บทที่ 8 บทที่ 7 ออกคำสั่งเก่งไม่ไหว
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเด็กสาวรู้สึกว่าไม่ได้โดดเดี่ยวอยู่คนเดียวในห้องแคบๆ นั่งจ้องหน้าชายหนุ่มแต่แทบไม่ได้คุยอะไรกัน จนในที่สุดก็เผลอหลับไปบนเตียงนอนใหญ่ ลูอีสจ้องมองท่าทีของเด็กสาวตั้งแต่มองเขาตาใสแป๋วจนค่อยๆ กะพริบตาปริบๆจากนั้นก็หลับไปเลย
"สิ้นฤทธิ์แล้วหรือไง หึ..."
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อยก่อนจะอุ้มเด็กสาวให้เอาหัวไปหนุนหมอนห่มผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะปิดไฟและเดินออกมาจากห้องนอนของเธอ
นายใหญ่แห่ง west valor เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง เข้าไปอาบน้ำจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย จากนั้นก็เปลี่ยนชุดนอนและมานั่งกดโทรศัพท์อยู่บนเตียง ล่าสุดลูกน้องของเขาบอกว่าไอ้พวกคนทรยศถูกมัดไว้กับเก้าอี้ที่โกดังร้างอีกฝั่งของชายแดน กาสิโนของเขาอยู่ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนคฤหาสน์สุดหรูที่เขานอนทุกวันจะอยู่ที่ชายแดนของฝั่งประเทศไทยโดยใช้เวลาในการเดินทางเพียงไม่นาน แค่นั่งรถขับไปไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงแล้ว อิทธิพลของเขากว้างใหญ่พอสมควร จึงทำให้การข้ามประเทศในละแวกนี้เป็นไปโดยง่ายเหมือนขับรถเข้าไปในตัวเมืองแค่นั้น
เขาเงยหน้ามองนาฬิกาบนฝาผนังเป็นเวลาเกือบตีหนึ่ง และควรค่าแก่เวลานอนพักผ่อน วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะกดปิดไฟบนหัวเตียงจากนั้นก็เผลอหลับไปในที่สุด
เช้าวันต่อมา...
ริชาร์ดเดินทางไปที่หมู่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เขาไปทำตามคำสั่งของเจ้านาย โดยการพาร่างไร้วิญญาณของคุณแม่เวียงพิงค์ให้นำกลับมาฌาปนกิจศพที่วัดไม่ไกลจากคฤหาสน์มาก
เขามองไปโดยรอบสภาพหมู่บ้านรกร้างไร้ผู้คน สภาพศพนอนตายเกลื่อนอยู่ข้างทาง และรู้สึกแปลกกับพวกที่มาปล้นเสบียงเมื่อวาน เพียงแค่มาหาเสบียงทำไมต้องฆ่าทั้งหมู่บ้านขนาดนี้ เหมือนมันจะมีอะไรมากกว่านั้นเขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆ แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันว่ามันมีอะไรมากกว่านี้
"ฟรานซิสพาร่างของผู้หญิงคนนั้นไปขึ้นรถ บอกไอ้พวกนั้นเอาผ้าขาวห่อด้วย"
"ได้ครับคุณริชาร์ด"
ฟรานซิสรีบไปสั่งลูกน้องให้จัดการพาศพของผู้หญิงที่นอนตายอยู่โดดเดี่ยวอยู่ใต้ต้นไม้ ห่อผ้าสีขาวหนาแน่นก่อนจะช่วยกันอุ้มไปขึ้นรถและรีบออกไปจากตรงนั้นทันที อีกเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะเข้ามาตรวจสอบหรือไม่สภาพศพในหมู่บ้านอาจจะกลายเป็นปุ๋ย เพราะว่าเป็นหมู่บ้านนี้อยู่ในป่าอาจจะตกสำรวจและไม่มีใครสนใจจะเข้ามา
ทางด้านของเวียงพิงค์หญิงสาวตื่นนอนตั้งแต่เช้าและเมื่อได้สติก็นั่งกอดเข่าร้องไห้ออกมาอีก เพียงแค่นึกถึงคุณแม่ที่จากไปก็ทำให้เธอไม่มีความสุข
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก เด็กสาวรีบปาดน้ำตาวิ่งเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อล้างคราบน้ำตาให้แห้งเหือด ถ้าเกิดว่าคุณลูอีสรู้ว่าเธอร้องไห้คงไม่พ้นโดนดุและทำโทษ
เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินออกมาเปิดประตูให้คนข้างนอกก่อนจะฝืนยิ้มออกมาเมื่อเจอป้าแม่บ้านยืนอยู่
"คุณป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ"
"นายใหญ่ให้มาตามคุณหนูไปกินข้าวด้วยกันข้างล่างค่ะ"
"เวียงพิงค์จะลงไปเดี๋ยวนี้ค่ะ"
เด็กสาวรีบเดินตามป้าแม่บ้านลงไปชั้นล่างเพราะเพิ่งถูกชายหนุ่มดุเรื่องที่เธอปล่อยให้ผู้ใหญ่รอบนโต๊ะอาหาร และเมื่อมาถึงเด็กสาวก็เข้ามายืนอยู่ตรงหน้านายใหญ่แห่ง west valor ยกมือไหว้ทักทายเขาอย่างมีมารยาทก่อนจะขออนุญาตนั่งลงข้างชายหนุ่ม
"สวัสดีค่ะคุณลูอีส หนูขออนุญาตนั่งด้วยนะคะ"
"เช้านี้มาแปลกมีมารยาทขึ้น นั่งลงสิ"
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงเรียบ บอกให้หญิงสาวนั่งลงข้างๆและหันไปสั่งให้แม่บ้านตักข้าวใส่จานให้เธอ
"ตักข้าวให้เวียงพิงค์หน่อย"
"ค่ะนายใหญ่"
เด็กสาวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างชายหนุ่ม มองป้าแม่บ้านที่ตักกับข้าวใส่จานให้เธอก่อนจะหยิบช้อนส้อมมองสำรวจอาหารตรงหน้า และมีความสงสัยเพราะว่าไม่เคยกินมาก่อน สาวบ้านป่าอย่างเธอไม่ค่อยได้กินของดีๆแบบนี้หรอก และการได้มาอยู่คฤหาสน์ที่นี่ทำให้เธอได้ลองทำอะไรใหม่ที่ไม่เคยได้ทำเลยสักครั้งตอนอยู่ที่บ้าน
"กินสิ ไม่มีของดิบหรอก"
"ค่ะ"
เธอเอ่ยออกมาเพียงแค่นั้นก่อนจะใช้ช้อนกลางตักกับข้าวตรงหน้าใส่จาน ใช้ช้อนส้อมเขี่ยไปมาอย่างสงสัยว่ามันคือเมนูอะไร ลูอีสเห็นแบบนั้นก็วางช้อนส้อมลงก่อนจะนั่งจ้องหน้าหญิงสาวด้วยความกดดัน เวียงพิงค์เงยหน้าขึ้นมองสบตาชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบตักใส่ปาก
"กับข้าวพวกนี้กินได้มันไม่ได้ตาย อย่าทำเหมือนฉันบังคับให้เธอกิน"
"คุณให้เวลาหนูหน่อยสิคะก็หนูไม่เคยกินนี่นา"
เวียงพิงค์ร้องทักท้วงออกมาเสียงเบา รีบตักกับข้าวตรงหน้ากินเขาจะได้หยุดจ้องหน้าเธอและหันไปสนใจกับข้าวของตัวเองตรงหน้า
"ก็แค่นี้แหละอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ รีบกินแล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าฉันจะพาเธอไปที่วัด"
"คุณริชาร์ดพาแม่ของเวียงพิงค์มาที่วัดแล้วเหรอคะ"
เด็กสาววางช้อนส้อมลงก่อนจะเอ่ยถามเกี่ยวกับเรื่องของคุณแม่ ลูอีสหันไปมองเวียงพิงด้วยสายตาดุ เธอเห็นดังนั้นก็รีบก้มหน้าลงก่อนจะตักกับข้าวกินต่อไม่เซ้าซี้ถามอะไรอีก
เมื่อหญิงสาวทานข้าวในจานจนหมดเกลี้ยงด้วยเพราะว่าอยากที่จะเร่งรีบกินให้อิ่มจะได้เดินทางไปที่วัดเพื่อทำพิธีฌาปนกิจศพให้คุณแม่อันเป็นที่รักครั้งสุดท้าย
"อิ่มแล้วค่ะ"
"ขึ้นไปชั้นบนเดี๋ยวฉันให้แม่บ้านเอาชุดไปให้"
"ค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูขอช่วยป้าแม่บ้านเก็บตามบนโต๊ะนี้ก่อนนะคะ แม่เคยบอกว่าเวลาที่เรากินข้าวบ้านคนอื่นต้องช่วยเขาเก็บด้วยค่ะ"
เด็กสาวเอ่ยออกมาอย่างใสซื่อ เธอทำตามคำสอนของแม่ทุกอย่าง ท่านเคยบอกว่ากินอยู่บ้านคนอื่นก็ต้องช่วยงานบ้านเขาอย่าทำตัวรักสบายและให้คนอื่นทำงานอยู่ฝ่ายเดียว
"ไม่ต้องทำ ฉันจ้างแม่บ้านเป็นสิบคนเธอจะไปแย่งงานเขาทำไม"
"แต่ว่า..."
