บทที่ 6 ไม่ไหวก็ต้องปลดปล่อย
คำพูดของเขาทำให้เธอสติหลุด ชาริณครางเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วของเขาเริ่มขยับเร็วขึ้นและเน้นย้ำลงบนจุดอ่อนไหวที่สุดอย่างแม่นยำ ร่างกายของเด็กสาวสั่นสะท้าน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
“อ๊ะ....พี่แทน พี่แทนคะ....ชา....ชารู้สึกแปลก ๆ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว พยายามคว้าแขนแกร่งของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
“เสียวใช่ไหม ปล่อยมันออกมา” แทนคุณกระซิบพลางเร่งจังหวะนิ้วมือให้ถี่กระชั้นขึ้น สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าที่เหยเกด้วยความเสียวซ่านของเธออย่างหลงใหล
เขาพยายามสะกดอารมณ์ของตนเองไว้เพราะสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่เกินเลยไปมากกว่าช่วยให้เธอได้ปลดปล่อย เพียงแค่สัมผัสจากภายนอกที่รัวเร็วและหนักหน่วงนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนถึงกับคุมตัวเองไม่ได้
ร่างกายของชาริณเริ่มเกร็งกระตุก นิ้วเท้าจิกเกร็งลงบนที่นอน ลมหายใจขาดช่วงเป็นระยะ ร่างกายเธอยกเข้าหาปลายนิ้วไปตามสัญชาตญาณ
“พี่แทน....ชา....อร๊าย....”
หญิงสาวกรีดร้องพร้อมกับร่างกายที่กระตุกถี่ปลดปล่อยอารมณ์ออกมา เธอพิงศีรษะกับอกแกร่งของเขา หอบหายใจรัวเร็วราวกับเพิ่งวิ่งมาไกลหลายกิโลเมตร ความรู้สึกวูบวาบยังคงหลงเหลืออยู่เป็นระลอกคลื่นคล้ายเครื่องจักรที่ยังไม่หยุดหมุนสนิท แทนคุณนิ่งค้างมือไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้เธอปรับอารมณ์ ก่อนจะค่อย ๆ ถอนมือออกมา
“เสร็จแล้วใช่ไหม” เขาถามพลางใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อออกจากหน้าผากของเธอ
ชาริณทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาใบหน้าของหญิงสาวในเวลานี้แดงก่ำ
“นอนพักนะ พรุ่งนี้พี่จะไปส่งที่บ้านตามสัญญา ฝันดีนะใบชา” แทนคุณลุกขึ้นยืนแล้วห่มผ้าให้เธอก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
ชาริณนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบหัวใจของเธอมันยังคงเต้นแรง ความรู้สึกที่มีต่อแทนคุณเปลี่ยนไปแล้ว สัมผัสจากมือคู่นั้นและภาพเหตุการณ์ในคืนนี้ได้ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำและมันจะกลายเป็น ความลับ ที่เธอกับเขาเท่านั้นที่รู้และเป็นจุดเริ่มต้นของความโหยหาที่เธอตามหลอกหลอนทั้งเธอและเขาไปอีกนาน
แทนคุณยืนนิ่งอยู่หน้าห้องของชาริณครู่หนึ่ง สัมผัสอุ่นชื้นที่ยังติดอยู่ที่ปลายนิ้วทำให้เขาถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ชายหนุ่มเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองที่อยู่ตรงข้ามกันแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง
เขารู้สึกแปลกมากทั้งที่คืนนี้ได้จะปลดปล่อยอารมณ์ดิบเถื่อนกับผู้หญิงที่มีประสบการณ์โชกโชนอย่างแอนนาไปถึงสองรอบจนน่าจะหมดแรงนอนหลับไปแล้ว แต่ร่างกายของเขากลับตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งมันเกิดขึ้นตั้งแต่เขาได้กลิ่นกายหอมและเสียงหวานของชาริณที่เรียกชื่อเขาเมื่อครู่
แทนคุณหลับตาลง พยายามขับไล่ภาพเด็กสาววัยสิบแปดที่นอนบิดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนนั้นออกไป แต่ยิ่งพยายามลืม ภาพใบหน้าเนียนละเอียดที่แดงซ่านด้วยพิศวาท แววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและริมฝีปากอิ่มที่เผยอครางชื่อเขากลับยิ่งชัดเจน
“พี่แทน....ชา....อร๊าย....”
เสียงหวานดังก้องอยู่ในหู ส่งให้เลือดในกายของชายหนุ่มพลุ่งพล่าน เขาพลิกตัวไปมากระสับกระส่ายอยู่บนเตียงและพยายามจะหลับแต่ความเป็นชายมันกลับตื่นตัวแข็งขืนขึ้นมาจนปวดร้าว
“มึงจะหื่นเกินไปแล้วนะไอ้แทน”
เขาสบถออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือลงไปจัดการกับความต้องการของตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ มือหนาที่เพิ่งสัมผัสความอ่อนนุ่มของชาริณมาสด ๆ ร้อน ๆ บัดนี้กำลังทำหน้าที่ปรนเปรอตัวเอง
จินตนาการในหัวไม่ใช่ภาพของแอนนาหรือผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยนอนด้วยเลย แต่มันกลับเป็นภาพของชาริณสาวน้อยห้องตรงข้ามที่เขาไม่อาจทำอะไรเธอได้เพราะสถานะของเธอคือน้องสาวของรัฐชารุ่นน้องที่เขารักเหมือนน้องชายแท้ ๆ
แทนคุณนึกถึงตอนที่นิ้วของเขาบดคลึงลงบนจุดอ่อนไหวของเธอ นึกถึงแรงสั่นสะท้านที่ส่งผ่านร่างเล็กมาถึงมือเขาและนึกถึงกลิ่นของสาวบริสุทธิ์
เขาอดไม่ได้เลยที่จะจินตนาการไปว่าถ้าเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายนอก ถ้าเขาได้ครอบครองเธอ ได้ประสานกายเป็นหนึ่งเดียวกับเธอมันจะดีขนาดไหน
“ซี้ด....อ้า....ใบชา....อื้ม....ใบชาของพี่”
แทนคุณครางชื่อเธอออกมาอย่างหักห้ามใจไม่ได้ จังหวะมือของเขาเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งสูง ทุกหยาดหยดของความต้องการพุ่งออกมาพร้อมกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ตีรวนกันมั่วซั่ว เขาปลดปล่อยท่ามกลางความมืดมิด ทิ้งตัวพิงพนักเตียงอย่างหมดแรง ลมหายใจหอบเหนื่อยค่อย ๆ ปรับเป็นจังหวะปกติ
เขารู้ดีว่าสิ่งที่ทำลงไปมันล้ำเส้นคำว่าพี่ชายไปไกล แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเด็กสาวคนนั้นดันเดินเข้ามาเห็นความลับของเขา และเธอก็ดูพร้อมที่จะเรียนรู้เหลือเกิน
“พรุ่งนี้เช้า....จะมองหน้ากันติดไหมนะ” เขาพึมพำก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำอีกรอบแล้วกลับมานอน
....
เช้าวันใหม่ชาริณรีบตื่นนอนแต่เช้า ทั้งที่วันนี้ไม่ต้องรีบไปสอบและไม่ต้องตื่นมาอ่านหนังสือ แต่มีสิ่งที่เธอจะต้องรีบทำก่อนที่เจ้าของบ้านจะตื่น แม้ว่าเมื่อคืนจะนอนหลับไม่สนิทเพราะเอาคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็ตาม
ความรู้สึกอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเมื่อนึกถึงภาพตัวเองที่ยอมให้รุ่นพี่ของพี่ชาย ช่วย จนถึงสวรรค์เป็นครั้งแรกแม้จะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ร่างกายของเธอยังรู้สึกถึงสัมผัสวูบวาบจากมือคู่นั้นไม่หาย
‘ไม่ได้... อยู่ไม่ได้แล้ว’ ชาริณรีบลุกจากเตียง จัดการเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวยัดใส่กระเป๋าเดินทางอย่างลนลาน เธอไม่สนว่าเสื้อผ้าจะยับเยินแค่ไหน สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ก่อนที่แทนคุณจะตื่นมาเจอเธอ
เธอจัดการล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว แล้วค่อย ๆ แง้มประตูห้องนอนออกมา สายตามองไปที่ประตูห้องตรงข้ามมันยังปิดสนิท ไร้เสียงเคลื่อนไหวจากคนข้างใน
