บทที่ 12 EP 2/4 ห้ามใจไม่ให้รักเธอ

แล้วปรายรุ้งก็ลากชลกรไปเล่นน้ำ ทว่าคิดผิดหรือคิดถูกก็ไม่รู้ เพราะดูเหมือนว่าเขาจะจงใจอวดแผงอกขาวๆ ล่ำๆ ให้เธอได้มอง ตอนแรกที่กะว่าจะมาเล่นน้ำเสียให้เปรม เลยกลายเป็นว่าเล่นไปเกร็งไปเพราะแอบมองผู้ชายหุ่นล่ำหน้าขาวตาตี๋ โอย...งานดีเกาหลีเหลือเกินพ่อคุณ!

“กรี๊ดดด!!!” ปรายรุ้งกรีดร้องเมื่อจู่ๆ ก็มีอะไรสักอย่างดึงขาเธออยู่ใต้น้ำ มันดึงพรวดลงไปแล้วปล่อยเธอแต่โดยดี เธอรีบพุ้ยน้ำขึ้นมาถึงผิวน้ำด้วยความตื่นตระหนก

“ฮ่าๆๆ กลัวละสิปราย ฮ่าๆ”

“นี่แกล้งฉันเหรอ!? ตายซะเถอะ! ย๊า!!!” ร้องพลางพุ่งตัวเข้าหาชลกร เขารีบหันหลังให้ เป็นจังหวะให้ปรายรุ้งขึ้นขี่หลังเขาได้ หญิงสาวกอดคอนั้นไว้แล้วทุบไหล่เขาแรงๆ ทั้งสองปล้ำกันอยู่ในน้ำ ทั้งเสียงหัวเราะ เสียงกรีดร้องของปรายรุ้งดังมาเป็นระยะ มองเผินๆ เหมือนคู่แต่งงานใหม่กำลังหยอกล้อกันก็มิปาน

----------

กรุงเทพฯ ยามราตรี

รองเท้าส้นสูงสีทองวาววับ ก้าวออกมาจากลิฟต์ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงฯ ทรายทองในชุดราตรีสีเดียวกับรองเท้า กำลังเดินอย่างสง่าด้วยมาดนางพญาไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมลายสวย ชุดที่สวมไม่ได้เปิดเปลือยเนื้อหนังมากมาย แต่รัดรึงทุกทรวดทรงองค์เอวด้วยการตัดเย็บและเนื้อผ้า หน้าผมที่ตกแต่งมาอย่างพิถีพิถันไม่ได้มากเกินไปแต่อยู่ในความพอเหมาะพอดี ผมที่ยาวสลวยถูกเกล้าเป็นมวยหลวมๆ มันหลุดลุ่ยลงมาระต้นคอ ให้คนมองแล้วต้องแอบพิจารณาต้นคออันขาวผ่อง ด้วยว่ามันน่าจับน่าจูบเสียนี่กระไร

หญิงสาวก้าวเข้าไปภายในห้องอาหารสุดหรูที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม มันมีโดมแก้วสูงอยู่เหนือศีรษะช่วยกันหมอกน้ำค้างยามค่ำคืน เสียงเพลงบรรเลงเป็นจังหวะสุดคลาสสิกดังเข้ามาในหู พอๆ กับเสียงแก้วไวน์เคลื่อนเข้ากระทบกัน ทรายทองเดินเข้าไปยังตำแหน่งแรกที่สะดุดตา คนผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น และกำลังส่งยิ้มมาให้อย่างใจดี

“นับว่าการรอคอยไม่เสียเปล่า หนูงดงามมากจ้ะทรายทอง” บุรุษเสียงทุ้มวัยสี่สิบต้นๆ เอ่ยทักทายทรายทองพร้อมยิ้มกว้าง เขาลุกขึ้น ทำให้เห็นพุงน้อยๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะหุ่นสูงใหญ่ก็ตาม 

“ยังปากหวานเหมือนเดิมนะคะเฮีย เข้าใจเลือกสถานที่นะคะ” เอ่ยแซวแล้วกวาดตามองรอบห้องอาหารขนาดใหญ่ ที่นี่มักมีสายข่าวมาตามเก็บภาพพวกดารานักร้องเสมอ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่พวกนักข่าวสายบันเทิงรู้กันว่าจะต้องได้ข่าว ‘เฮียจิว’ แม้ไม่ใช่ดาราแต่เขาก็เป็นไฮโซ เวลาปรากฏตัวในที่สาธารณะจึงมักเป็นที่จับตามองอยู่เสมอ

