บทที่ 9 ขอดีๆ ไม่ได้ก็ต้องใช้แผน

บรรยากาศในรถเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ จิรเมธเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้ขณะขับรถ ทำให้หญิงสาวรู้สึกเกร็ง แม้ว่าจะรู้จักกันถึงสองปีและคบกันเป็นแฟนมาหกเดือนแล้วแต่ชาริณก็ยังรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองทุกครั้งที่อยู่กันตามลำพัง

“วันนี้ไปดูหนังกันนะใบชา พี่จองตั๋วไว้แล้ว เรื่องที่ใบชาอยากดูไง” ชายหนุ่มบอกเสียงนุ่ม

“ค่ะพี่จ๊อบ” เธอยิ้มตอบ พยายามไม่ชักมือกลับเพราะเข้าใจดีว่าคนคบกันก็ต้องมีถึงเนื้อถึงตัวกันบ้างแต่ถ้าจะมากกว่านี้หญิงสาวก็คงต้องห้าม

ภายในโรงหนังมืดสลัว แสงจากจอภาพสะท้อนเข้าใบหน้าของทั้งคู่ จิรเมธโอบไหล่เธอไว้และพยายามโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อกระซิบข้างหูเป็นระยะ มือของเขาเกาะกุมมือของเธออีกครั้งแล้วใช้นิ้วโป้งคลึงวนที่หลังมือเธออย่างมีความหมาย ราริณรู้สึกอึดอัด เธอปล่อยให้เขาจับมือได้ แต่เมื่อเขาเริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้และพยายามจะเลื่อนมือขึ้นมาสัมผัสที่ต้นขาของเธอ หญิงสาวกลับสะดุ้งเล็กน้อยแล้วแกล้งทำเป็นขยับตัวหยิบป๊อปคอร์นเพื่อเลี่ยงสัมผัสนั้น

ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย แววตาของเขาฉายความไม่พอใจออกมาแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไปท่ามกลางความมืด

หลังจากดูหนังจบเขาก็พาหญิงสาวไปทานข้าวก่อนจะขับรถมาส่งที่หอพักหน้ามหาวิทยาลัย

“ใบชาคืนนี้พี่ขอไปนอนค้างห้องใบชาด้วยได้ไหม” จิรเมธเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน มือหนาจับไหล่เธอให้หันมาเผชิญหน้า

“เอาไว้วันหลังนะคะ”

“ใบชาครับ เราเป็นแฟนกันมานานแล้วนะ แต่ใบชาทำเหมือนรังเกียจพี่มาก”

“พี่จ๊อบคะ ชาบอกแล้วไงคะว่าชารักพี่ แต่เรื่องนั้นชาขอเวลาหน่อยนะคะ เราเพิ่งคบกันได้หกเดือนเอง ชาอยากให้เรามั่นใจกว่านี้” ใบชาตอบเสียงแผ่ว

“หกเดือนมันน้อยไปเหรอใบชา เพื่อนพี่คบกันเดือนเดียวเขาก็....” ชายหนุ่มเว้นช่องว่างไว้เพราะรู้ว่าชาริณเข้าใจความหมายดี เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขอนอนค้างกับเธอ

“แต่นั่นมันคนอื่น”

“แต่พี่รักชานะ ชาไม่ไว้ใจพี่เหรอ” จิรเมธถอนหายใจยาว

“ไม่ใช่ไม่ไว้ใจค่ะ แต่มันยังไม่ถึงเวลา ชาขอโทษนะคะ” เธอรีบเปิดประตูรถลงไปทันที ทิ้งให้จิรเมธนั่งกำพวงมาลัยแน่นด้วยความหงุดหงิด

“เห็นว่าสวยและเป็นถึงดาวคณะหรอกนะถึงยอมขนาดนี้” เขาบ่นกับตัวเองก่อนจะขับรถมายังผับแห่งหนึ่งที่เพื่อนนัดกันออกมาดื่ม

.....

จิรเมธกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยความขัดใจ เพื่อนกลุ่มวิศวะของเขาที่นั่งอยู่รอบ ๆ ต่างพากันเลิกคิ้วเพราะตั้งแต่มาถึงชายหนุ่มก็เอาแต่นั่งดื่มและสีหน้าบอกอย่างชัดเจนว่ากำลังหงุดหงิดกับอะไรสักอย่าง

“เป็นอะไรวะไอ้จ๊อบ หน้าบูดเป็นตูดลิง น้องใบชาไม่ยอมมาด้วยเหรอ” บาสเพื่อนสนิทในกลุ่มถามขึ้น

“เออ แม่ง....คบกันมาครึ่งปี จับมือได้นิดหน่อย พอจะเข้าด้ายเข้าเข็มแม่งสะบัดหนีตลอด บอกว่าเวลาไม่พอ ขอมั่นใจกว่านี้ บ้าบอฉิบหาย” เขาสบถออกมาอย่างเหลืออด

“เฮ้ย น้องเขาอาจจะใส ๆ จริงก็ได้นะเว้ย ผู้หญิงสมัยนี้หาคนรักนวลสงวนตัวยากนะมึง” เพื่อนอีกคนเสริม

“ใสเหรอวะ ระดับดาวคณะสื่อสารฯ เนี่ยนะจะใสขนาดนั้น พี่ต้นไม้พี่ชายน้องเขาก็เจ้าชู้จะตาย พี่ชายเป็นเสือ น้องสาวก็คงไม่ใสเท่าไหร่หรอก กูว่าเล่นตัวมากกว่าเห็นกูคอยตามใจไงเลยเอาใหญ่ นี่กูเห็นว่าลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะนะถึงได้ยอม ถ้าไม่อย่างนั้นกูเลิกไปนานแล้ว” พูดจบเขาก็กระดกเหล้าเข้าไปรวดเดียวหมดแก้ว

“กูมีแผนว่ะไอ้จ๊อบ ผู้หญิงน่ะ ถ้าปากแข็งนักก็ต้องใช้ตัวช่วยมึงก็รู้ว่าใบชาแพ้ทางมึงทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องบนเตียง งั้นมึงลองชวนน้องเขามาปาร์ตี้กับพวกกูสิ เดี๋ยวพวกกูช่วยชงเข้ม ๆ ให้ มอมให้พอเคลิ้ม ๆ พอถึงตอนนั้นน้องเขาก็ไม่ปฏิเสธมึงแล้ว เชื่อกูสิ พอเสียตัวให้มึงครั้งเดียว ที่เหลือก็ง่ายแล้วว่ะ” บาสขยับเข้ามาใกล้พลางตบไหล่เพื่อน

“มอมเหล้าเหรอวะ มันจะดีเหรอ กูกลัวใบชาจะโกรธ” แววตาเริ่มฉายแววเจ้าเล่ห์

“ดีสิวะ มึงเป็นแฟนเขานะเว้ย ไม่ใช่คนอื่นคนไกล พอตื่นมาน้องเขาก็แค่โกรธนิดหน่อย มึงก็แค่รับผิดชอบเอาใจมากกว่าเดิม แค่นั้นจบแล้วไม่ต้องคิดอะไรมาก มึงเอาใจผู้หญิงเก่งอยู่แล้วนี่”

จิรเมธยิ้มอย่างผู้ชนะ เมื่อความต้องการครอบครองใบชาเริ่มมีอำนาจเหนือความถูกต้อง

“งั้นศุกร์นี้กูจะชวนใบชาออกมาด้วย มีวันเกิดใครใกล้ ๆ ไหม”

“เดี๋ยวกูเกิดเองก็ได้ มึงชวนใบชามาให้ได้ล่ะ” บาสเสนอแม้จะยังไม่ถึงวันเกิดของตนเองก็ตาม

“อือ กูว่าไม่น่ายากนะ ใบชากับมึงก็รู้จักกัน คืนนั้นแหละกูจะรู้ให้ได้ว่าสวยหวานอย่างดาวคณะรสชาติจะเป็นยังไง”

เสียงหัวเราะของกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกลบเสียงดนตรีในร้าน เมื่อพวกเขาวางแผนให้เพื่อนเผด็จศึกแฟนสาว

....

ในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูใจกลางเมือง กลิ่นอายของความสุขอบอวลไปทั่วงานแต่งงานของเพื่อนสนิทในกลุ่มวิศวะ เสียงชนแก้วและเสียงหัวเราะดังประสานกับดนตรีสดที่บรรเลงเพลงรักหวานซึ้ง แต่สำหรับแทนคุณชายหนุ่มวัย 30 ปีที่ดูสุขุมและภูมิฐานขึ้นกว่าเมื่อสองปีก่อน เขากลับรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันช่างน่าเบื่อหน่ายอย่างบอกไม่ถูก

เขายืนพิงเคาน์เตอร์บาร์หรูในชุดสูทสีเทาเข้มที่ขับเน้นบุคลิกนิ่งขรึม มือเรียวถือแก้ววิสกี้แกว่งไปมาอย่างช้า ๆ สายตาคมปลาบทอดมองไปยังฝูงชน จนกระทั่งเห็นร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป