บทที่ 14 ตอนที่ 14
“อะไรกันคะ… ยังไม่ถึงไหนเลย”
ว่าแล้วมือเรียวของดาลันก็หยิกเบาๆ ที่ปลายหัวนมของเสี่ยวิบูลย์ ขณะที่มืออวบหนาของเขาก็ลูบไล้ไปมาที่หน้าขาเบียดชิดของหล่อน เป็นการแลกเปลี่ยนสัมผัสซึ่งกันและกัน
“วันนี้เสี่ยขอนะหนูจ๋า”
“อย่าค่ะ...”
ไม่เชิงว่าเล่นตัว แต่ดาลันเป็นกังวลว่าอาจมีคนผ่านมาเห็นเข้าเสียก่อน
หารู้ไม่ว่าเสี่ยวิบูลย์กลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก… เมื่อสำนึกได้ว่าตรงนั้นค่อนข้างเป็นที่สาธารณะ
เพราะลึกๆ ในใจ… เขากลับชอบที่ได้เห็นผู้คนเดินผ่านไปมา เห็นรถซึ่งแล่นเข้ามา บางคันแล่นออกไป โดยหารู้ไม่ว่ากำลังมีคนร่วมรักกันอยู่ภายในรถของเขา
แค่คิดหัวใจของเสี่ยใหญ่ก็เต้นแรง
แม้เขาจะไม่มีวันยอมรับโดยเด็ดขาด… ว่าตัวเองจัดอยู่ในกลุ่ม ‘เอ็กซ์ซิบิชันนิซึม’ ( Exhibitionism) ซึ่งหมายถึงคนที่ตื่นเต้นพอใจกับการได้เปิดเผยพฤติกรรมทางเพศของตนต่อสาธารณะ รวมถึงพวกชอบอวด ชอบโชว์เครื่องเพศ
แต่สำหรับกรณีของเขาเสี่ยใหญ่มองว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยม ไม่เกี่ยวข้องกับความป่วยไข้ทางจิตแต่อย่างใด… ผิดหรือที่เขาถวิลหาความตื่นเต้นให้กับตัวเอง?
“ไม่ได้ค่ะเสี่ย ตรงนี้… เอ่อ ไม่ได้จริงๆ” มือเรียวเริ่มปัดป้อง
และการขัดขืนน้อยๆ ของหญิงสาวนั่นเอง… ที่ยั่วยุอารมณ์ของเขาขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
“หนูกำลังเอาเปรียบเสี่ยอยู่น๊า... จับของเสี่ยอยู่คนเดียวได้ยังไง ต้องให้เสี่ยจับของหนูบ้าง”
ไม่ใช่แค่พูด หากมือซุกซนก็รั้งเสื้อเกาะอกสีดำรัดรูปของดาลันจนมันเลื่อนลงไปกองอยู่ที่เอว เผยพุ่มทรวงเปลือยเปล่า อะร้าอร่ามอยู่ต่อหน้าเขา
“โห!...” ดวงตาวาวโรจน์ หัวใจเต้นแรง
สิ่งที่เห็นถึงกับทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงลำคอที่แห้งผาก รู้สึกกระหายขึ้นมาเหมือนทารก
จากนั้นก็บดริมฝีปากและจมูกลงกลางซอกอกอวบใหญ่ จูบฟัดแรงๆ ซ้ำๆ ลงบนผิวเนื้ออ่อนๆ ที่กระเพื่อมไหวไปตามจังหวะหายใจของดาลัน
“อุ๊ย…”
หล่อนขนลุกซู่ ในทันทีที่ปากและลิ้นของเขาสัมผัสกับจุดอ่อนไหวตรงปลายยอดอกที่ขยับยกด้วยความรู้สึกเสียวปลาบลงไปถึงปลายเท้า
“หนูสวยมาก”
ชมแล้วเสี่ยวิบูลย์ก็เอื้อมมืออีกข้างมากอบโกยเนินถันตรงหน้า
“ว้าว…” เขาคลึงเคล้นเบาๆ
แล้วดูดดุนเข้าไว้ในอุ้งปาก หยอกล้อด้วยปลายลิ้นปาดสลับไปมาทั้งสองข้าง บีบจนปลายปูดเป่ง แล้วละเลงปลายลิ้นเข้าใส่ ขยอกขย่อนอย่างหื่นกระหาย ทำเอาหญิงสาวถึงกับลู่ไหล
