บทที่ 6 ตอนที่ 6

ถามพลางยื่นใบหน้าออกไปตามเสียงซึ่งฟังดูคล้ายคนกำลังมีปากเสียงกันรุนแรงอยู่ที่หน้าบ้าน หากไม่เพียงแค่ถกเถียงกัน เพราะเสียงที่ได้ยินนั้น มันคือการลงไม้ลงมือชัดๆ ยืนยันด้วยเสียงดังตุ๊บตั๊บตามมา

“พ่อ..!”

รัตติกรร้องเสียงหลงกับภาพที่เห็น

พ่อของเธอน่ะเอง!

เขาเมามายจนแทบไม่ได้สติ กำลังกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ใต้ฝ่าเท้าของชายสองคนอย่างไร้ทางสู้  ที่ปากของพ่อเปรอะไปด้วยโลหิตสีแดง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ..! บ้านเมืองมีขื่อมีแปร นึกจะตั้งศาลเตี้ยแล้วลงไม้ลงมือกระทืบกันแบบนี้มันเกินไปหน่อยนะไอ้พวกอันธพาล”

หญิงสาวตะโกนกราดออกไปยังชายใบหน้าเหี้ยมเกรียมสองคนที่กำลังลงไม้ลงมือกับผู้เป็นบิดาซึ่งอยู่ในอาการเมาสุราจนแทบไม่ได้สติ

“อีนังคนนี้ปากจัด…”

หนึ่งในนั้นมีชื่อว่าไอ้เดช มันตวัดสายตามาที่หญิงสาว

“ปากดียังงี้! แหม… มันน่าจับมาจูบปากเสียให้เข็ด”

อีกคนเสริมขึ้นทันที

จากนั้นมันสองคนก็หันมาสบตากัน พร้อมกับกวาดสายตาสำรวจเรือนร่างของรัตติกรตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สีหน้าบอกความประสงค์ร้ายอย่างเห็นได้ชัด

“น้องสาวคนสวย… พ่อเธอเป็นหนี้พวกพี่อยู่นะจ๊ะ ในเมื่อไม่มีปัญญาใช้หนี้ คนในครอบครัวก็ควรจะมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย” ไอ้เดชเสียงอ่อนลง สายตาแพรวพราวจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสะสวยของหญิงสาว

“เท่าไร?... พ่อเป็นหนี้พวกแกอยู่เท่าไร?”

รัตติกรถาม เพราะไม่ต้องการให้ทุกอย่างยืดยาว

“ห้าพัน ทั้งไพ่ ทั้งบอล…” ไอ้เดชกระแทกเสียงดุ

รัตติกรนิ่งอึ้ง…

หล่อนไม่ได้กล่าวอะไร แต่แอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ แววตากลัดกลุ้มกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ

“ทั้งเนื้อทั้งตัว… ฉันมีอยู่แค่สามพัน” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า

ไอ้เดชขมวดคิ้วเล็กน้อย กระดิกหนวดไปมา ดึงเคราตัวเองเล่นอย่างครุ่นคิด แต่สีหน้าของมันก็ไม่ได้ฉายแววประหลาดใจมากนัก ถ้าทั้งบ้านจะเหลือเงินแค่สามพัน… กับสภาพบ้านเช่าหลังเล็กและซอมซ่ออย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้า

“สามพันไม่เอา… พี่จะเอาห้าพัน”

มันยื่นคำขาดอย่างมีนัยสำคัญ

สายตาเพ่งจับอยู่ที่หน้าอกรัดรึง ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูป แนบเน้นไปกับลำตัว คัดทรวดทรงองเอวให้แลเห็นเป็นรูปเป็นร่างจนแทบประมาณได้ด้วยสายตา… กับขนาดของสิ่งสงวนที่ซุกซ่อนเอาไว้ภายใต้เนื้อผ้า

“ฉันมีแค่สามพันจริงๆ…”

เธอลดน้ำเสียงลงเล็กน้อย แววตาต่อรองขอความเห็นใจ

พวกมันทั้งคู่หันมามองตากันด้วยอาการครุ่นคิด? ก่อนจะหันกลับมามองใบหน้าหวานของเธออีกครั้ง แล้วกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอไปพร้อมกัน

“งั้นเอามาสามพันก่อนก็ได้… ส่วนที่เหลือน้องสาวไม่ต้องจ่ายสักบาทเดียว… ดีมั้ย อิอิ” ไอ้เดชเสียงอ่อนลง

มันลดน้ำเสียงเหมือนปราณี ทำทีว่าเห็นใจ หากประกายตาอันชั่วร้ายของมันก็ส่อนัยถึงความประสงค์ในสิ่งอื่นอย่างเห็นไดชัด

“อีกสองพันที่เหลือไม่ต้องใช้ พี่ยกให้… แต่มีเงื่อนไขว่าคืนนี้น้องสาวต้องไปนอนกับพี่นะจ๊ะ” มันทำเสียงหวาน

ได้ยินดังนั้น

“ระยำแท้!... ไอ้พวกเวรตะไลใจสัตว์”

เป็นเสียงของดวงแขผู้เป็นแม่ ตะโกนด่าออกมาอย่างเหลืออด

หล่อนไม่พูดเปล่า แต่วิ่งกลับเข้าไปในบ้านเพื่อไปคว้ามีดอีโต้ออกมาขู่

“ออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้… ไม่คิดว่าจิตใจของพวกมึงจะระยำต่ำช้าถึงกับตีค่าลูกสาวกูเพื่อแลกกับเงินสองพัน”

ดวงแขกัดฟันด้วยความโกรธ เมื่อคิดถึงความคิดอันต่ำช้าและถ้อยคำอันหยาบคายของมนุษย์ที่กำลังหยิบยื่นข้อเสนอเพื่อย่ำยีมนุษย์ด้วยกัน

เพื่อให้เรื่องจบๆ ไป หล่อนตัดสินใจควักเงินอีกสองพันออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นให้ลูกสาวทั้งมือที่สั่น เพราะรู้ดีว่าเงินนั่นหมายถึงทุนรอนที่เธอมีอยู่ทั้งหมด และจำเป็นมากสำหรับเอาไว้ซื้อของในวันรุ่งขึ้น… เพื่อทำกับข้าวขาย

รัตติกรล้วงเอาเงินสามพันสุดท้ายของเธอออกมาสมทบกับอีกสองพันของแม่ทั้งน้ำตา

ดวงแขมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างใจหาย

เงินจำนวนน้อยที่พอจะเป็นทุนรอนเลี้ยงชีพต่อไป กลับต้องมาละลายหายในพริบตา เพียงเพราะคนเป็นพ่อที่ทำตัวชั่วช้า จนผีสุรา ผีการพนันเข้าสิงร่าง

หล่อนนึกเสียใจที่สามีดีแต่จะนำเอาความเดือดเนื้อร้อนใจมาสู่เธอและลูกอยู่เป็นประจำ

“เอาไป... แล้วรีบไปให้พ้นๆ จากบ้านกู”

รัตติกรกระแทกเสียงใส่

พอได้เงิน มันก็ทิ้งร่างซึ่งเมาหลับของมานพที่กำลังหิ้วปีกอยู่นั้นลงโครมกับพื้นอย่างไม่ไยดี

มันรวบทั้งเงินและมือนิ่มๆ ของรัตติกรอย่างจงใจลวนลาม

“ไอ้เลว!”

หญิงสาวสบถด่า  รีบสะบัดมือจากการบีบกุม

ไอ้คนหื่นทำท่าเอามือข้างที่ได้สัมผัสกับหลังมือนุ่มๆ ของเธอขึ้นสูดดมกลิ่นสาวสะคราญ แววตาของมันวาวโรจน์ไปด้วยกำหนัดอัดแน่น โดยไม่เกรงกลัวต่อสายของดวงแขที่มองดูอยู่ด้วยแววตาเป็นกังวล… อดที่จะนึกห่วงลูกสาวไม่ได้

“กลับโว้ย!...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป