บทที่ 8 เตรียมที่พักไว้ให้
รสิตากวาดตามองรอบบริเวณที่รถขับผ่านซอกเล็กซอยน้อย บางทีชายหนุ่มที่ขับรถอยู่ข้าง ๆ ก็ชี้ให้เธอหันมองวัดวาต่าง ๆ ที่มากมายเหลือเกินในเมืองขนาดเล็กแห่งนี้ ที่ไม่ว่าหันไปทางไหนก็มีแต่วัด ซึ่งแต่ละวัดก็สวยแปลกตาจนเธออธิบายไม่ถูก
จนกระทั่งมาถึงเรือนไม้ขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นเรือนแบบกาแล มุงด้วยแป้นเกล็ด จากป้ายไม้แกะสลักที่เขียนว่า ‘คุ้มเจ้าแก้วคำ’ ทำให้เธอรู้ว่าถึงที่หมายแล้ว เพราะบิดาของเธอมักเอ่ยถึงอยู่เสมอว่าคู่หมั้นของเธอมีเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ ที่เธอกับเขาได้หมั้นหมายกัน เพราะท่านเคยช่วยเหลือเจ้านรินทรที่ถูกคดโกงจนขาดทุนจากธุรกิจค้าไม้ กระทั่งเกือบต้องขายคุ้มแห่งนี้เพื่อชดใช้หนี้สิน
การช่วยเหลือครั้งนั้นทำให้เจ้านรินทรซาบซึ้งในบุญคุณของเจ้าสัวสุทธิรักษ์จนถึงขั้นถือเป็นเพื่อนตาย เมื่อเจ้านรินทรชดใช้หนี้คืนให้กับเจ้าสัวสุทธิรักษ์จนเสร็จสิ้น และธุรกิจของท่านเจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นท่านจึงขอหมั้นหมายเธอให้กับบุตรชายคนเดียวของท่าน
น่านนทีหันมองคนข้าง ๆ แวบหนึ่งขณะที่กำลังเลี้ยวรถเข้าไปในคุ้ม เห็นหญิงสาวมีรอยกังวลซ่อนอยู่เล็กน้อยในดวงตาคู่สวย
“คุ้มเจ้าแก้วคำ” รสิตาเผลออ่านป้ายไม้แกะสลัก
“ครับ คุ้มเจ้าแก้วคำ สถานที่แห่งนี้เราได้รับสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นนับกว่าร้อยปีมาแล้ว บางหลังจึงดูเก่าแก่โบราณไปสักหน่อย ส่วนหลังที่คุณเห็นนี้เพิ่งสร้างในสมัยพ่อของผม หวังว่าคุณจะอยู่ได้และไม่กลัวบ้านไม้แบบนี้” ชายหนุ่มว่า เพราะเห็นว่าคนที่นั่งมาด้วยกลอกตามองด้วยสีหน้าตื่น ๆ
“อ้อ ไม่...ไม่เลยค่ะ ฉันชอบบ้านไม้โบราณแบบนี้ม้ากมากค่ะ ดูมีคุณค่ามากเลยนะคะ” เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นคือสิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่
ใช่ เธอกลัวบ้านไม้โบราณ เพราะไม่รู้ว่ามีใครตายอยู่ในบ้านหลังนี้บ้าง แต่จะแสดงออกว่ากลัวก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอก็อดได้อยู่ใกล้ชิดเขา แล้วแผนที่จะยั่วยวนให้เขาหลงรักหัวปักหัวปำแล้วสลัดทิ้งนั้นคงยากขึ้นอีก แต่เธอเชื่อว่าคงทนอยู่บ้านผีสิงหลังนี้ไม่นานแน่ เพราะผู้ชายที่เห็นผู้หญิงสวย ๆ แล้วอยากหิ้วเข้าบ้านแบบนี้คงหลงรักเธอได้ไม่ยาก
เอาน่ารสิตา ทนอยู่ไปก่อนเถอะ กลางคืนก็เปิดไฟให้สว่าง ๆ เอาไว้ หญิงสาวพยายามคิดหาทางระงับความตื่นกลัวเอาไว้
น่านนทีจอดรถที่หน้าบ้านแล้วหันไปหาหญิงสาวที่กำลังนั่งหน้าซีด เขาผุดยิ้มนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียก
“สุดที่รักครับ ถึงแล้วครับ”
“อะ...อะไรนะคะ” รสิตาหลุดจากภวังค์ความคิด หันมาหาเจ้าของเสียง
“ผมแค่บอกว่า ถึงบ้านเราแล้วครับ สุดที่รัก เอ่อ ไม่รู้เป็นไรสินะ ผมเรียกชื่อคุณทีไรก็รู้สึกเขินทุกที” เขาว่าอย่างนั้น แต่ดวงตาระยิบระยับคู่นั้นไม่ได้รู้สึกว่าจะเขินสักเท่าไหร่เลย ออกเป็นแนวยั่วเย้าเสียมากกว่า