“ดูสิ… แดงหมดแล้ว”
หล่อนหลุบตาลงมองดูจงอยถันของตัวเองที่ชื้นชุ่มไปด้วยน้ำลายเหนียวๆ ของเขา วูบหนึ่งที่อนุสติกลับคืนมา ก็อดห่วงร่างกายของตัวเองไม่ได้ แต่ความรู้สึกที่โดนปลุกเร้าอยู่ในตอนนั้น ก็เกินจะทานทน
เขาทำให้เนื้อตัวของหล่อนบิดเร่า ตอบสนองลีลาปลุกเร้าอันเชี่ยวชาญในชั้นเชิงกามของเขาด้วยความลืมตัว
ดาลันปล่อยให้ลิ้นสากระคาย ปาดเลียไปทั่วเม็ดเชอร์รี่สีแดงปลั่งซับสีโลหิตเรื่อแดงอยู่ใต้ผิวหนัง คัดคั่งขึ้นจากการดูดกลืนของเขา
ดาลันบีบเคล้นหนั่นเนื้อนุ่มนิ่มขึ้นจากราวนมด้วยมือของตัวเอง แล้วแนบเน้นเข้าที่ริมฝีปากของเขา
ความต้องการของผู้ชายไม่มีอะไรซับซ้อน มันเป็นรูปแบบซ้ำๆ ที่หล่อนพานพบมานักต่อนัก
เธอมองออกว่าเสี่ยวิบูลย์ชอบแบบไหน… รู้ดังนั้นหล่อนจึงแนบเน้นหนั่นเนื้อกับใบหน้าของเขา แล้วบีบป้อนใส่ปากของเขาด้วยมือของหล่อนเอง
เขาดูดกลืนอย่างหื่นกระหาย หญิงสาวหลุบตาลงต่ำ มองดูมันผลุบเข้าผลุบออกอยู่ในอุ้งปากของคนมากตัณหาอย่างนึกกระหยิ่มใจ… ที่เห็นท่าทางหิวสั่นงันงกของเขา
แม้เสี่ยวิบูลย์จะตรงข้ามกับชายในแบบที่เธอใฝ่ฝัน แม้ว่าเขาจะห่างไกลจากสเปคของเธอลิบลับ แต่เพียงหลับตา ผู้ชายก็เหมือนๆ กัน สัมผัสเร่าร้อนที่เขารุกเร้าอยู่นั้นก็ทดแทนได้กับความขี้ริ้วขี้เหล่ทางกายของเขา เมื่อเขาสามารถทำให้ทุกอนูขนของดาลันลุกชันตอบสนอง ร่างกายตกอยู่ในอาการซ่านสยิว บิดเกร็งขึ้นตามลำดับของการปลุกเร้า
“ขอเสี่ยเข้าไปนะ…” มืออวบลูบล้วงอยู่ระหว่างช่องทางอันแฉะชื้นที่ปลายนิ้วสัมผัสได้ กับความลื่นที่คัดหลั่งออกมาตามธรรมชาติ เมื่อถูกรุกเร้าหนักเข้า ร่างกายก็รับรู้ได้ว่าในแรงกระตุ้นที่ได้รับอยู่นั้น… ไม่นานก็จะนำไปสู่การร่วมรัก
“อุ๊ย...เดี๋ยวสิคะเสี่ย”
หล่อนทำทีเป็นทักท้วง เมื่ออุ้งมือหนาของเขาลูบล้วงเข้าไปขยำพูเนื้อเบียดแน่นอย่างรู้เท่าทันอารมณ์ของหล่อน
ราวกับว่าจมูกของเสี่ยใหญ่ รับรู้ได้ในกลิ่นกามา… กลิ่นหอมแห่งเสน่ห์หาอันคุ้นเคย กลิ่นจากกลีบเนื้อสาวที่หอมราวกับกลิ่นของเนื้อปลาสดซึ่งประสาทรับกลิ่นของมนุษย์ผู้ชายทุกคนสามารถรับรู้ได้ในนาทีนั้น
“ถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้…” หล่อนกระเง้ากระงอดใส่เขา
“จะเป็นไรไป”
“ได้ไงคะ… หนูเสียหายหมดแล้วค่ะ หนูไม่เคยให้ใครแตะเนื้อต้องถึงตัวขนาดนี้มาก่อนเลยนะคะ ถ้าจะทำขนาดนี้… เห็นทีว่าหนูคงต้องขอค่าเสียหาย”
น้ำเสียงทัดทานเหมือนหวงแหนร่างกายเสียเต็มประดา แต่สุดท้ายกลับต่อรองอย่างตรงไปตรงมา
“เสี่ยยอมจ่ายค่าเสียหาย”
