บทที่ 7 บทที่ 6 ปากเสียไม่เลิก

แสงสีในร้านทำเอานายใหญ่แห่ง west valor ออกอาการเวียนหัว ทว่าเขาก็ยังอดทนนั่งอยู่เป็นเพื่อนกับทุกคนอีกเกือบชั่วโมง แต่แล้วก็รู้สึกออกอาการอยากนอนขึ้นมาเสียดื้อๆ จึงขอตัวกลับไปก่อนส่วนเพื่อนที่เหลือปล่อยให้อยู่ต่อจนกว่าจะเบื่อ

"กูกลับก่อนดีกว่าพวกมึง ไม่ไหวว่ะอยากนอน"

"แล้วไปทำอะไรมา นายใหญ่แห่ง west valor ไม่ควรที่จะมาเหนื่อยล้าร่างกายอะไรแบบนี้ เพียงแค่อยากได้อะไรก็ใช้ลูกน้องทำให้ชีวิตสุขสบายจะตายไป"

คริสโตเฟอร์เอ่ยแซวเพื่อนรักด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ และจากการคาดเดาอาจจะจัดหนักสาวสวยอะไรประมาณนี้หรือเปล่าถึงได้ร่างกายดูเหนื่อยล้า จะให้คิดอะไรในทางที่ดีก็ไม่ใช่เขาสิ

"ไม่ใช่อะไรแบบที่แกคิดหรอกไอคริส ในหัวมึงนี่มีแต่เรื่องลามก"

"แล้วถ้างั้นมึงจะไปเหนื่อยอะไรล่ะ"

"ก็เมื่อเช้าตามลูกน้องไปจัดการคนทรยศในกลุ่มนั่นแหละ ตอนนี้ทางตำรวจอีกฝั่งนึงเขาจับไว้ให้เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปจัดการมัน"

"อย่างนี้นี่เอง ก็ไปเหอะเอาไว้เราค่อยนัดกันอีกที ช่วงนี้กูก็งานยุ่งเหมือนกัน งั้นเอาเป็นว่าแยกย้ายกันเลยดีไหมกูก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน"

คริสโตเฟอร์เสนอทางเลือกให้พวกเพื่อนๆได้เดินทางกลับไปพร้อมกัน ไมลล์และลูคัสเห็นด้วยกับความคิดของเขา นี่ก็ดื่มกันมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ควรจะแยกย้ายกันไปทำงานสักที

"ถ้าอย่างนั้นก็ตามนี้แหละ เดี๋ยวกูก็จะทิ้งร้านไว้ให้ลูกน้องดูแลต่อว่าจะไปพักผ่อนสักหน่อย"

"โอเคตามนั้นแยกย้าย"

ลูอีสขยับตัวลุกขึ้นจากโต๊ะบาร์สูง ส่งแบล็คการ์ดไปให้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆเพื่อชำระเงินค่าไวน์ราคาแพงในร้านของเขา

"จ่ายค่าไวน์"

"ค่อยมาให้ก็ได้ไม่เห็นต้องรีบเลย"

"เอาไปเถอะฉันกลัวตัวเองลืม"

ลูคัสรับบัตรจากมือของเพื่อนส่งไปให้พนักงานนำไปชำระเงินค่าไวน์ ส่วนอาหารหรืออย่างอื่นเขาเป็นคนจัดการทั้งหมด

และไม่นานพนักงานก็เดินเข้ามาและยื่นแบล็คการ์ดคืนให้กับเขา

"เรียบร้อยแล้วครับคุณลูอีส ค่าไวน์ทั้งหมด 139,900 บาทครับ"

"อืม... ขอบใจ ไปก่อนละไว้เจอกันนะเพื่อน"

เขาเอ่ยออกมาเพียงแค่นั้นก่อนจะก้าวขาเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ส่วนเพื่อนๆคนอื่นก็แยกย้ายกันไปคนละทาง รถหรูเคลื่อนที่มาจอดหน้าประตู ริชาร์ด ฟรานซิส และลูกน้องคนอื่นๆเดินออกมายืนอยู่นอกรถเปิดประตูทิ้งไว้ผายมือเชิญนายใหญ่แห่ง west valor ให้ขึ้นรถเข้าไปนั่งข้างใน

"เชิญครับนายใหญ่"

"เวียงพิงค์เป็นยังไงบ้าง เข้านอนหรือยัง"

ชายหนุ่มเอ่ยถามริชาร์ดพร้อมกับขยับตัวเข้าไปนั่งข้างใน ผู้ช่วยของเขาขยับตัวขึ้นมานั่งข้างเจ้านายก่อนจะตอบคำถามที่เขาอยากทราบ

"แม่บ้านบอกว่าได้ยินเสียงสะอื้นดังออกมาจากห้องนอน ผมคิดว่าน่าจะแอบร้องไห้อีกแล้ว"

"ยัยเด็กนี่นี่มัน..."

