บทที่ 7 ต้องลืมให้ได้

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงหัวใจของเธอดังแข่งกับเสียงฝีเท้าที่พยายามเหยียบลงบนพื้นอย่างเบาที่สุด ชาริณหิ้วกระเป๋าเดินทางลงบันไดมาทีละขั้น มือบางชื้นเหงื่อจนต้องเช็ดกับกางเกง เธอไม่ได้เปิดไฟแม้แต่ดวงเดียว อาศัยแสงสว่างภายนอกนำทาง

เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง เธอรีบตรงไปที่ประตูบ้าน ปลดล็อกอย่างใจเย็นที่สุด เสียงคลิกของลูกบิดทำให้เธอสะดุ้งสุดตัวจนต้องหยุดนิ่งไปหลายวินาทีเพื่อฟังว่าคนชั้นบนตื่นหรือยัง

เมื่อแน่ใจว่าทางสะดวก เธอจึงก้าวออกไปนอกบ้าน อากาศยามเช้าที่เย็นสบายไม่ได้ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนของเธอเย็นลงได้เลย ชาริณกึ่งเดินกึ่งวิ่งลากกระเป๋าเดินทางออกไปยังหน้าปากซอยหมู่บ้าน เสียงล้อลากกระทบกับพื้นปูนดังในความเงียบของยามเช้าวันเสาร์ที่เป็นวันหยุดของใครหลาย ๆ คน ทำให้เธอรู้สึกกดดันมากขึ้น

“คงต้องเรียกรถมารับ” เธอบ่นขณะมือก็เข้าแอปพลิเคชันเรียกรถ

แล้วโชคก็เข้าข้างชาริณเมื่อแท็กซี่คันหนึ่งแล่นเข้ามาในซอยพอดี ชาริณรีบโบกมือเรียกอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ไปไหนครับหนู” โชเฟอร์ลดกระจกถาม

“พระรามสองค่ะ”

“งั้นขึ้นเลยครับ เดี๋ยวผมยกกระเป๋าให้

“ขอบคุณค่ะ”

ชาริณก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลัง พลางมองย้อนกลับไปทางบ้านของแทนคุณผ่านกระจกเมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปเธอก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ความรู้สึกตอนนี้สับสนและอายจนคิดว่าคงไม่อาจเจอหน้าเขาได้

เธอหนีออกมาจากบ้านหลังนั้นได้แล้ว แต่ไม่อาจหนีจากความทรงจำที่และที่ทำให้เธอแทบคลั่ง

‘พี่แทน... ชาขอโทษนะคะที่ต้องหนีมาแบบนี้ แต่ชา... ชาสู้หน้าพี่ไม่ไหวจริง ๆ’ เธอกล่าวขอโทษในใจ

เธอหวังว่าเวลาจะทำให้เธอลืมเรื่องราวบ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านของแทนคุณ

แต่เธอคงไม่รู้หรอกว่าเรื่องแบบนี้ยิ่งพยายามหนีเท่าไหร่ รสสัมผัสของบทเรียนแรกนั้นจะยิ่งฝังลึกในความทรงจำและมันจะทำให้เธอไม่อาจยอมรับสัมผัสจากผู้ชายคนไหนได้อีกเลยในอนาคต จนกว่าเธอจะได้กลับมาเจอสัมผัสแรกอีกครั้ง

รถแท็กซี่จอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวในย่านชานเมือง ชาริณรีบจ่ายเงินและหิ้วกระเป๋าเดินทางลงจากรถด้วยท่าทางหวาดระแวงเพราะกลัวว่าแทนคุณจะตามมา

ชาริณเดินเข้ามาในบ้านและรีบตรงไปยังห้องนอน ล้มตัวลงบนเตียง ตากลมโตมองเพดานห้องอย่างเหม่อลอย  ความเงียบภายในห้องนอนยิ่งทำให้รู้สึกถึงหัวใจของตนเองมันเต้นแรงขึ้น ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนปลายนิ้วหนาที่บดคลึง สัมผัสเร่าร้อน และเสียงครางที่น่าอับอายของตัวเองยังคงตามมาหลอกหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวสมอง

“บ้าไปแล้วยัยชา ทำไมถึงทำแบบนั้นลงไปนะ”

เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ ความอายเล่นงานจนหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู เธอรู้ดีว่าการหนีออกมาแบบนี้มันดูไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่นาทีนั้นความอับอายมันมีอำนาจเหนือเหตุผลทุกอย่าง

เธอไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าถ้าตื่นมาสบตากับแทนคุณในตอนเช้าแล้วจะทำหน้าอย่างไร หรือเขาจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน

ชาริณตัดสินใจคว้าไม้กวาดและถังน้ำถูพื้น เธอเริ่มจัดการทำความสะอาดบ้านชุดใหญ่ ตั้งแต่กวาดหยากไย่ เช็ดหน้าต่าง ไปจนถึงขัดพื้นห้องครัวอย่างบ้าคลั่ง เพื่อสลัดความฟุ้งซ่านออกไป เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดซึมตามไรผมและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม แต่เธอก็ไม่หยุดเพราะถ้าเธอหยุดภาพความทรงจำก็จะกลับมาฉายซ้ำทันที

ครืด... ครืด...

โทรศัพท์มือถือที่เธอเพิ่งเปิดเครื่องทิ้งไว้บนโต๊ะกินข้าวสั่นครืดคราด ชาริณชะงักมือที่กำลังถือผ้าถูพื้น หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ

เธอเม้มปากแน่น จ้องมองหน้าจอที่สว่างวาบอยู่อย่างนั้นจนสายตัดไป แต่มันก็ดังขึ้นมาใหม่ทันทีครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายเสียงเรียกเข้าเงียบไปและเปลี่ยนเป็นการแจ้งเตือนข้อความแทน

แทนคุณ : “ใบชา อยู่ไหน ทำไมหนีกลับไปแบบนั้น”

ใบชา : อยู่บ้านแล้วค่ะ

แทนคุณ : “รับสายพี่ด้วย ถ้าไม่รับ พี่จะโทรหาไอ้ต้นบอกมันว่าเกิดอะไรที่บ้านของพี่เมื่อคืน”

เธออ่านข้อความนั้นแล้วก็รีบเป็นฝ่ายโทรกลับ เธอไม่รู้ว่ามันเป็นแค่คำขู่หรือเปล่า แต่ถ้าพี่ชายเธอรู้เรื่องเข้า มีหวังบ้านแตกแน่ เรื่องนี้ต้องตายไปกับเธอเท่านั้น

“ทำไมทำตัวแบบนี้ใบชา รู้ไหมว่าพี่ตื่นมาไม่เห็นเรา พี่เป็นห่วงขนาดไหน” แทนคุณดุเสียงเข้มจนเธอสะดุ้ง

“ชาถึงบ้านแล้วค่ะพี่แทน ชาไม่อยากรบกวนพี่ตอนเช้า เห็นพี่นอนหลับอยู่เลยไม่ได้เรียก” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“รบกวนที่ไหนกัน พี่บอกกับเราไว้แล้วว่าจะไปส่ง แล้วนี่กลับยังไง”

“แท็กซี่ค่ะ”

“แล้วทำไมต้องหนี หรือว่าเรื่องเมื่อคืน ไหนว่าเรื่องธรรมชาติ”

“พี่แทน หยุดพูดนะคะ ชารู้ค่ะว่าเมื่อคืนชาเป็นคนเริ่มเอง ชาบอกเองว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ใครมันจะไปกล้าอยู่สู้หน้าพี่ล่ะคะ ชาไม่ได้หน้าหนาขนาดนั้นนะ” ชาริณร้องห้ามเสียงหลง

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงถอนหายใจยาว ๆ ของชายหนุ่ม

“พี่ขอโทษ  พี่ไม่ควรทำแบบนั้นจริง ๆ พี่รู้ว่าเรายังเด็ก และอาจอยากรู้อยากลอง พี่เองก็น่าจะห้ามแต่กลับไปส่งเสริม” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ช่างมันเถอะค่ะพี่แทน ลืม ๆ มันไปเถอะนะคะ ถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ชาขอร้องให้มันเป็นความลับระหว่างเราสองคนพอ เพราะยังไงหลังจากนี้เราก็คงไม่เจอกันอีกแล้ว พี่ทำงานของพี่ ชาไปเรียนมหาลัย เราอยู่คนละโลกกันอยู่แล้วค่ะ”

“คงไม่เจอกันอีกงั้นเหรอ” แทนคุณทวนคำเบา ๆ

“ค่ะ”

“เอาเถอะ ถ้าเราต้องการแบบนั้น พี่ก็จะรับปาก แต่จำไว้นะใบชา ถ้ามีเรื่องอะไรเดือดร้อน พี่คนนี้ยังเป็นพี่ชายเราเสมอ”

“ค่ะ... ขอบคุณค่ะพี่แทน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป