บทที่ 5 บทที่ 4 คนขี้รำคาญ
เวียงพิงค์เดินตามนายใหญ่แห่ง west valor ลงมาชั้นล่าง เด็กสาวมองไปโดยรอบด้วยความแปลกตาแปลกใจ ที่บ้านหลังใหญ่นี้มีแต่ของที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ในหมู่บ้านของเธอตัวบ้านก็ทำมาจากไม้ บางบ้านก็ใช้ฟางในการสร้างบ้านอยู่อาศัย ของเธอจะดีหน่อยเพราะว่าแม่พอมีเงิน แต่หลังจากที่สูญเสียที่พึ่งพิงแห่งเดียวในชีวิตเธอก็รู้สึกว่าเสียศูนย์ไปพอสมควร
"อ๊ะ...! คะ คุณ"
เด็กสาวลูบหัวตัวเองป้อยๆเมื่อชายหนุ่มหยุดเดินกะทันหัน ร่างบางชนเข้ากับแผ่นหลังหนาของเขาจนตัวเซ ใบหน้านิ่งเรียบเฉยเหลือบสายตามองเพียงครู่เดียวก่อนจะเดินนำไปต่อไม่เอ่ยขอโทษ เหมือนไม่ได้รู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ
และเมื่อมาถึงที่โต๊ะอาหาร หญิงสาวก็ขยับตัวไปนั่งข้างเก้าอี้ของชายหนุ่ม ลูอีสเหลือบสายตามองเด็กสาวก่อนจะหันมองจานข้าวของตัวเองพบว่าระยะเวลาที่เขาขึ้นไปหาเวียงพิงค์ ทำให้จานข้าวอุ่นกลายเป็นเย็นเฉียบ
"เปลี่ยนจานข้าวให้ผม"
"ได้ค่ะนายใหญ่"
เด็กสาวจ้องมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา ข้าวที่อยู่ในจานของเขาเยอะมากแต่ทำไมถึงไม่ยอมกินก็ไม่รู้
"ทำไมคุณถึงไม่กินข้าวในจานนี้ล่ะคะ ของยังดีๆอยู่เลยทำไมถึงทิ้งแบบนั้น คุณรู้ไหมคะว่ากว่าชาวนาจะปลูกข้าวได้แต่ละเม็ดมันยากลำบากแค่ไหน"
เวียงพิงค์บ่นออกมาก่อนจะคะยั้นคะยอให้ชายหนุ่มกินข้าวในจานนั้นต่อ เขาจ้องมองใบหน้าสวยไม่แสดงความรู้สึกใดๆปล่อยให้เธอพร่ำเพ้อพรรณนาจนพอใจแต่เขายังยืนยันจะเปลี่ยนเหมือนเดิม
"กินให้หมดเถอะค่ะอย่าเอาไปทิ้งเลยเสียดายของค่ะ"
"เธอบ่นอะไรนักหนาหนวกหู"
"แต่ว่า..."
เด็กสาวยังไม่ยอมแพ้ เธอแค่คิดว่าเขาไม่ควรที่จะกินทิ้งกินขว้าง กับของบางอย่างที่มันต้องแลกมากับหยาดเหงื่อแรงงาน
"คุณไม่เคยปลูกข้าวเองไม่รู้หรอกค่ะว่ามันลำบากมากแค่ไหน"
"มีเงินทำไมฉันจะต้องลงทุนไปปลูกข้าวเอง มีเงินก็ซื้อกินแล้วฉันจะต้องซาบซึ้งในบุญคุณอะไรล่ะ"
"ช่างเถอะค่ะพูดไปคุณก็ไม่เข้าใจหรอก"
เด็กสาวทำหน้างอง้ำใส่ชายหนุ่มก่อนจะตักกินกับข้าวตรงหน้า เมนูแต่ละอย่างบอกตามตรงว่าเธอไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต
"กินสิ"
"คือ...มันคืออะไรคะหนูไม่รู้จัก"
เด็กสาวเอยออกมาก่อนจะชี้นิ้วไปยังกุ้งล็อบสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มสั่งให้แม่บ้านนำมาทำซาซิมิกิน และทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะเป็นเมนูที่เขาชอบทั้งนั้น
"ฉันก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ดูจากสถานที่ที่เธออยู่ก็น่าจะรู้จักแค่ปลาดุกกับปลาทู"
"ก็รู้จักแค่นั้นแหละค่ะหนูไม่ได้เกิดมาเป็นคนรวยแบบคุณนี่นา"
เด็กสาวมีสีหน้าที่สลดลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วถึงจะเป็นอย่างนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกสงสารหรือคิดที่จะพูดจาปลอบโยนให้เธอรู้สึกดีขึ้น
"มันคือกุ้งล็อบสเตอร์ เธอลองกินสิอร่อยนะ"
น้ำเสียงอ่อนโยนที่เธอไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่นักจากเขาทำให้หญิงสาวเผลอยิ้มออกมา มือเล็กใช้ส้อมทิ่มลงไปยังเนื้อกุ้งจ้องมองมันด้วยความแปลกใจเพราะดูจากสีแล้วน่าจะไม่ได้ทำให้มันสุกก่อน
"ทำไมมองแบบนั้นล่ะมันอร่อยนะ"
"แต่ว่ามันยังไม่สุกนะคะสีมันยังดิบอยู่เลย คุณแม่เคยสอนไว้ว่าห้ามกินของดิบค่ะมันเป็นอันตราย"
