บทที่ 3 3 ขอหย่าครั้งที่ 1

ตลอดสี่ปีที่ผ่านหญิงสาวตั้งใจเรียนจนจบในระดับปริญญาตรีตามที่เคยให้สัญญากับบิดาเอาไว้ และเธอก็ตั้งใจจะเข้าเมืองหลวงเพื่อหางานทำ ส่วนน้องสาวกำลังขึ้นมัธยมต้น เธอตั้งใจจะหาโรงเรียนในเมืองหลวงใกล้กับที่ทำงานเธอ จะได้ไปรับไปส่งได้สะดวกหน่อย เงินที่บ้านพิทักษ์พร มอบให้ใช้ทุกเดือนยังคงอยู่ในบัญชีทุกบาททุกสตางค์ลูกตาลไม่เคยนำออกมาใช้เลยเพราะทุกสัปดาห์ บดินทร์จะซื้ออาหารสด ของใช้มาเติมให้ตลอด ค่าเทอมของเธอกับน้องสาว เขาก็เป็นคนจัดการให้เธอแทบไม่ได้ใช้เงินเลย

“คุณป้าไม่ต้องโอนเงินมาให้ตาลแล้วนะคะ” ลูกตาลยื่นสมุดบัญชีคืนให้กับผู้ใหญ่ คุณนุชนารถใจดีกับเธอมาก เพราะความใจดีมีเมตตาของท่าน ทำให้เธอเกรงใจมาก

“อะไรลูก สมุดบัญชีธนาคาร เอามาให้แม่ทำไม”

“ตาลเรียนจบแล้วค่ะ ตาลตั้งใจจะไปทำงานที่เมืองหลวง และจะเอาน้องไปเรียนที่นั่นด้วย เงินที่คุณป้าให้ตาลทุกเดือนตาลไม่ได้เอาออกมาใช้ค่ะ”

“แล้วจะเอาเงินนี่มาคืนแม่เหรอลูกตาล แม่ไม่รับไม่ต้องคืน”

“คุณป้าคะ.....” คุณนุชนารถกำลังทำให้เธอลำบากใจ

“เก็บไว้นั่นแหละลูก วันไหนจำเป็นฉุกเฉินก็ให้หนูนึกถึงเงินก้อนนี้ นึกถึงแม่กับพ่อคนนี้”

“เก็บไว้เถอะลูกตาล พ่อกับแม่ให้เพราะรักและเอ็นดูลูกตาล ไม่ต้องคิดว่าเงินก้อนนี้มันคือการยืม หนูไม่ต้องคิดจะคืน” คุณเพชรทายพูดเสริม เพราะท่านสังเกตเห็นสีหน้าหนักใจของลูกสะใภ้แล้ว เธอคงหาทางคืนเงินด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งแน่นอน

เพราะการแต่งงานในนาม แต่งงานเพราะความจำเป็นทำให้เธอไม่กล้าเรียกท่านทั้งสองว่าพ่อกับแม่ เธอสำนึกรู้ตัวเสมอว่าเธอคือคนอื่น วันใดวันหนึ่งบดินทร์ก็ต้องมีผู้หญิงที่เขารักและอยากสร้างครอบครัวด้วย ก่อนจะถึงวันนั้นเธอจะต้องหย่าให้เขาก่อน ลูกตาลก้มลงกราบเท้าทั้งสองของท่านผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิต หากไม่ได้ครอบครัวพิทักษ์พรช่วยไว้ เธอก็หมดหนทางจะสู้ต่อ ลูกตาลอดที่จะร้องไห้ด้วยความปลื้มปริ่มตื้นตันใจไม่ได้

“โอ๋ เด็กดี ขึ้นมานั่งกับแม่มาลูกมา อย่าร้องไห้ ถึงแม้ว่าลูกตาลจะไม่ได้แต่งงานกับดิน ลูกตาลก็คือลูกสาวของแม่กับพ่ออยู่ดี”

“ตาลขอบคุณค่ะ”

“แล้วหางานทำได้แล้วเหรอลูก” พ่อปู่เอ่ยถาม

บริษัทและโรงงานนับสิบแห่งภายใต้อาณัติของพิทักษ์พรพร้อมจะเปิดรับลูกสะใภ้เข้าทำงานในตำแหน่งที่สูงส่งเพียงใดก็ได้ ทว่าลูกตาลกลับสลัดความหวังดีนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี เธอยังคงยืนหยัดที่จะหางานด้วยความสามารถของตนเองแทนการพึ่งพาใบบุญจากตระกูลของสามี ท่าทีที่ของเธอทำให้คุณเพชรทายต้องเป็นฝ่ายล่าถอยและยอมปล่อยให้เธอไปเผชิญกับโลกแห่งความจริง

“ยื่นใบสมัครไปสามสี่ที่แล้วค่ะ ยังไม่มีติดต่อกลับมา พรุ่งนี้จะลองไปหาดูใหม่ค่ะ”

“ให้ดินเขาช่วยดูให้ไหมลูก ดินเขามีเพื่อนเยอะ”

“ไม่ค่ะคุณป้า ตาลไม่อยากรบกวนเฮียอีก”

“จ้ะ เอาเถอะ แม่ตามใจแล้วกัน ขอให้หนูโชคดีนะลูก”

“ขอบคุณค่ะ ตาลต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ทิ้งชมพู่ไว้ที่บ้านนานแล้ว”

“จริงด้วย ไปลูกไปเถอะ เดี๋ยวแม่ไปตักผัดถั่วลันเตากุ้งกับปลาทับทิมนึ่งให้ เอาไปกินกับน้องนะลูก”

“ขอบคุณค่ะ”

“จะเอาอะไรก็หยิบไปเลยนะ หรือขาดเหลืออะไรก็บอก แม่จะได้ให้คนไปหาซื้อให้”

“พอแล้วค่ะ ตาลไม่อยากได้อะไรแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะคุณป้า”

คุณนุชนารถยืนส่งลูกสะใภ้จนลับตาก่อนจะเดินกลับเข้ามาในตัวบ้าน รู้สึกหนักใจไม่น้อยเลยที่เห็นว่าลูกสะใภ้ขี้เกรงใจมาก จะทำอย่างไรดี ลูกตาลไม่เคยเห็นว่าท่านเป็นคนในครอบครัวเดียวกันกับเธอ ลูกตาลมัวแต่คิดว่าเธอมาพึ่งใบบุญของบ้านพิทักษ์พร เป็นหนี้บุญคุณต้องตอบแทน

“คุณนารถทำหน้าแบบนี้ คิดเหมือนกันใช่ไหม” ผู้เป็นสามีเดินเข้ามาถาม

“ทำไม๊....ทำไม ลูกตาลถึงมองว่าเราเป็นคนอื่นด้วยคะ ดิฉันไม่เข้าใจ เอ....หรือเพราะเราไม่ได้จัดพิธีแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว”

“ผมว่าไม่นะ เด็กคนนี้ไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่ลูกตาลเรียนจบแล้วมันก็ควรจะจัดงานแต่งงานให้เรียบร้อย”

“ค่ะ งั้นดิฉันจะเรียกดินมาคุยพรุ่งนี้เลยค่ะ”

ในวันรับปริญญาของลูกตาล มีเพียงคุณนุชนารถ คุณเพชรทาย และน้องสาวของเธอเท่านั้นที่มาร่วมยินดีด้วย บดินทร์ติดงานไม่สามารถปลีกตัวมาได้ เขาทำได้เพียงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารให้สองแสนบาทเป็นของขวัญวันเรียนจบให้ภรรยาสาวเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าลูกตาลไม่แตะต้องเงินส่วนนั้นเลย เงินก้อนนั้นยังคงกองอยู่ในบัญชีรวมกับเงินค่าใช้จ่ายที่คุณนุชนารถโอนให้ทุกเดือน ด้านคุณนุชนารถก็แอบเคืองลูกชายไม่น้อยในวันสำคัญเช่นนี้คนเป็นสามีก็ควรจะมาร่วมยินดีกับภรรยาแต่กลับไม่เห็นหน้า และไม่มีมายินดีย้อนหลัง ผ่านไปร่วมเดือนถึงจะเห็นหน้าบดินทร์

เหตุผลที่เขาไม่กล้าปรากฏตัวในวันแห่งความสำเร็จของลูกตาล ไม่ใช่เพราะไม่ยินดี แต่เป็นเพราะคำพูดของเธอเมื่อสองปีก่อนยังคงดังก้องอยู่ในมโนนึก บดินทร์ขลาดกลัวเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับการทวงถามคำสัญญาที่เขาเองก็ยังไม่มีคำตอบ ชายหนุ่มจึงเลือกใช้หน้าที่การงานเป็นเกราะกำบัง พลางส่งเงินจำนวนสองแสนไปแทนตัว เขาค่อนข้างมั่นใจว่าคนหยิ่งทะนงอย่างเธอไม่มีวันแตะต้องมัน... เมื่อไรกันที่แม่คนเก่งจะยอมวางศักดิ์ศรีลงแล้วใช้เงินของสามีบ้าง บางครั้งเขาก็ทั้งนึกหมั่นไส้และน้อยใจที่เธอมักเอาคำว่า ‘บุญคุณ’ มาคั่นกลางระหว่างกันเสมอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป