บทที่ 11 บทที่ 10 สายเปย์
เวียงพิงค์เดินออกมาจากป่าจำลองที่อยู่ส่วนหนึ่งของคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอเดินขึ้นไปชั้นบนและตรงเข้าไปยังห้องนอนของตัวเองที่ตอนนี้เจ้าของบ้านยกให้เป็นห้องส่วนตัวของเธอแล้วซึ่งมีพี่เลี้ยงเดินตามเข้ามาอีกสองคน
"มีอะไรหรือเปล่าคะ"
เวียงพิงค์เอ่ยถามพี่เลี้ยงทั้งสองคนด้วยความสงสัย พี่ๆเขาอายุอานามยังไม่ได้มากมายอะไรส่วนใหญ่ก็อายุประมาณสามสิบต้นๆ แต่ทว่าพวกเธออยู่ในเมืองมานานมีความรู้ และสามารถในการแนะนำเธอได้มากพอสมควร พี่คนแรกชื่อพี่หมีส่วนอีกคนชื่อพี่ตาหวาน ทั้งสองคนได้รับคำสั่งจากนายใหญ่ให้มาดูแลเวียงพิงค์ส่วนตัว
"พี่ทั้งสองคนจะมาช่วยคุณหนูแต่งตัวค่ะ เห็นว่าจะไปเดินเล่นที่ห้างถ้างั้นแต่งตัวแบบเรียบร้อยสบายๆแล้วกันนะคะ"
ตาหวานเอ่ยขึ้นมาก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ตู้เสื้อผ้า เปิดประตูออกและหยิบชุดออกมาสามชุดก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เด็กสาว ทาบชุดทั้งสามลงบนตัวของเธอ
"คุณหนูชอบชุดแบบไหนคะ"
เธอมองชุดที่อยู่ในมือของตาหวานก็จะชี้นิ้วไปยังเสื้อยืดสีขาวและเอี๊ยมยีนส์สีสดใส
"เวียงพิงค์ชอบชุดนี้ค่ะน่ารักดี"
"อย่างนั้นใส่ชุดนี้นะคะ"
เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ ทั้งสองคนช่วยกันทำผมทรงใหม่ให้หญิงสาว ช่วยกันถักเปียให้คนละข้างและผูกโบว์สีฟ้าดูน่ารักเหมาะสมกับวัย จากนั้นก็ให้หญิงสาวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดที่เตรียมไว้ให้ เมื่อแต่งตัวเสร็จหญิงสาวก็เดินออกมาส่องกระจกในห้องนอน หมุนตัวไปมาก่อนจะหันไปเอ่ยถามพี่เลี้ยงทั้งสองคน
"ดีแล้วหรือยังคะ หนูเป็นยังไงบ้าง"
"สวยแล้วค่ะ คุณหนูเป็นผู้หญิงที่สวยมากแต่ว่าตาดูเศร้าไปหน่อย"
"พวกเราเข้าใจค่ะว่าคุณหนุ่มเพิ่งเสียคุณแม่ไป ยังไงขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ"
ทั้งสองคนโค้งตัวเล็กน้อยไว้อาลัยให้กับคุณแม่ของเธอที่ล่วงลับจากไปแล้ว เวียงพิงค์ฝืนยิ้มออกมาให้พี่เลี้ยงทั้งสองคน แสร้งทำเป็นว่าตัวเองสดใสร่าเริงเพื่อให้ทุกคนสบายใจไม่เครียดตาม
"หนูทำใจได้แล้วค่ะ พี่ๆไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หลังจากนี้เวียงพิงจะไม่ร้องไห้แล้วค่ะ"
"ดีแล้วค่ะ คุณหนูลงไปหานายใหญ่ข้างล่างนะคะเดี๋ยวพวกพี่จะตามลงไปขอเก็บของในห้องก่อน"
"ได้ค่ะ จริงๆหนูทำเองก็ได้นะคะ พวกพี่ไม่เห็นต้องลำบากเลย"
เธอเอ่ยออกมาอย่างเกรงใจ รู้สึกแย่มากที่ตัวเองอยู่สุขสบายไม่ได้ทำอะไรเลยในขณะที่คนอื่นๆต้องคอยมาเอาอกเอาใจ และอำนวยความสะดวกให้เธอ