"ไม่ต้องห่วงเธอมีงานทำแน่นอน รีบกลับไปที่ห้องแล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้าฉันให้เวลายี่สิบนาที"
"ก็ได้ค่ะ คุณลูอีสรอเวียงพิงค์ก่อนนะคะอย่าเพิ่งไป"
"อย่าชักช้าแล้วกันฉันไม่ชอบรอใครนาน"
เด็กสาวได้ยินแบบนั้นก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปชั้นบนด้วยความรวดเร็วเพราะเกรงว่าชายหนุ่มจะรอนานและเดี๋ยวเขาจะเปลี่ยนใจไม่พาเธอไปที่วัด ลูอีสมองตามเด็กสาวไปก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ
"ป้าครับให้คนเอาชุดไปให้เวียงพิงค์ที่ห้องหน่อย แล้วก็ที่เหลือเอาไปจัดใส่ตู้เสื้อผ้าให้เธอด้วย"
"เสื้อผ้าที่ทางห้องชุดเอามาส่งเมื่อตอนเช้าตรู่ใช่ไหมคะ"
"อืม... นั่นแหละ เอาไปให้เวียงพิงค์ในห้อง"
"รับทราบค่ะนายใหญ่"
แม่บ้านโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะรีบออกไปทำตามคำสั่งของนายใหญ่ เมื่อวานช่วงเย็นเขาให้ลูกน้องไปจัดการสั่งเสื้อผ้าที่ร้านให้เอามาส่งที่นี่เกือบยี่สิบชุด สั่งไปว่าเป็นชุดของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปี ไม่โป๊ ไม่โชว์เนื้อหนังและน่ารักสมวัย ซึ่งชุดที่ได้มาส่วนใหญ่จะเป็นเด็กวัยรุ่นมีชุดเอี๊ยมบ้างเสื้อยืดกางเกงขายาวที่สวมใส่สบายไม่รัดแน่นจนอึดอัด
"โหทำไมชุดสวยเยอะจังเลยคะ"
"นายใหญ่สั่งให้ทางร้านเอามาส่งให้คุณหนูค่ะ วันนี้ไปที่วัดเป็นงานขาวดำ ใส่ชุดเดรสสีดำจะดีกว่านะคะ"
"ขอบคุณนะคะที่คอยดูแลเวียงพิงค์ ทุกคนที่นี่ใจดีจังเลยค่ะ"
"ทุกคนทำตามคำสั่งของนายใหญ่ค่ะ เขาสั่งไว้ว่าให้อยู่เป็นเพื่อนคุณหนูและถ้าคุณอยากได้อะไรก็ให้ทำตามคำสั่ง"
เด็กสาวถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินประโยคที่ไม่คาดคิดจากปากของแม่บ้าน ไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็นห่วงเธอทั้งที่การกระทำเย็นชาใส่แถมยังคอยดุอยู่ตลอด
"นายใหญ่เขาใจดีเหมือนกันนะคะ"
"ผู้คนที่นี่รักนายใหญ่ค่ะ เขาเป็นที่รักของทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้รวมถึงลูกน้องของเขาทุกคน"