เพียงแต่หญิงสาวไม่มีโอกาสเห็นเท่านั้น เพราะแค่เอ่ยปากออกไปเขาก็ต้องแสร้งหันไปทางอื่น ด้วยอยากหัวเราะให้ลั่นเสียมากกว่าจะเก้อเขิน ว่าตัวเองสร้างเรื่องแผลง ๆ เช่นนี้ขึ้นมาได้อย่างไร
หญิงสาวเอื้อมมือสั่น ๆ ไปเปิดประตูรถก้าวลงไปยืนบนพื้นแล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ เธอเคยเป็นหญิงสาวที่มั่นใจในตัวเองสูงมาก แต่ทำไมเมื่อมายืนอยู่ในบ้านของเขา กลับรู้สึกราวกับว่าตัวเล็กลงกว่าเดิมมากกว่าสองเท่า
ในขณะที่เจ้าของบ้านก็เปิดประตูรถลงมาเช่นกัน เขายิ้มให้เธออย่างร่าเริงแล้วเอ่ยว่า “คุ้มเจ้าแก้วคำ ยินดีต้อนรับครับ เราขึ้นบ้านกันเถอะ เจ้าแม่คงเตรียมที่พักให้คุณไว้แล้ว” หญิงสาวกระอึกกระอักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“เจ้าแม่...” เธอไม่คิดว่ายังจะได้ยินคำเรียกชื่อแบบแปลก ๆ เช่นนี้
“อ้อ แม่ของผมน่ะ ผมโทร. มาบอกให้ท่านเตรียมที่พักไว้ให้คุณ”
“ที่พักหรือคะ...เอ่อ แต่ฉันยังไม่ได้เอาจักรยานไปคืนบ้านอิศราเลยนะคะ แล้วข้าวของของฉันก็ยังอยู่ที่นั่นด้วย”
“เรื่องจักรยานผมให้คนของผมจัดการเอาไปส่งคืนให้แล้ว ส่วนข้าวของของคุณเดี๋ยวผมพาคุณไปเอาที่บ้านอิศรา พรุ่งนี้เราจะได้ไปทำงานพร้อมกัน ผมคิดว่ามันคงสะดวกกว่าให้คุณปั่นจักรยานไปทำงาน เพราะมันจะปลอดภัยสำหรับคนอื่นด้วย ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะทำให้คนเมืองน่านลำบากที่ต้องขับรถชนคุณอีก...รู้ไหม” ว่าเสียงนุ่ม ๆ ในประโยคสุดท้ายราวกับเธอเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เธอเกลียดแววตาคู่นั้นของเขานัก ที่มักจะส่งประกายบางอย่างมาทำให้ใบหน้าของเธอร้อนวูบวาบได้อยู่เรื่อย
“จะ..เอ่อ ไปเอาวันนี้เลยหรือคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“ครับ เพราะแค่ไปเอากระเป๋าใบเดียวเท่านั้น ไม่น่าจะยุ่งยากอะไรนะครับ ผมเชื่อว่าคุณคงไม่ได้ขนทีวี ตู้เย็นมาจากกรุงเทพฯ ด้วยหรอกใช่ไหมครับ ที่จะต้องใช้เวลาในการเก็บข้าวของหลายวัน” หญิงสาวอึ้งไป ไม่รู้จะหาคำไหนมาถ่วงเวลาที่จะต้องมาอยู่ที่นี่ได้อีก แม้เธออยากจะใกล้ชิดเขา แต่เมื่อมาเห็นบ้านไม้หลังใหญ่โตนี้ ก็อยากขอเวลาทำใจสักนิดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าบ้านไม่น่าอยู่ มันน่าอยู่มากทีเดียว แต่ความเป็นบ้านโบราณเท่านั้นที่ทำให้เธอกลัว
แถมเธอเพิ่งมาถึงเมืองน่านวันนี้ ยังไม่ได้นอนค้างที่บ้านอิศราเลยสักคืน แล้วเพื่อนของเธอจะไม่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงหรือ ที่อุตส่าห์หาที่อยู่ให้แล้วเธอกลับไม่อยู่ ดันเข้ามาอยู่ในดงเสือเช่นนี้ ขืนเขาจับได้แล้วจะทำอย่างไร แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อนายน่านนทีเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์กับเธอขนาดนี้แล้ว จะไม่รับก็เหมือนเป็นคนโง่คนหนึ่ง
“ก็ได้ค่ะ..” หญิงสาวรับคำ
