บทที่ 4 ตอนที่ 4

พันไตรอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เดินเข้ามาในบ้าน ตอนนั้นดาวฉายกำลังอุ่นอาหารที่หล่อนซื้อเอามาฝาก

“กินข้าวถอะพี่... ตอนนี้ค่ำมากแล้ว”

หล่อนเลื่อนจานผัดซีอิ๊วมาตรงหน้าเขา บอกพลางรินน้ำเย็นใส่แก้วที่วางอยู่ตรงหน้าพี่เขย

“เอ็งยังจำได้ว่าพี่ชอบผัดซีอิ๊ว”

เขาขยับจานมาตรงหน้า คว้าช้อนคว้าซ่อมมาถือไว้ในมือ

“ทำไมจะไม่รู้ล่ะ... ก็เมื่อก่อนฉันเคยอยู่กับพี่นี่นา”

ตอนยังเป็นสาวรุ่นดาวฉายเคยมาอาศัยอยู่กับดวงเดือนและพันไตรที่บ้านหลังนี้

ตอนนั้นดาวฉายเองก็พอจะมองออกว่าพันไตรคิดอย่างไรกับหล่อน? แต่ที่เขาไม่สามารถแสดงความรู้สึกได้มากไปกว่าสายตาที่สบกันไปมา ก็เป็นเพราะว่าดวงเดือนพี่สาวของหล่อนยังมีชีวิตอยู่

“เดี๋ยวฉันคงต้องกลับ... รถตู้ในเมืองมีถึงสองทุ่มครึ่ง วานพี่ไปส่งฉันที่ในตลาด” 

“อะไรนะ... เอ็งไม่เห็นหรือยังไง ว่าฝนตั้งเค้าทะมึนมาแต่หัวค่ำ ฟ้าแลบฟ้าร้องครืนๆ ขนาดนี้ออกไปอันตราย พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับดีกว่า... เดี๋ยวพี่ขับรถกระบะออกไปส่งให้ถึงท่ารถ... หรือเอ็งจะให้พี่ขับรถไปส่งถึงกรุงเทพฯ เลยก็ได้”

พันไตรเอ่ยอาสาอย่างเต็มใจ

“อ้าว... ไหนว่ามือเจ็บ... ขับรถได้หรือ?”

น้องเมียเริ่มสงสัยในความเจ้าเล่ห์ของพี่เขย เมื่อครู่พันไตรยังทำสำออดสำออยว่ามือเจ็บแขนเจ็บ แต่ตอนนี้กลับนั่งตักข้าวกินปร๋อเหมือนไม่เป็นอะไร

“หายแล้ว... ดาวอาบน้ำให้ พี่เลยหายเร็ว”

คนเจ้าเล่ห์ตอบพลางมองดูหญิงสาวเทกับข้าวในถุงพลาสติกใส่ลงในถ้วยตรงหน้าเขา เป็นกับข้าวที่ดาวฉายแวะซื้อเอามาฝากเพราะจดจำได้ว่าพี่เขยคนนี้ชอบกินผัดเผ็ดปลาดุกเป็นที่สุด

“ของโปรดพี่พัน... กินเยะๆ นะ”

หล่อนเลื่อนถ้วยมาตรงหน้าเขา

พันไตรมองหน้าน้องเมียแล้วอมยิ้ม ไม่น่าเชื่อว่าหล่อนยังอุตส่าห์จดจำได้ไม่ลืม ว่าเขาโปรดปรานผัดเผ็ดปลาดุก

“ตกลงเอ็งจะค้างสักคืนไหม”

เขาถามพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

“งั้นก็ได้... พรุ่งนี้ค่อยกลับ”

คนเป็นน้องเมียตอบโดยไม่มองหน้าเขา เพราะเห็นว่าฝนเริ่มกลั่นเม็ดลงมาแล้ว แลเห็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบเป็นประกายอยู่ไกลๆ

“พี่กินข้าวไปนะ”

“อ้าว... แล้วเอ็งจะไปไหน”

พันไตรทำหน้าประหลาดใจ

“ฉันจะลงไปอาบน้ำ”