"เป็นหน้าที่ของพวกเราค่ะ ส่วนคุณหนูพยายามอยู่เฉยๆนะคะอย่าทำอะไรเกินหน้าที่ นายใหญ่สั่งไว้ว่าคุณหนูมีหน้าที่แค่เรียนหนังสือและก็ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป"
"ทำไมรู้สึกเหมือนหนูโดนกักขัง"
ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามคำสั่งของชายหนุ่ม เนื่องด้วยเธอไม่สามารถเลือกชีวิตของตัวเองได้อีก ผู้หญิงตัวคนเดียวไม่เหลือใครแล้วและมีคนอุปถัมภ์คอยดูแลส่งเสียเลี้ยงดู สิ่งเดียวที่เธอจะทำได้ก็คือทำให้เขาสบายใจที่สุด
"ถ้างั้นเวียงพิงค์ลงไปหาคุณลูอีสนะคะ"
"ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่ตามลงไปนะคะ"
"ค่ะ"
เด็กสาวตอบรับกับพี่เลี้ยงก่อนจะเดินออกจากห้องนอนและเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ซึ่งตอนนี้นายใหญ่กำลังยืนอยู่หน้าบ้านคุยกับลูกน้องคนสนิทที่ชื่อ ริชาร์ดอยู่
"จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม"
"เรียบร้อยแล้วครับนาย ผมให้ลูกน้องไปสืบมาแล้วพวกที่บุกเข้ามายิงในหมู่บ้านไม่ใช่โจรปล้นเสบียง"
"ฉันก็พอจะเดาออก เดี๋ยวไว้คุยกันฉันจะพาเวียงพิงค์ไปเดินห้าง"
และเมื่อเห็นเงาหญิงสาวค่อยๆเดินออกมาจากข้างในเขาจึงหันไปมองโดยไม่ได้พูดอะไรกับลูกน้องอีก เวียงพิงค์สวมรองเท้าแตะรัดส้นสะพายกระเป๋าใบเล็กวิ่งออกมาหาชายหนุ่มก่อนจะระบายยิ้มออกมาเผยให้เห็นและลักยิ้มตรงมุมปาก
"รอหนูนานไหมคะ"
"ไม่นานหรอกขึ้นรถสิ"
เด็กสาวขยับตัวขึ้นไปบนรถอย่างว่าง่าย โดยมีชายหนุ่มตามขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสองคนนั่งอยู่ในรถตู้กันกระสุนโดยมีลูกน้องติดตามมาด้วยอีกประมาณเกือบสิบคน รู้สึกว่าเขาค่อนข้างใช้ชีวิตลำบาก เดินทางไปไหนก็ต้องมีคนติดตามไปด้วยหลายสิบชีวิต แต่ก็นั่นแหละเธอไม่ได้เป็นเขาไม่รู้หรอกว่าเหตุผลอะไร แค่เธอเองต้องอยู่ให้ได้นั่นคือสิ่งที่เธอจดจำไว้เพียงเท่านั้น
ใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็เดินทางมาถึงที่ห้างสรรพสินค้าในตัวเมือง คฤหาสน์ของชายหนุ่มตั้งอยู่ห่างตัวเมืองค่อนข้างไกล เขาตั้งใจที่จะให้อยู่บริเวณรอบนอกเพื่อที่จะได้เดินทางไปที่กาสิโนได้ง่าย
"ลงมาสิ"
เขาเดินลงไปจากรถ หันกลับมายื่นมือมาตรงหน้าหญิงสาวให้เธอจับมือเขาและเดินเข้าไปพร้อมกัน เวียงพิงค์ทำตามอย่างว่าง่าย เดินเคียงข้างนายใหญ่เข้าไปข้างในพร้อมกัน กวาดสายตามองไปโดยรอบด้วยท่าทีตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แสงสีที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตมันสวยงามอย่างบอกไม่ถูก นี่นะเหรอที่คุณครูเคยบอกว่าเมืองที่เจริญแล้ว มันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ
"ไม่เคยมาสินะ"
"ไม่ค่ะ... หนูไม่เคยออกมาสถานที่แบบนี้เลย ไกลสุดก็คือโรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ด้วยนะคะหนูเคยเล่น"
"แล้วใช้โทรศัพท์เป็นหรือเปล่า"
"เคยเห็นของคุณครูค่ะแต่ว่าที่หมู่บ้านไม่มีคลื่นโทรศัพท์ก็เลยไม่เคยได้ใช้ค่ะ"
เขาพยักหน้าเล็กน้อยไม่พูดอะไรอีก สถานที่แรกเขาพาหญิงสาวเข้าไปในร้านขายโทรศัพท์ เพื่อที่จะซื้อให้เธอใช้จะได้ติดต่อกันสะดวก เด็กสาวมองไปโดยรอบด้วยความตื่นเต้น ไอแพดจอใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเธอเคยใช้มาก่อน ที่โรงเรียนมีให้ลองเล่นอยู่หลายเครื่อง
"ก็ใช้เป็นนิ"
"หนูเคยเล่นค่ะที่โรงเรียนมีให้ลองใช้"
"ไปลองกดโทรศัพท์สิฉันเลือกให้แล้วเธอน่าจะชอบ"
ชายหนุ่มดันแผ่นหลังให้เธอไปหาพนักงานที่นั่งอยู่ไม่ไกล หญิงสาวขยับตัวไปอย่างว่าง่ายส่วนเขาก็หันไปหาลูกน้องก่อนจะเอ่ยออกมา
"ริชาร์ด..."
"ครับนายใหญ่"
เขาเหลือบสายตาไปมองผู้ช่วยที่ยืนอยู่ไม่ไกล ส่วนลูกน้องคนอื่นยืนรออยู่ที่หน้าร้าน ไม่เข้ามารบกวนเพราะเดี๋ยวคนอื่นจะตกใจได้
"เด็กมัธยมเขาต้องใช้ไอแพดในการเรียนไหม"
"ใช้ครับ"
"ถ้างั้นเอาไปอีกเครื่องนึง เอาแบล็คการ์ดของฉันไปจ่ายเงินค่าของแล้วไปดูเวียงพิงค์ลองโทรศัพท์ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึง"
"ได้ครับนายใหญ่"
เขาส่งแบล็คการ์ดในกระเป๋าไปให้ลูกน้องทำการชำระเงินในส่วนค่าใช้จ่ายของเด็กสาว จากนั้นก็เดินออกไปข้างนอกร้านเพื่อทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำสาธารณะไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่มากนัก
ส่วนริชาร์ดเขาเดินมาหาเวียงพิงค์ที่ตอนนี้กำลังเรียนรู้การใช้โทรศัพท์จากพนักงานอยู่ที่โต๊ะ
"เดี๋ยวเอาไอแพดรุ่นใหม่ล่าสุดเพิ่มอีกเครื่องนึงนะครับนี่บัตรชำระเงินได้เลย"
"คุณลูอีสเขาซื้อไอแพดเหรอคะ"
"เขาก็ซื้อให้เวียงพิงค์ไง"
เด็กสาวเบิกตากว้างอย่างตกใจ แค่ที่เขาให้โทรศัพท์เครื่องนี้ก็หลายหมื่นแล้ว นี่ยังจะซื้อไอแพดให้อีกเครื่องนึงมันไม่เยอะเกินไปเหรอ เธอเองก็ไม่ได้ใช้อะไรมากมายไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีทุกอย่างมากมายขนาดนี้
"เยอะไปหรือเปล่าคะ"
"เวียงพิงค์ไม่ควรขัดใจนายใหญ่นะรู้ใช่ไหม"
"รู้ค่ะ ขอโทษค่ะ"
เด็กสาวขอโทษผู้ช่วยของนายใหญ่ก่อนจะหันไปคุยกับพนักงานต่อไม่ได้คัดค้านอะไรเขาอีก เธอรู้ว่าคุณริชาร์ดเป็นห่วงและคอยเตือนตลอดไม่ให้เธอดื้อกับเจ้านายของเขา ซึ่งเธอพยายามที่จะปฏิบัติตามทุกอย่างเขาจะได้ไม่ปวดหัวอีก...