"อย่ามาไร้สาระ คนอื่นเขาก็กินกันทั้งนั้นแหละ"
ชายหนุ่มเหนื่อยจะเถียงกับเด็กผู้หญิงคนนี้ เลยเลือกที่จะกินข้าวตรงหน้าของตัวเองไม่สนใจเธออีก
"ในเมืองเขากินของดิบกันเหรอคะคุณครูบอกว่าถ้ากินของดิบอาจจะทำให้มีพยาธิในร่างกายได้ค่ะ"
เด็กสาวยังคงเอ่ยสั่งสอนชายหนุ่มต่อ เขาถึงกลับแสดงใบหน้าหงุดหงิดเพราะว่าเธอเริ่มที่จะดื้อกับเขาอีกครั้งแล้ว
"เธอกำลังดื้อกับฉันนะเวียงพิงค์ ถ้ากุ้งจานนี้กินไม่ได้เธอก็ไปกินอย่างอื่น"
"ก็ได้ค่ะ"
เด็กสาวยอมสงบลงเพราะว่าเห็นใบหน้าดุของชายหนุ่มก็รู้สึกกลัว เธอมองเมนูอาหารของเขาซึ่งมันมีแต่อะไรที่เธอไม่เคยลองกินทั้งนั้น ลูอีสใช้สายตามองเด็กสาวเพียงเล็กน้อย หยิบช้อนกลางตักกุ้งผัดวุ้นเส้นใส่ให้เธอในจาน
"อันนี้กุ้งสุกกินได้ ลองชิมดูสิ"
"ขอบคุณค่ะ"
เด็กสาวเอ่ยขอบคุณก่อนจะใช้ช้อนตักข้าวในจานแล้วลองชิมดู โชคดีที่เธอไปโรงเรียนและคุณครูสอนเรื่องมารยาทในการร่วมโต๊ะอาหารกับผู้อื่น เด็กสาวได้เรียนรู้วัฒนธรรมจากคนในกรุงมาหลายอย่าง จึงทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตกลมกลืนกับคนอื่นๆได้
และเมื่อกุ้งอบวุ้นเส้นเข้าไปอยู่ในปาก เวียงพิงค์ค่อยๆคบเคี้ยวไปเรื่อยๆก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย มันอร่อยมากๆ และเธอเองก็ไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต
"มันคืออะไรคะทำไมมันอร่อยจังเลย"
"มันคือกุ้งอบวุ้นเส้น เชฟที่บ้านของฉันเขาเป็นเชฟระดับมิชลิน 4 ดาว เพราะฉะนั้นเมนูทุกเมนูที่เสิร์ฟอยู่บนโต๊ะอาหารอร่อยทุกอย่าง"
"แล้วมิช ๆอะไรที่ว่านี่มันคืออะไรคะ"
เด็กสาวเอยถามด้วยความใคร่รู้ ชายหนุ่มถึงกับกุมขมับเกือบสายตามองไปยังผู้ช่วยของตัวเองที่ตอนนี้ยืนกลั้นขำอยู่ด้วยใบหน้าเหนื่อยใจ
"ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าพากลับมาเป็นภาระเปล่า ๆ ถามเยอะฟังแล้วชวนหนวกหู"
"เอาน่านายใหญ่ เด็กวัยนี้เขาก็ช่างพูดช่างถามทั้งนั้นแหละ อีกหน่อยถ้าเธอปรับตัวได้เดี๋ยวก็คงดีขึ้นเองแหละ"
และในขณะที่ชายหนุ่มบ่น เธอก็ไม่ได้สนใจใช้ช้อนกลางตักเมนูกุ้งอบวุ้นเส้นใส่จานตัวเองอีกช้อน ลูอีสเห็นดังนั้นก็รู้สึกว่าเธอจะไม่ทำตามใจตัวเองถ้าเขาไม่สั่งทั้งที่บนโต๊ะอาหารมีเมนูเกือบ 10 อย่าง หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าเธอรู้สึกเกรงใจ
"เธอไม่กินอย่างอื่นบ้างล่ะ"
"ก็กุ้งอบวุ้นเส้นนี่อร่อยดีนี่คะ"
"อย่างอื่นก็อร่อยลองกินดูเถอะมันไม่ตายหรอกเข้าใจที่พูดไหม"
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงดุ เด็กสาวมองบนโต๊ะอาหารด้วยความเกร็ง จริง ๆเธอไม่ควรที่จะนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับนายใหญ่ ถือว่าเขาใจดีมากที่ให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอมานั่งกินข้าวด้วย
"เธอไม่ต้องมาเกรงใจฉันหรอก ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง ทำตัวตามสบายเถอะยังซะที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอ"
เวียงพิงค์สบสายตากับชายหนุ่มด้วยแววตาสั่นไหว ตอนนี้ที่พึ่งพิงเดียวของเธอเสียชีวิตไปแล้ว และเขาคือคนเดียวเท่านั้นที่จะปกป้องเธอได้หลังจากนี้
"ขอบคุณมากเลยนะคะที่เอ็นดูหนู"
"ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะทิ้งเธอไว้ในป่าให้เสือกินซะจะได้ไม่ต้องมาถามอะไรน่ารำคาญแบบนี้"
"ผู้ชายใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย"