“แหม...คนเราก็ต้องมีหน้าที่ไม่ใช่เหรอ นั่งลงก่อน หิวไหม”

“เปรี้ยวปากมากกว่าค่ะ ขอวิสกี้เข้มๆ หรือไม่ก็ออเดิร์ฟเป็นไวน์แพงๆ สักแก้วเถอะค่า”

จิวยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ เขาสั่งไวน์ให้ทรายทองหนึ่งขวดใหญ่ ระหว่างนั่งรอก็ปัดหน้าจอสมาร์ตโฟนไปมาเพื่อโอนเงินค่าตัวให้ทรายทอง หญิงสาวล้วงเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าใบเล็กมาดูบ้าง มีข้อความจากแบงก์ที่ตนใช้อยู่ประจำถูกส่งเข้ามา

“โอ...ให้เกินตั้งหมื่นหนึ่งแน่ะ” ท้วงแล้วยกมือไหว้ขอบคุณคนที่เพิ่งโอนเงินเข้ามา

“เห็นชุดหนูแล้วเฮียเกรงใจ กลัวหนูจะหมดตัวซะก่อน”

“โธ่เฮีย...ก็เฮียนัดซะหรูขนาดนี้ จะให้ใส่เกาะอกกางเกงขาสั้นเป็นโคโยตี้มาหรือคะ ไม่ไหวอะ” บอกแล้วยิ้มขัน การมีเฮียจิวเป็นลูกค้าเป็นสิ่งที่ทรายทองไม่ได้มีความอึดอัดเลย ตรงกันข้าม เหมือนว่าเธอได้มาเอาอกเอาใจคนที่สนิทด้วย เหมือนญาติสนิทที่สามารถคุยเล่นกันได้มากกว่า

“หึๆ ดีๆ ขอบใจนะ ถ้าไม่ได้หนูเฮียคงแย่”

“ไม่แย่หรอกค่ะ สาวไซด์ไลน์มีออกเกลื่อน”

“แต่มีไม่กี่คนนี่นาที่เข้าอกเข้าใจและพูดเก่งเหมือนหนู”

“เฮียว่าหนูพูดมากหรือคะ” 

ทรายทองเอ่ยเย้าหน้าเง้า รีบยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเมื่อบริกรนำมันมาส่งถึงที่

“กินอะไรดี วันนี้เฮียเป็นป๋า” หนุ่มใหญ่ตาเล็กเรียวถามแล้วยิ้ม ผิวที่นานทีได้เจอแสงแดดแทบจะกลายเป็นสีเดียวกับผ้าปูโต๊ะ จิวเป็นแพทย์สมัยใหม่ รักษาโรคทั่วไป รวมถึงการฝากครรภ์และโรคสำหรับเด็ก เขาไม่ได้ทำงานในโรงพยาบาล แต่เปิดคลินิกขนาดใหญ่อยู่ในย่านที่ผู้ดีมีอันจะกินอาศัยอยู่ พื้นฐานครอบครัวของชายหนุ่มนับว่าฐานะดี มันทำให้เขากลายเป็นไฮโซเนื้อหอม แม้ว่าอายุจะมากแล้วก็ตาม สาวๆ เรียงหน้าเข้าหาเขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่หนุ่มใหญ่ยังคงมุ่งมั่นอยู่กับงาน และออกมาพบปะสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ชื่อทรายทองเดือนละหนึ่งถึงสองครั้งเท่านั้น และเป็นทุกครั้งที่ต้องมีภาพลงกรอบเล็กๆ ในนิตยสารซุบซิบดาราเสมอไป

“ขออะไรก็ได้ ง่ายๆ แต่แพงๆ ค่า”

“หึๆ ร้ายจริงๆ” จิวยิ้มขัน เขาเอ็นดูทรายทองเหมือนน้องนุ่งคนหนึ่ง อีกทั้งทรายทองว่าง่าย มีคุณสมบัติตามที่พวกนักข่าวต้องการ หล่อนสวย ดูแพง ดูสง่า แม้ว่าภูมิหลังของหล่อนจะไม่ได้สวยงามก็ตาม

ทั้งสองนั่งรับประทานมื้อค่ำไปเรื่อยๆ หลายครั้งที่มีแสงแฟลชแยงเข้าตาแต่ทรายทองก็ทำเป็นไม่เห็น มื้อค่ำผ่านไป เป็นเวลาของสิ่งที่หญิงสาวโปรดปราน การเติมแอลกอฮอล์เข้าในเส้นเลือดเป็นสิ่งที่น่าภิรมย์ยิ่งสำหรับทรายทอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป