บทที่ 4 บ้านในฝัน

“เขาขายมั้ยยาย นิวอยากได้จัง” ผมจ้องมองเข้าไปในบ้านด้วยแววตาเพ้อฝัน เพราะรู้สึกผูกพันเหลือเกิน

โป๊ก!

ทันใดนั้นอะไรบางอย่างที่มันไม่แข็งมากนักก็ลอยหวือมาฟาดหัวผมจนต้องร้อง “โอ๊ย!”

ที่แท้มันเป็นถุงปลาหมึกบดที่อยู่ในมือยายนั่นเอง

“เอ็งฝันอยู่เรอะ? คงต้องถูกล็อตเตอรีรางวัลที่หนึ่งสักยี่สิบใบละมั้งถึงจะซื้อได้น่ะ”

“ก็ไม่แน่หรอกยาย นิวอาจจะซื้อได้ก็ได้นะ”

“ตื่น! แล้วก็เข็นรถระวัง ๆ ด้วยล่ะ”

ยายรีบปัดความฝันของผมทิ้งอย่างไม่เหลือให้ลุ้นกันเลยทีเดียว เฮ้อ! ผิดอะไรที่ผมจะฝันล่ะ ตอนเด็ก ๆ ผมจำเรื่องเล่าของพ่อได้ ว่าพ่อเจอกับแม่ที่บ้านหลังนั้น เพราะคุณเพียงฝันเป็นเพื่อนของคุณปู่ ตอนที่พ่อต้องย้ายมารับราชการที่นี่สี่ปี คุณเพียงฝันก็เลยให้พ่อมาพักที่นี่

ตอนนั้นป้านวลปรางค์กับแม่นวลอนงค์ของผมเป็นคนรับใช้ในบ้านกลิ่นโกมุท คงเดากันได้แล้วใช่มั้ยล่ะครับว่าผมเกิดมาได้ยังไง ใช่ครับ พ่อผมดอดเข้าห้องแม่แทบทุกคืน จนผมมาจุตินั่นแหละ แล้วคุณหฤทัยก็ตามมาอาละวาดฟาดงวงฟาดงา แล้วก็ใช้เส้นสายสั่งย้ายให้พ่อกลับไปทำงานในกรุงเทพฯ

หลังจากห่างกับพ่อ แม่ก็มีผัวใหม่เป็นชาวต่างชาติที่ไม่รู้เหมือนกันว่าชาติไหน แล้วแม่ก็ทิ้งผมไว้กับยายและป้า แล้วก็ไม่เคยกลับมาหาผมอีกเลย

คุณปู่คุณย่าไม่เคยมาดูดำดูดีผม ตอนแรกจะไม่ยอมให้ผมใช้นามสกุลท่านด้วยซ้ำ ดีที่พ่อยังมีความเป็นพ่ออยู่บ้างจึงดึงดันที่จะให้ผมใช้ พ่อรับรองผมเป็นลูก ผมถึงได้เข้าเรียนในโรงเรียนดี ๆ ด้วยสวัสดิการของข้าราชการ แต่กระนั้นคุณหฤทัยก็คอยตามกลั่นแกล้งมาตลอด เป็นไงครับ ชีวิตวัยเด็กของผม น่าเวทนามั้ยล่ะครับ

ผมโตมาในบ้านไม้เก่า ๆ ที่อยู่หลังคฤหาสน์กลิ่นโกมุท แล้วผมก็ชอบมุดรั้วเข้าไปเล่นน้ำในสระที่มีดอกบัวสีแดงนั่น ชอบมองบ้านหลังใหญ่หลังนั้น

ผมเคยแอบได้ยินคุณเพียงฝันคุยกับเพื่อนของเธอ จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้เป็นแค่เพื่อนเก่าของคุณปู่ แต่เป็นคนรักเก่าต่างหาก มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าถ้าปู่ได้กับคุณเพียงฝัน ผมก็ได้เป็นทายาทคนหนึ่งของกลิ่นโกมุทไปแล้ว ไม่น่าพลาดเลยปู่… เฮ้อ

ผมตื่นจากฝันลม ๆ นั่นเมื่อเข็นรถมาถึงบ้านไม้หลังเก่า ๆ ที่ผมเล่าไปเมื่อครู่ ซึ่งตอนนี้มันเก่าแล้วเก่าอีกจนจะพังลงมาอยู่แล้ว ก่อนจะได้ยินเสียงคนเอ่ยถามมาจากข้างในว่าทำไมวันนี้ยายกลับเร็วจัง

ไม่นานหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีก็เดินออกมา พอเห็นผมเข้าเธอก็เบิกตากว้าง แล้วก็เดินเร็ว ๆ เข้ามากอดผม

“นิว! กลับมาตั้งแต่เมื่อไร”

ป้านวลปรางค์ของผมเองครับ ผู้หญิงคนที่สองที่เลี้ยงดูผมมา

“เพิ่งมาถึงวันนี้แหละป้า นินิวคิดถึงป้าจังครับ” ผมกอดตอบ ไม่วายหอมแก้มฟอดใหญ่เหมือนที่ทำกับยาย

“ไหนยายเราว่าจะมาอาทิตย์หน้า” ป้าถามเหมือนยายเป๊ะ

“เซอร์ไพรส์!” ผมก็ตอบเหมือนเดิมเป๊ะเช่นกัน

“มา ๆ ๆ ป้ากำลังทำกับข้าวเอาไปให้คุณเพียงฝันที่โรงพยาบาล เดี๋ยวกินข้าวกันก่อนแล้วป้าค่อยไป แล้วคืนนี้จะกลับมานอนคุยด้วยนะ คิดถึงหลานมาก ๆ” ป้าปรางค์กุลีกุจอดึงข้อมือผมเข้าไปในบ้านหลังเล็กของพวกเรา จับผมนั่งลงบนเก้าอี้หวายเก่า ๆ แต่สะอาดสะอ้านเพราะป้าเป็นคนรักความสะอาดมาก แล้วก็รีบไปทำอาหารต่อ

พอได้ยินว่าป้าจะกลับมานอนคุยกับผมให้หายคิดถึง ผมก็เกิดสงสัยขึ้นมา เพราะจำได้ว่าป้ามีห้องนอนเป็นของตัวเองในคฤหาสน์กลิ่นโกมุทเพราะต้องอยู่เป็นเพื่อนคุณเพียงฝัน ผมจึงอดไม่ได้ที่จะถาม

“เดี๋ยวนี้ป้าไม่ได้นอนในบ้านนั้นแล้วเหรอครับ” ผมพเยิดหน้าไปทางบ้านของคุณเพียงฝัน

แล้วป้าก็รีบส่ายหน้า เอามือขึ้นมาลูบแขนตัวเองราวกับว่าอากาศมันหนาวทั้ง ๆ ที่ผมนั่งเหงื่อแตกพลั่กเพราะความจริงแล้วอากาศโคตรจะร้อน แล้วป้าก็เตือนผมด้วยท่าทางจริงจัง

“นิวจะเข้าไปเดินเล่นวิ่งเล่นในกลิ่นโกมุทสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะ โดยเฉพาะตอนกลางคืน”

“ทำไมเหรอครับป้า?”

ป้าปรางค์ไม่ตอบ แต่ทำท่าทางที่ผมจะใช้คำจำกัดความอะไรอื่นไปไม่ได้นอกจาก 

บรื๋ออออออ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป