บทที่ 3 ตอนที่ 3
“แต่ป้าอิ่มก็รู้อยู่เต็มอก… ว่าทำไมผมถึงชิงชังนังผู้หญิงคนนี้นักหนา”
คำพูดนั้นราวจะตอกย้ำเรื่องราวเลวร้ายในอดีต ที่ดูเหมือนว่าป้าอิ่มอาจจะลืมไป… กับผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้น้องชายร่วมสายโลหิตของเขาต้องมีอันเป็นไป ด้วยการฆ่าตัวตายอย่างน่าเวทนา
“เรื่องนั้นป้าก็รู้… ป้าเข้าใจ”
“เข้าใจก็ดีแล้ว”
“เพียงแต่ป้าไม่อยากเห็นใครต้องมาตายในบ้านหลังนี้ อย่าลืมว่าบ้านหลังนี้ก็ยังมีผู้หญิงอีกคนคือป้าที่ไม่อาจจะทนดูคุณระบายแค้นกับผู้หญิงด้วยกันได้ถึงขนาดจับหัวกดน้ำ… และกำลังจะข่มขืนเธอแบบนี้โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ชี้แจงอะไรเลย… คุณป่าเถื่อน อำมหิตเกินไป ป้ารับไม่ได้” พูดจบก็ส่ายหน้า แววตาบอกความผิดหวัง
“ผมไม่มีเวลามาฟังคำโกหกของใครอีกต่อไป”
เขากล่าวน้ำเสียงกระด้าง สายตาแข็งกร้าวมองต่ำไปที่ร่างของหญิงสาวที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่กลางเตียง มือทั้งสองยังถูกมัดไพล่หลังเอาไว้
น้ำเสียงไร้ความปราณีของเขาที่หญิงสาวได้ยินนั้น ยิ่งทำให้เธอรู้สึกได้ถึงสถานการณ์อันน่าหนักใจ เมื่อเขาคิดว่าคำ ‘อธิบาย’ ของเธอคือการ ‘โกหก’
“ป้าอิ่ม… อย่ายุ่งดีกว่า”
เขาโพล่งออกมาอย่างขัดใจ เหลือบมองร่างของหญิงสาวที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงด้วยสายตาคาดโทษหนัก
“เห็นทีว่าเรื่องนี้… ป้าคงต้องขอยุ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
ไม่บ่อยครั้งนักที่ป้าอิ่มจะกล้าขัด
ชายหนุ่มนิ่งเงียบ….
ถ้าหากเป็นคนอื่น เขาคงไม่มีวันอ่อนข้อให้เด็ดขาด แต่กับป้าอิ่มที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กๆ หลังจากมารดาของเขาหนีตามชายชู้ไปเมื่อตอนเขามีอายุได้เพียงแค่สามขวบ ก็ทำให้ชายหนุ่มจำต้องนิ่ง… จำนนให้กับคำขอของป้าอิ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะเท่าที่จำได้ ป้าอิ่มแทบไม่เคยขอร้องอะไรจากเขาเลย และคนอย่างป้าอิ่มก็ใม่ใช่คนที่ชอบขอร้องอะไรพร่ำเพรื่อ
“ให้กินข้าวพอได้ แต่น้ำคงไม่ต้อง... เพราะผมให้กินเข้าไปหลายอึกแล้ว… ฮ่าๆ ๆ ๆ”
เขาพูดอย่างนึกสนุก เอาความทุกข์มาล้อเลียน
สายตากระด้างมองไปที่โอ่งน้ำ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังๆ ด้วยความชอบใจ
ทว่าสีหน้าของป้าอิ่มกลับเรียบเฉย… ไม่ได้รู้สึกตลกหรือขำไปกับเขาแต่อย่างใด
ป้าอิ่มจ้องมองร่างสะบักสะบอมที่นอนตะแคงข้าง ได้ยินเสียงหายใจรวยรินของหญิงสาว สองมือของหล่อนยังถูกมัดไขว้หลังอย่างน่าเวทนาสงสาร หากแววตาที่เข้มแข็งจนดูแกร่งกร้าวของหญิงสาวคนนี้นี่แหละ!... ป้าอิ่มกลัวเหลือเกิน หวั่นใจว่ามันจะเป็นดั่งเชื้อไฟที่คอยยั่วโทสะจนอารมณ์ร้ายๆ ของนายอาทิตย์ปะทุขึ้นมา อีกครั้ง… โดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว
‘แม่คู๊ณ... โดนทึ้งโดนลากขนาดนี้ยังกัดฟันเงียบอยู่ได้ ไม่รู้จะทนจะทานไปถึงไหน จะอ้อนวอนเขาสักนิดก็ไม่มีจะปริปาก ใจแข็งเหลือเกิน ฉันละห่วงอนาคตเธอจริงจริ๊ง… แม่สาวน้อยผู้โชคร้าย’
ป้าอิ่มรำพึงในใจ แอบถอนใจกับเรือนร่างบอบบางตรงหน้าด้วยน้ำเสียงปลดปลง ส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับภาพที่เห็น ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ…
ครู่ต่อมา…
“กินข้าวซะ”
ป้าอิ่มถือจานข้าวที่ราดมาด้วยกับข้าวสองสามอย่าง วางลงตรงหน้าเธอ โดยลืมเสียสนิทว่ามือเล็กๆ ทั้งสองข้างยังคงถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยเชือก ดูราวกับว่าหญิงสาวผู้นี้คือนักโทษคดีอุกฉกรรจ์
‘ฉันมีความผิดอะไร?…เป็นการสมควรแล้วหรือที่นายมากระทำย่ำยีกับชีวิตฉันแบบนี้’
หญิงสาวท้วงถามถึงความถูกต้อง
เธอมองดูจานข้าวด้วยสายตาเลื่อนลอย รู้สึกหมดอาลัยตายอยากที่จะมีชีวิตอยู่ จะมีประโยชน์อันใดเล่า… กับการกินหรือไม่กิน แม้ไม่อดข้าวตาย… แต่เธอก็ต้องตายทั้งเป็นอยู่ดี เมื่อนึกถึงหน้าคนหื่นที่รอจะกระทำย่ำยีเธออยู่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่…
อย่าว่าแต่หนทางหนีเอาตัวรอดที่ดูมืดมน เพราะเพียงแค่คิดว่าจะต้องประคับประคองลมหายใจให้ผ่านค่ำคืนอันเลวร้ายนี้ไป ให้ได้… ก็ดูช่างยากเย็นเหลือเกินสำหรับเธอ
“ถ้าป้าแก้มัด... เอ็งต้องสัญญาก่อนนะ ว่าจะไม่หนี”
“ค่ะป้า…” หญิงสาวพยักหน้า
“กินข้าวซะ... กินดีๆ ทำตัวดีๆ” ป้าอิ่มไม่อยากให้มีอะไรวุ่นวายมากไปกว่านี้”
“ป้าบอกให้หนูกินข้าวดีๆ ทำตัวดีๆ แต่หนูสงสัยว่าสำหรับสถานที่แห่งนี้… ยังมีคำว่า ‘ดี’ ให้ต้องคิดถึงอีกหรือป้า ผู้ชายคนนี้ใจร้ายใจมาร นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาลากหนูขึ้นรถตู้มา… ชีวิตก็เจอแต่เรื่องเลวๆ ซึ่งป้าก็เห็น”
หญิงสาวแดกดันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เงยใบหน้าขึ้นมองเพดาน เพราะเสียดายหยาดน้ำตาที่กำลังจะร่วงรินลงมาให้กับความอัปยศอดสูของโชคชะตา ที่นำพาเธอมาสู่ขุมนรกแห่งนี้
“ถ้าขืนเอ็งยังปากดี ไม่ลดไม่ละกับคุณอาทิตย์แบบนี้แล้วละก็… ป้าชักจะห่วงอนาคตของเอ็งซะแล้วสิ”
ป้าอิ่มเตือนด้วยความหวังดี
หญิงสาวยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา
“ท่องเอาไว้นะนังหนู บอกกับตัวเองว่าเอ็งจะมาตายตรงนี้ไม่ได้เป็นอันขาด… ป้าเชื่อว่ามีคนข้างหลังอีกมากมายที่กำลังห่วงใยและรอคอยเอ็งอยู่”
เพียงสิ้นถ้อยคำของป้าอิ่ม ทำนบน้ำตาของหญิงสาวก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
ป้าอิ่มมองอย่างเข้าใจ… บางครั้งคนที่เข้มแข็ง ก็ไม่ได้หมายความว่าร้องไห้ไม่เป็น
“ร้องไห้ออกมาเถอะ ให้น้ำตามันไหลออกมา อย่าให้มันท่วมอยู่ในหัวอก” ป้าอิ่มบอก ดวงตาของแกแดงไปด้วยรื้นน้ำตาเช่นกัน เพราะความสงสารลูกผู้หญิงด้วยกัน
รัตติกรนึกถึงถ้อยคำของแม่