บอกแล้วหญิงสาวก็เดินออกมาจากครัว พันไตรจ้องมองจนเรือนร่างของน้องเมียกำลังจะลับไปจากสายตา

ทว่าจู่ๆ เมื่อหญิงสาวเหลียวกลับมามอง เขาก็ทำท่าก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป ทั้งที่ภายในใจกำลังว้าวุ่นกระวนกระวาย แอบจินตนาการถึงภาพของหล่อนกำลังแก้ผ้าอาบน้ำ

ในเวลาต่อมา

ที่ห้องน้ำข้างป่ากล้วยหลังบ้าน ร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องของดาวฉายยืนตระหง่านอยู่ภายใต้แสงไฟดวงเทียนแรงต่ำสีเหลืองนวลอาบไล้เรือนร่างหมดจดงดงามของหล่อน

หญิงสาวค่อยๆ ตักน้ำราดรดบนเรือนกายของตัวเอง ขณะที่ความรับรู้ทั้งหมดกระหวัดไปถึงใบหน้าคมคร้ามของพันไตรผู้เป็นพี่เขย จิตใจจดจ่ออยู่แต่รูปร่างกำยำล่ำสันสมชายชาตรีของเขา สบู่ก้อนเดียวกันกับที่หล่อนเคยลูบไล้ขัดถูจนทั่วแก่นกายของเขา บัดนี้กำลังขยับเข้าๆ ออกๆ อยู่ในกลีบเนื้อขมิบรัดของหล่อน

ความรู้สึกที่ว่าสบู่ก้อนเดียวกันนี้ได้เคยไถถูดุ้นเนื้อร้อนผ่าวของเขามาแล้ว... ยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนใจจะขาด เมื่อมันขยับเข้าๆ ออกๆ อยู่ในโพรงเนื้อนุ่มแน่นและขมิบรัดของหล่อน

‘พี่พัน... พี่พันจ๋า... พี่พัน’

ดาวฉายร้องเรียกชื่อเขาอยู่ในใจ มือข้างหนึ่งบีบบี้ยอดถันของตัวเองจนแข็งตั้งเป็นตุ่มไต มืออีกข้างถูก้อนสบู่ผลุบเข้าผลุบออกอยู่ในร่องหลืบลึกเร้นที่โดนแท่งสบู่เสียบยัด

ดาวฉายเท่านั้นที่รู้ว่าหล่อนแอบรักพี่เขยคนนี้มานานแค่ไหนแล้ว...

หล่อนรู้ว่าตัวเองแอบรักพี่เขยคนนี้มานานเท่าๆ กับระยะเวลาของดวงเดือนพี่สาวของหล่อน แต่ที่พันไตรเลือกพี่สาวหล่อนก็เพราะว่าดวงเดือนเป็นสาวกว่า ตอนนั้นดาวฉายยังเด็กมาก อายุเพิ่งสิบห้าหยกๆ ในฐานะพี่สาวซึ่งควรออกเรือนก่อนน้องสาวทำให้ดวงเดือนได้พันไตรมาครอง

เสียงฝนโปรยสายลงมากระทบหลังคาสังกะสีดังเปาะแปะ ขณะกลีบเนื้อของหล่อนแฉะเปียกไปด้วยน้ำหล่อลื่นเคล้าฟองสบู่

‘บ้าจริง... ’

ดาวฉายตำหนิตัวเองอยู่ในใจ พยายามสลัดภาพใบหน้าคมคร้ามของพี่เลยออกไปจากหัว รีบจ้วงตักน้ำล้างเนื้อตัวให้เขา ทว่าในทันทีที่หล่อนเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็พบว่าร่างสูงใหญ่ของคนที่ทำให้หล่อนใจสั่น... กำลังยืนตระหง่านง้ำอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ

“พะ... พี่พัน”

ดาวฉายตกใจ สายตาของพี่เขยแทบไม่ละจากเรือนร่างเย้ายวนของหล่อนที่อยู่ในชุดกระโจมอกด้วยผ้าถุงลายดอกพิกุลเพียงผืนเดียว เนื้อผ้าบางแนบเน้นกับผิวชื้นน้ำทำให้แลเห็นส่วนโค้งส่วนเว้าชัดเจนสะดุดตา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป