บทที่ 14 ล่อลวง ๕๐%

สายลมเอื่อยโชยกระทบผิวเนียนให้ความรู้สึกเย็นเยือก ก่อนอุณหภูมิปกติจะกลับมาปกคลุมรอบห้องหอมละมุนกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าของ

นาบีเหลือบสายตายังโซฟารับแขกสีครีมอ่อนของตัวเอง ชะเง้อคอมองหาคนตัวโตที่เคยประจำตำแหน่งนั้น แต่ทว่า ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว

"เฮ้อ... กลับไปได้สักที" ถอนหายใจโล่งอกจุดยิ้มน้อยๆ บนมุมปาก แอบย่องออกมาดูเพื่อนน้องชายตั้งแต่เที่ยงจนสามโมงห้องถึงได้โล่ง เหลือเพียงตัวเองในห้องกว้างพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่ค่อยมีผู้ชายเข้ามาฝากรอยเท้าไว้มากนักนอกจากเจ๊อาร์ตี้

พ่อกับน้องชายมาเป็นครั้งคราว ไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะเด็กที่เธอเรียกว่าน้องชาย นาบีให้เข้ามาได้เมื่อจำเป็นเท่านั้น

คอนโดหลังใหม่จากน้ำพักน้ำแรงเงินเก็บของตัวเองเป็นคอนโดหรูใจกลางเมือง ขนาดห้องไม่ได้กว้างมาหากเทียบกับหลังเดิมที่พ่อซื้อให้ แต่เพราะอยู่คนเดียว ไม่รับเงื่อนไขให้น้องตัวแสบเป็นเจ้าของร่วมด้วย มันเลยรู้สึกไม่เล็กน่าอึดอัดอย่างที่คิด

ส่วนหลังเดิม ก็ยกให้คนเป็นน้องรับมรดกตกทอดไป อยากพาเพื่อนพาใครมามั่วสุมหาความสุขอันแสนเละเทะก็แล้วแต่ 

นาบีสู้เก็บหอมรอมริบ กินน้อยพออิ่มเพื่อมรดกที่เป็นชื่อกรรมสิทธิ์ตัวเองเพียงคนเดียวสองปีเต็มกว่าจะได้คอนโดหลังนี้มา เธอจะไม่ยอมให้ใครเข้าทำลายของรักอีก นึกถึงลูกรักที่แปรสภาพเป็นจานใส่ขี้บุหรี่แล้วยังเคืองไม่หาย ผ่านไปหลายปีแต่ก็ยังไม่ลืมความรู้สึกเวลานั้นสักที แค่นึกถึงก็อยากกระโจนข่วนหน้าตัวต้นเหตุแล้ว!

...แต่ว่านะ เด็กตัวโตนั่นจะกลับทำไมไม่รู้จักปิดห้องให้เธอดีๆ เนี่ย! ฟ้าครึ้มฝนใกล้เข้ามา อีกนิดพายุก็กระหน่ำสาดใส่ นี่ถ้าเธอไม่ออกมาดูห้องก็คงจะเละตอนโดนพายุซัดใส่ไปแล้วแน่

หน้าสวยบึ้งตึง กระแทกเท้าออกจากห้องนอนมาหมายจะปิดประตูระเบียงที่เปิดรับลมเย็นก่อนสายฝนจะเทลงมา มองไกลๆ เห็นหมอกจางๆ ลอยปกคลุมยอดตึกสูง ไม่แน่ใจว่าฝุ่นเมืองกรุง หรือหมอกธรรมชาติกันแน่

"ห้องพี่ไม่มีเหล้าอื่นนอกจากโซจูหรือไง"

"ว้าย!!!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป