื้อผ้าในถุงที่ซื้อมาจากตลาดนัดให้ชายหนุ่มดู เขามองแล้วเบะปากพลางส่ายหัว

“ฉันไม่ใส่กางเกงลายช้างเด็ดขาด”

“เถอะน่า หรือจะใส่กางเกงเลของพ่อ นุ่งเป็นเหรอ เดี๋ยวได้ทำหลุดอายพ่อนะ” เธอแนะ ดูท่าแล้วเขาไม่น่าจะนุ่งกางเกงเลเป็น

ชลกรทำหน้ายู่นิดๆ ก่อนจะหยิบกางเกงลายช้างหนึ่งในสองตัวขึ้นมา ลายนี่พร้อยเชียว โอย...อยากจะบ้าตาย

“ใส่ๆ ไปเถอะน่า ใส่ไปเล่นน้ำกัน” เร่งเร้าชลกรพร้อมรอยยิ้มสดใส 

ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ แล้วก้มมองกางเกงตัวหนึ่งที่เพิ่งคลำเจอ

“เฮ้ย! กางเกงชั้นใน?” 

“ใช่ ซื้อมาจากตลาดนัด ไม่รู้ว่าคุณใส่แล้วจะคันไหม แต่ก็คงดีกว่าไม่เลยเนอะ แหะๆ” บอกเขาอย่างอายๆ ก็นะ เป็นผู้หญิงยิงเรือเที่ยวซื้อกางเกงชั้นในผู้ชายก็กระไรอยู่  มันน่าอายจะตาย แต่พอคำนึงถึงความเป็นจริงเลยต้องกัดฟันซื้อมา

ชลกรอมยิ้ม หล่อนเป็นผู้หญิงคนแรกถ้าไม่นับมารดาเขาละนะที่ซื้อกางเกงชั้นในมาให้ มันจะขำก็ขำไม่ออก รู้สึกเอ็นดูมากกว่าในความพยายามของหล่อน

“โอเค ใส่ก็ได้ แล้วเสื้อผ้าชุดนี้ของฉันล่ะ”

“กลับมาฉันจะซักเอง ซักพร้อมกับเสื้อผ้าของพวกเราที่เปียกน่ะ ไปเถอะคุณ คิดถึงน้ำทะเลจะแย่แล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป