บทที่ 10 คุ้มเจ้าแก้วคำ
“ห้องนี้หนูพออยู่ได้ไหมจ๊ะ” เจ้าดาริกาเปิดประตูห้องให้แล้วเอ่ยถาม
รสิตากวาดตามองภายในห้องไม้สักทอง ที่การตกแต่งภายในบ่งบอกถึงรสนิยมอันดีของเจ้าของบ้าน แม้จะเป็นเพียงห้องรับรองแขก แต่ดูหรูหราไม่ต่างจากห้องพักในโรงแรมห้าดาว สมกับที่เขาเป็นเจ้าของโรงแรมที่มีชื่อเสียงติดอันดับหนึ่งของเมืองน่านโดยแท้จริง
“ห้องน่าอยู่มากทีเดียวค่ะ แต่มันจะไม่ดีเกินไปสำหรับให้พนักงานพักหรือคะ” หญิงสาวถามอย่างประหลาดใจ
“ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกจ้ะ หนูรัก ที่นี่ตกแต่งห้องแบบนี้เหมือนกันทุกห้อง หนูพักที่นี่ให้สบายใจนะจ๊ะ อย่าคิดว่าเป็นคนอื่นคนไกล หนูมาช่วยงานลูกชายของแม่ในช่วงที่เขากำลังต้องการคนพอดี ก็ถือว่าเป็นคนสำคัญของที่นี่ด้วย”
“อะ...เอ่อ ค่ะ” รสิตาเริ่มงุนงงหนักขึ้น ไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับที่ดีขนาดนี้ ก่อนมาที่นี่เธอกังวลแทบแย่ว่าแม่ของเขาจะคิดอย่างไร ที่ลูกชายพาผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันวันเดียวเข้าไปพักในบ้าน “ถ้าเรียบร้อยแล้ว ผมว่าเราไปเอาของที่บ้านอิศรากันเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน”
“เอ่อ..ค่ะ” รสิตารับปากแล้วเดินตามน่านนทีไปอย่างง่ายดาย แม้ในใจจะยังมีความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย แต่ในเมื่อเธออยากได้ลูกเสือก็จำต้องเข้าถ้ำเสือ โอกาสเปิดให้ขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่รับไว้ก็โง่เต็มที
เจ้าของบ้านอิศราเดินจากเคาน์เตอร์ออกมายังหน้าที่พัก เมื่อเห็นรถยุโรปสีบรอนซ์เงินไม่คุ้นตาเข้ามาจอด เมื่อเห็นคนที่ลงมาจากรถก็ยิ่งทำหน้าแปลกใจยิ่งขึ้นไปอีก เพราะไม่มีใครในธุรกิจโรงแรมที่นี่ที่จะไม่รู้จักผู้บริหารคนสำคัญของโรงแรมเวียงแก้วคำ แม้จะทำธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่ใช่ว่าบ้านอิศรากับเวียงแก้วคำจะมีอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกันถึงขั้นให้ผู้บริหารโรงแรมระดับห้าดาวต้องมาหาถึงที่นี่
แถมตอนนี้เขายังกังวลอยู่ว่าแขกคนสำคัญที่มาพักวันนี้หายไปจากที่พัก มีเพียงรถจักรยานที่มีผู้ชายคนหนึ่งนำมาจอดไว้ให้แล้วบอกว่า คนที่เอารถไปฝากให้เอามาคืนให้ เดี๋ยวเธอจะนั่งรถคันอื่นกลับมา เมื่อเห็นรสิตาก้าวลงมาจากรถอีกคน เขาถึงกับถอนใจโล่งอก ก่อนจะหันไปยังน่านนทีแล้วเอ่ยขึ้น
“สวัสดีครับคุณน่านนที”
“สวัสดีครับ คุณอ้วน ที่นี่ตกแต่งน่าอยู่ดีนะครับ” น่านนทีเอ่ยทักทายแล้วกวาดตามองบ้านหลังขนาดย่อมที่จัดเป็นที่พักแบบโฮสเทล
“ขอบคุณครับ ก็แค่บ้านหลังเล็ก ๆ เท่านั้นครับ ผมทำแค่พอมีรายได้เลี้ยงพนักงานไม่กี่คน ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนเวียงแก้วคำ” อ้วนตอบอย่างถ่อมตัว
“แต่ผมก็พอรู้ว่าที่นี่มีแขกมาพักแทบไม่เคยขาด” น่านนทีเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะพูดต่อว่า “พอดีผมบังเอิญได้มาเจอกับแขกของคุณอ้วน เขาไปสมัครงานที่โรงแรมของผม เห็นว่าเธอพักอยู่ที่นี่จึงชวนไปพักอยู่ที่คุ้มแก้วคำด้วยกัน จะได้ไปทำงานสะดวก หวังว่าคุณอ้วนจะไม่ว่าอะไรนะครับ”
“อ้อ มะ...ไม่ว่าครับ เอ่อ มันขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแขกครับ ถ้าอย่างนั้น ผมจะคืนเงินค่าเช่าที่เธอจ่ายล่วงหน้าไว้ให้ครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณอ้วน เก็บไว้เถอะค่ะ ไม่ต้องคืนค่ะ” หญิงสาวรีบแทรกขึ้น เพราะสำหรับเธอแล้วเงินแค่นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างมาก
“ขอบคุณครับ งั้นเข้าไปข้างในกันเถอะครับคุณน่านนที” อ้วนหันมาเชิญทั้งสองเดินตามเข้าไปที่เคาน์เตอร์
ระหว่างเดินรสิตาเดินไปเคียงข้างอ้วน ก่อนจะกระซิบว่า “คุณอ้วนอย่าเพิ่งบอกยายกันนะคะว่า ระ..เอ่อ ดิฉันไม่ได้พักที่นี่แล้ว เดี๋ยวมีโอกาสจะบอกเองค่ะ” เจ้าของบ้านอิศราทำหน้าประหลาดใจแต่ก็จำต้องพยักหน้ารับคำ
แม้จะสงสัยว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องปิดเป็นความลับ แต่เมื่อเธอมาเป็นแขก เขาก็ไม่ควรแพร่งพรายความลับของแขกให้คนอื่นรู้ แม้คนที่ฝากฝังให้หญิงสาวพักอยู่ที่นี่จะเป็นหลานสาวของเขาเองก็ตาม
โดยเฉพาะการไปพักที่คุ้มแก้วคำนั้นไม่น่าจะเป็นอันตรายแต่อย่างใด เพราะคนในตระกูลนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความใจบุญอยู่แล้ว คงไม่กระทำอะไรที่ผิดศีลธรรมให้ต้องเสียชื่อเสียงอันดีที่สั่งสมมานานเป็นแน่ เขาจึงไม่ได้ติดใจอะไรกับการที่เพื่อนของหลานสาวจะไปพักที่นั่นเพื่อให้สะดวกกับการทำงาน
“ครับ งั้นเชิญคุณน่านนทีนั่งรอตรงนี้ก่อนนะครับ” อ้วนหันไปยังน่านนทีซึ่งเดินตามมาห่าง ๆ ให้นั่งรอบนโซฟาที่อยู่ก่อนถึงเคาน์เตอร์ ชายหนุ่มนั่งลงบนโซฟา กวาดตามองตรงผนังห้องที่ตกแต่งด้วยภาพวาดสไตล์ล้านนาฆ่าเวลาไปพลางระหว่างรอหญิงสาวเข้าไปเก็บข้าวของในห้องพัก
ในเวลานี้เขายังไม่รู้ว่าจะหาวิธีลงโทษคนใจร้ายที่ทำให้เขาเสียใจมาหลายปีได้อย่างไร แต่สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ก็คือการฉกตัวเธอไปอยู่ในการควบคุมของเขาให้เร็วที่สุด รสิตาเข้าไปเก็บของเพียงไม่นานก็ออกมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมหนึ่งใบ เธอเอากุญแจห้องไปคืนให้ที่เคาน์เตอร์โดยที่น่านนทีไม่ได้ตามไปดู เขาเห็นหญิงสาวกระซิบกระซาบบางอย่างกับเจ้าของบ้านอิศรา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับการกระทำลับ ๆ ล่อ ๆ นั้นนัก เพราะความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอนั้นเขากุมไว้ในมืออยู่แล้ว