เขาถึงกับพูดไม่ออกและไม่รู้จะพูดปลอบใจยังไงให้เธอเลิกเสียใจกับเรื่องของคุณแม่สักที ในช่วงเวลาที่เขาสูญเสียคุณพ่อก็ร้องไห้อยู่นานหลายวันกว่าจะเข้มแข็งเหมือนทุกวันนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย

"นายใหญ่ต้องเข้าใจเธอหน่อย เด็กเพิ่งสูญเสียคุณแม่คงต้องใช้เวลา"

"เดี๋ยวฉันจัดการเองรีบกลับ"

"ครับนายใหญ่"

รถหรูเคลื่อนที่ออกจาก Veronica ใช้เวลาในการเดินทางกลับคฤหาสน์นานเกือบสี่สิบนาที และเมื่อมาถึงชายหนุ่มก็ก้าวขาลงจากรถตรงขึ้นไปยังชั้นบน ก่อนจะบังเอิญได้ยินเสียงสะอื้นดังลอดออกมาจากห้องนอนของเด็กสาว เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อยใบหน้ามีความลังเล ความรู้สึกตีกันอยู่ภายในใจว่าเขาควรจะกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองหรือเข้าไปปลอบใจเธอ

และสุดท้ายเขาก็ต้องยอมแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเอง เดินเลยจากประตูห้องนอนของตัวเองไปยังห้องถัดไป จากนั้นก็เคาะประตูหน้าห้องเอ่ยเรียกชื่อเด็กสาวอย่างใจเย็น

"เวียงพิงค์เปิดประตู"

เด็กสาวที่นอนร้องไห้อยู่บนเตียงนอน ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาจากข้างนอกก็รีบเช็ดน้ำตาของตัวเอง จากนั้นรีบวิ่งมาเปิดประตูเพราะถ้าช้ากว่านี้นายใหญ่อาจจะโกรธเอาได้

และเมื่อประตูถูกเปิดออก ชายหนุ่มก็เหลือบสายตามองเด็กสาวตรงหน้า ใบหน้าสวยบวมช้ำตาแดงต่ำน้ำตายังคลออยู่ที่เบ้า เขาเองที่ไม่ค่อยถนัดในการปลอบใจใครจึงทำได้เพียงแค่ตักเตือนเท่านั้น

"เธอร้องไห้แบบนี้คนอื่นเขานอนกันไม่ได้"

"ฮึก... หนูขอโทษค่ะคุณลูอีส หนูขอโทษที่รบกวนทุกคนแต่ว่า ฮือออออ มันห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆค่ะ"

และเมื่อพูดมาถึงประโยคนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เขายังคงยืนนิ่งจ้องมองใบหน้าสวยร้องไห้เสียงสะอื้นต่อหน้า ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเหมือนกันได้แต่ปล่อยให้เธอระบายออกมาและรับฟังเพียงเท่านั้น

"หนูพยายามนอนแล้ว แต่นอนได้แป๊บเดียวก็นึกถึงหมู่บ้านที่โดนไฟไหม้ ผู้คนโดนยิงตายและได้ยินเสียงขอความช่วยเหลืออยู่ตลอด ฮึก... คุณลูอีส... เวียงพิงค์กลัวค่ะ"

เด็กสาวร้องไห้ออกมาเสียงสะอื้น ร่างบางตัวสั่นไหวต้องการที่พักพิงหัวใจและไออุ่นจากอ้อมกอดของใครสักคน ทว่าเธอไม่สามารถเรียกร้องขอจากเขาได้ แค่เธอร้องไห้คราบน้ำตาเลอะเปรอะเปื้อนเสื้อของเขาก็ถูกดุแล้ว จะคาดหวังให้เขามาปลอบใจก็คงเป็นไปไม่ได้

ชายหนุ่มยืนนิ่งไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงกับเด็กคนนี้ แต่สภาพของเธอดูน่าสงสารสำหรับใครที่ผ่านมาเห็นรวมถึงเขาด้วย นายใหญ่แห่ง West valor ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือดึงมือของหญิงสาวขยับเข้ามาแนบชิดใกล้ ก่อนจะสวมกอดร่างบางเอาไว้อย่างปลอบโยน

"ไม่ต้องร้องฉันจะอยู่เป็นเพื่อน"

"ฮึก...! คุณลูอีสจะอยู่เป็นเพื่อนเวียงพิงค์จริงๆเหรอคะ"

"ก็ถ้าฉันไม่อยู่เป็นเพื่อน เธอก็จะร้องไห้แบบนี้ทั้งคืน สภาพก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก รู้ไหมว่าเสียงร้องไห้ของเธอมันน่ารำคาญมากแค่ไหน"

และเขายังคงเป็นลูอีสคนเดิม ปากเสียไม่เลือกและปลอบใจใครไม่เป็น เด็กสาวเงยหน้ามองสบตากับชายหนุ่มก่อนจะเผลอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

"ถึงแม้ว่าคุณจะปากเสียแต่ว่าคุณเป็นคนใจดีนะคะ"

"นี่เธอ... หลอกด่าฉันหรือไง"

"ปะ... เปล่านะคะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป