บทที่ 12 ตอนที่ 12
“มาทางนี้... นังเพื่อนๆ ของฉันกำลังรออยู่”
ดาลันจูงมือรัตติกรที่ยังไม่วายจะออกอาการขัดเขินให้เห็น มือเล็กๆ พยายามดึงกระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋ ทว่าดึงยังไงก็มิอาจรั้งมันลงมาปิดหน้าขาได้ ทำให้หล่อนจำต้องเผยเรียวขายาวสะดุดตา… แม้จะไม่เต็มใจนักก็ตาม
“เฮ้ย! ดาลัน...ทางนี้โว้ย”
เสียงดังขึ้นมาจากกลุ่มเพื่อนสาวอีกสามคนที่รออยู่ก่อนหน้า ทุกคนอยู่ในชุดแต่งกายเย้ายวนตา ตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกึกก้องอยู่ท่ามกลางห้องอับทึบและอึกทึก
ดาลันแทบไม่ได้ยินเสียงเรียกจากเพื่อนๆ แต่เดาได้จากมุมเดิมที่เคยนั่งประจำ
ครั้นเมื่อก้าวเข้าไปใกล้ ก็แลเห็นเพื่อนๆ กำลังโบกมือโบกไม้ให้หล่อน โดยมีรัตติกรก้าวตามหลังมาติดๆ
รัตติกรรู้สึกถึงความอึดอัด ภายใต้แสงไฟหม่นมัวของห้องรูปทรงสี่เหลี่ยม เสียงดนตรีดังสนั่น เป็นเพลงอะไรนั้นแทบแยกแยะไม่ได้จากเสียงร้อง เพราะมันถูกกลบด้วยเสียงดนตรีอันหนักหน่วงเร้าใจ ปลุกปั่นอารมณ์ของหญิงชายให้โลดแรง บางคนออกมาอวดลีลาอยู่หน้าฟลอร์อย่างสุดเหวี่ยง
“นี่รัตติกร... เพื่อนเก่าฉัน เพิ่งมาจากต่างจังหวัด”
ดาลันตะโกนบอกเพื่อนๆ ผายมือมาทางรัตติกรที่แทบเอามืออุดหูกับเสียงดังสนั่น
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะทุกคน”
รัตติกรพยายามตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี
หล่อนส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับบรรดาเพื่อนๆ ของดาลันที่รายล้อมอยู่รอบโต๊ะกลมตรงหน้า
ทุกคนยิ้มและโบกมือทักทายตอบอย่างมีไมตรี ก่อนจะชูแก้วเหล้าขึ้นชนกัน… ราวกับว่าเป็นการดื่มต้อนรับการมาของเธอ
ครู่สั้นๆ ต่อมา
“เอ่อ...ดา ฉันรู้สึกหายใจไม่ออกน่ะ”
รัตติกรบอกกับเพื่อน เพราะไม่คุ้นเคยกับควันบุหรี่และเสียงดังจนแสบแก้วหู
“จะให้ไปด้วยมั้ย…”
ดาลันตะโกนถามแข่งกับเสียงดัง ขณะไหวไหล่และเขย่าทรวงอก กระเพื่อมไปตามจังหวะดนตรีเร้าใจ ด้วยท่าเต้นซึ่งดูเหมือนว่าเบาๆ… ทว่ากลับรุนแรงในอารมณ์ของคนมอง เพราะชุดเกาะอกที่คัดเน้นทรวดทรงจนเต้าทรวงทะลักล้น ทำให้ดาลันกลายเป็นที่จับตาของผู้ชายแทบทุกคนที่อยู่ภายในห้องอึกทึกแห่งนั้น
“ไม่ต้องห่วง... ไปเองได้”
รัตติกรไม่อยากขัดจังหวะความสนุกของเพื่อน
ยิ่งดึกผู้คนยิ่งหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ ราวกับแมงเม่าที่โดนดึงดูดด้วยแสงไฟ
รัตติกรพยายามแหวกคลื่นผู้คนออกมาสูดอากาศภายนอก
หล่อนสูดหายใจเฮือกใหญ่ ทันทีที่ถลันร่างออกมาจากประตูทางเข้าด้านหน้าของไนท์คลับ
แม้ว่าอากาศภายนอกจะเต็มไปด้วยมลพิษและฝุ่นควันจากรถราที่ยังคงแล่นขวักไขว่ไปมา… หากก็ยังดีเสียกว่าการถูกรมให้ตายด้วยควันบุหรี่
ระหว่างที่กำลังยืนสูดหายใจอยู่นั้น…
รัตติกรหารู้ไม่ว่าทุกอิริยาบทของเธอ… ไม่เคยคลาดไปจากสายตาของผู้ชายร่างสูงใหญ่ เขานั่งอยู่ในรถเก๋งสีดำคันใหญ่ ติดฟิล์มกันแสงมืดทึบไปทั้งคัน จนไม่อาจแลเห็นคนที่นั่งอยู่ภายในรถ
“คนนี้ใช่ไหม…?”
น้ำเสียงกังวานของชายที่อยู่ในรถ กรอกไปทางโทรศัพท์มือถือ ถามลูกสมุนที่อยู่ปลายสาย ทำราวกับว่ากำลังชี้ตัวผู้ต้องสงสัย
“ครับนาย... ผู้หญิงหน้าตาสวยๆ เสื้อเกาะอกดำ ผมยาว กระโปรงสั้นคนนั้นนั่นแหละครับ”
“เห็นแล้ว… รอก่อน อย่าเพิ่งลงมือ ฉันจะลงไปดูใกล้ๆ” คนเป็นนายสั่งเสียงเข้ม
“ครับนาย”
ลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างรถตู้สีขาวตอบกลับมา
ขณะที่รัตติกรยังคงยืนอยู่ที่เดิม ท่าทีของเธอดูผ่อนคลายขึ้นมาก ที่ได้ออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมอึกทึก ภายใต้บรรยากาศซึ่งปนเปื้อนไปด้วยควันบุหรี่แห่งนั้น
“ช่วยซื้อกุหลาบหน่อยนะครับพี่”
เด็กผู้ชายอายุไม่น่าจะเกินเจ็ดขวบ ดวงตาเศร้า หน้าตามอมแมม หอบกุหลาบสีแดงไว้แนบอก ร้องขายด้วยสีหน้าเว้าวอน
“กุหลาบ...”
รัตติกรนิ่งมองด้วยแววตาสงสาร เมื่อเห็นเด็กชายที่มีอายุเพียงไม่กี่ขวบคนนี้ ต้องทำงานในเวลาดึกดื่น ทั้งที่ควรจะเป็นเวลาหลับนอน
หญิงสาวถอนหายใจให้กับความเหลื่อมล้ำของชีวิตมนุษย์ บางคนเกิดมาร่ำรวยบนกองเงินกองทองโดยที่ตลอดชีวิตไม่เคยได้รู้จักกับคำว่า ‘ดิ้นรน’ แต่สำหรับเด็กที่กำลังเสนอขายกุหลาบตรงหน้า กลับต้อง ‘ทำงาน’ ทั้งที่ยังเด็กอยู่มาก
“พี่คนสวยครับ ช่วยซื้อหน่อยนะครับพี่ครับ... ช่วยผมหน่อย ถ้าขายหมดผมจะได้ไปนอน เอาไปให้แฟนพี่ก็ได้นะ…”
เสียงน้อยๆ ร่างเล็กๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้ากับแววตาอ้อนวอนที่เห็น มันทำให้รัตติกรนึกถึงใบหน้าของดนัยผู้เป็นน้องชายขึ้นมาฉับพลัน
“ซื้อหน่อยนะครับ… รับรองว่าแฟนพี่ต้องชอบ” เด็กชายคะยั้นคะยอไม่ลดละ เมื่อเห็นทีท่าใจอ่อนจากเธอ
“พี่ยังไม่มีแฟนหรอก... แต่พี่จะช่วยซื้อละกัน”
“กี่ดอกดีครับ”
เด็กชายเปิดการขายได้อย่างคล่องแคล่วเกินคาด
“สองดอกจ้ะ” หญิงสาวตอบ
แต่ไม่ทันที่เด็กชายจะยื่นกุหลาบให้
ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ไม่รู้ว่าเดินมาจากทิศทางไหน ก็ปรากฏกายขึ้นใกล้ๆ
พร้อมกับถามเธอว่า
“จะเป็นไรไหมครับ… ถ้าผมจะเหมาดอกกุหลาบทั้งหมด”
“เอ่อ...”
คิ้วโค้งที่ถูกวาดทับด้วยดินสอให้งามยิ่งขึ้นจากฝีมือแต่งหน้า ของดาลัน ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความตกใจ
ทั้งที่เขาก็เห็น ว่าเธอกำลังจะซื้อ เหตุใดจึงมาเกทับด้วยการเหมาตัดหน้า แต่นึกอีกทีก็ดีเหมือนกัน… อย่างน้อยก็ช่วยให้เด็กชายคนนี้ได้กลับบ้านเร็วขึ้น
“โห...! เหมาหมดเลยหรือครับพี่ ได้ๆ”
เด็กชายละล่ำละลักด้วยอารามดีใจ การแทรกเข้ามาของลูกค้ารายใหญ่ ทำให้ลืมลูกค้ารายเล็กๆ ไปในทันที
“นี่ครับ... ทั้งหมดยี่สิบดอก”
