บทที่ 1 ตอนที่ 1
น้ำผึ้งกลางไฟ
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะ
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
เราเตือนท่านแล้ว
นิยายเรื่องนี้ประกอบด้วย น้ำผึ้งกลางไฟและ คนเถื่อนที่รักเธอ
ความสาวแหลกสะบั้นลงแล้ว… พร้อมๆ กับแรงบดอัดจากบั้นท้ายของเขาที่โถมกระแทกเข้าใส่เธอไม่ยั้ง ดูเหมือนว่าการดิ้นรนจะหมดความหมายลงทุกที… เมื่อกลีบเนื้อตรงกึ่งกลางกายของหล่อนรับรู้อยู่แต่ความคับแน่น เจ็บ จุก จนลมหายใจเกือบจะขาดห้วงหาย
หญิงสาวยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะรู้ว่าของผู้ชายคนอื่นเป็นยังไง? แต่เท่าที่เห็นไวๆ… ของเขาใหญ่กว่าข้อมือของหล่อนด้วยซ้ำ ใหญ่จนรู้สึกได้ถึงความปริแปลบ คับแน่น ระบมบวม เมื่อเยื่อใยบอบบางจำต้องขมิบรัดให้รอบความอลังการของเขาอย่างปฏิเสธและหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่หล่อนไม่พยายามดิ้นรนขัดขืนหรือขยับกายหนีนั้น… ไม่เชิงว่ายินยอมเสียทีเดียว แต่เป็นเพราะรู้ว่าอาจจะเจ็บยิ่งขึ้น ในวินาทีที่ร่างกายเสมือนถูกตรึงเอาไว้ด้วยลำลึงค์ของเขาที่ชำแรกเข้าไประหว่างกลีบเนื้อสีชมพูหนึบแน่นที่ไม่เคยมีชายใดได้ล่วงล้ำก้ำกรายมาก่อน
“ปล่อยฉัน!... มันไม่ใช่ความผิดของฉัน... อย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนี้นะไอ้บ้า นายกำลังเข้าใจผิด”
ไม่ทันสิ้นเสียงทัดทานของหญิงสาวผู้โชคร้าย
มือใหญ่ของผู้ชายใจร้ายก็คว้าหมับเข้าที่ศีรษะของเธอเต็มแรงพิโรธ จิกและกำแน่น จนเส้นผมสีดำยุ่งเหยิง ปลิ้นไปตามซอกนิ้ว
เขากระชากเธอขึ้นมา…
เพื่อที่จะกดกลับลงไปอีกครั้ง ในโอ่งซึ่งบรรจุน้ำอยู่เต็มเปี่ยม
โครม…!
เสียงน้ำกระแทกเข้ากับใบหน้าหวานปานน้ำผึ้ง ที่แต้มแต่งเอาไว้ด้วยเครื่องสำอางเพียงบางๆ น้ำบางส่วนกระฉอกแฉะออกมาภายนอกโอ่ง
“โฮก… แค่กๆ…”
เสียงสูดหายใจของคนที่ถูกกระทำทารุณกรรม แทรกสวนไปกับอาการสำลักน้ำ มองเห็นหยาดน้ำพร่างเป็นสายออกมาจากโพรงจมูกและริมฝีปากระริกสั่น
มือซึ่งใหญ่และหยาบของเขา กดศีรษะของเธอ… กระแทกกลับลงไปในน้ำอีกชั่วอึดใจ แช่เอาไว้อย่างนั้น…
“หึๆ…”
เสียงหัวเราะอย่างเลือดเย็น เล็ดลอดออกมาจากลำคอของเขาด้วยความรู้สึกสะใจเสียเต็มประดา กับความทรมานของเธอ
เขากดศีรษะของเธอ…
แช่เอาไว้อย่างใจเย็น จนรู้สึกว่าสาแก่ใจ ก็กระชากกลับขึ้นมาอีกครั้ง
ตัดสินใจคืนลมหายใจให้กับหญิงสาวที่เนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนก เขาไม่ได้ปลดปล่อยเธอ… แต่เพื่อที่จะเก็บชีวิตน้อยๆ ของเธอเอาไว้ทรมานในลำดับต่อไป
หญิงสาวกระเสือกกระสนขึ้นมาด้วยอาการของคนซึ่งกำลังจะขาดอากาศหายใจ เหมือนคนที่เพิ่งดำดิ่งลงไปในน้ำลึก กว่าจะถีบตัวขึ้นมาโผล่พ้นผิวน้ำ… ก็เกือบไม่รอด
‘นี่ฉันยังไม่ตายใช่ไหม?’
หญิงสาวถามตัวเองอยู่ในใจ ทว่าไร้วี่แววของความปราณีจากดวงตาแข็งกร้าวของเขา ดวงตาของผู้ชายซึ่งเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและอาฆาต
คนใจโหดมองดูความทรมานของเธอ… เหมือนตัวเขาเป็นโรคจิตอย่างหนึ่ง โรคจิตจากการเสพความทุกข์ทรมานของผู้อื่น ให้กลับกลายเป็นความสุขสมของตนได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเห็นอยู่ในตอนนั้น… คราบมัสคาร่า ปะปนอยู่กับคราบน้ำตา ละลายเลอะลงมาถึงพวงแก้มแดงระเรื่อ หากมองผาดๆ เผินๆ ไม่เพ่งพิศพิจารณา ใบหน้านั้นดูราวกับภาพวาดที่จิตรกรยังวาดไม่เสร็จ ภายหลังจากสาดสีดำไปที่ดวงตา ปรากฏเป็นคราบมัสคาร่า ไหลย้อยเป็นเส้นสายในแนวดิ่ง พาดผ่านพวงแก้มลงมาถึงกรามของเธอ
แม้ว่าหญิงสาวไม่อาจมองเห็นใบหน้าตัวเองได้ในตอนนั้น
หากก็เดาไม่ได้ยาก…
ถึงความเละเทะ น่าเวทนาของมัน รู้สึกสงสารตัวเองที่ไร้ทางสู้… แม้ว่าจะพยายามสักเท่าไร… เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเชื่อ ซ้ำยังไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอได้อธิบายอะไรเลย
ไม่มีแม้มือที่จะยกขึ้นปาดน้ำตา เพราะแขนทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังด้วยเชือกเส้นใหญ่
เขาสแยะยิ้มให้กับเสียงสำลักน้ำค่อกแค่ก… มองดูฟองที่ผุด
ผุยออกมาทางปากและจมูกของหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่หมอบสั่นอยู่ตรงหน้า
เธอไม่ได้กลัวตาย…
แต่กลัวว่าจะไม่ตายในทันทีทันใดมากกว่า… เพราะรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะทรมานเธอ
เขากระตุกยิ้มเยือกเย็นอีกครั้ง…
เมื่อเห็นริมฝีปากสั่นระริกของเธอ ริมฝีปากที่เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดเหมือนไร้เลือด ใบหน้าเนียนขาวซีดเซียวราวกับหน้ากระดาษที่ปราศจากตัวอักษร ดวงตาทั้งสองข้างแดงช้ำเพราะน้ำเข้าตา
“แกมันเลว… แกมันใจร้าย ทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้”
เธอสบถออกมาอย่างเหลืออด ภายหลังทุเลาจากอาการสำลักน้ำได้เพียงชั่วครู่ ได้ยินเสียงหอบหายใจของตัวเอง เสียงสูดเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ไม่ใช่ด้วยจมูก… แต่ด้วยปากที่เผยออ้าเหมือนคนใกล้ตาย หากคนใจร้ายยังคงยืนมองดูอย่างไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใจไปกับความทุกข์ทรมานของเธอ
ไม่นานจากนั้น ได้ยินเสียงฟ้าคำรามลั่นขึ้นหลายครั้ง ตอบรับกับเมฆฝนที่ตั้งเค้าทะมึนมาตั้งแต่เมื่อตอนเช้ามืด
ครู่สั้นๆ ต่อมา…
สายฝนก็กระหน่ำหนักลงมาราวกับฟ้ารั่ว… เขาทิ้งเธอเอาไว้กลางฝน
หญิงสาวรู้สึกแสบร้อนจากอาการสำลักรุนแรง ปลาบแปลบไปทั้งโพรงจมูกและคอ แสบเหมือนมีเสี้ยนนับร้อยพันปักคาอยู่ รู้สึกได้เลยว่าไม่เคยมีครั้งไหนในชีวิตนี้… ที่เฉียดเข้าใกล้ความตายเหมือนกับครั้งนี้
“คราวนี้เธอจะได้รู้เสียที… ว่าคนที่ต้องตายเพราะจมน้ำ… มันทรมานแค่ไหน?”
เขาสาดน้ำเสียงกร้าวใส่เธอ ดวงตาแข็งกระด้างบนใบหน้าครึ้มเคราของเขา จ้องมองดูเธออย่างกรุ่นโกรธและเกลียดชังยิ่งนัก
