บทที่ 10 ไม้กันหมา(บ้า)ที่ชื่อเจ๊ทิพย์

อธิปนิ่งไป เขามองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนโซฟา แม้จะยังคงคีปลุคเจ๊ทิพย์แต่แววตาที่ทอดมองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความจริงใจและหนักแน่น

“เจ๊จะทิ้งคุณน้องไปได้ยังไงล่ะฮะ...”

น้ำเสียงดัดแหลมนั้นอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด

“รับเงินเดือนคุณตามาตั้งแพง... เอ๊ย! ไม่ใช่ฮะ! เจ๊หมายถึง... เจ๊เป็นผู้จัดการ เป็นบอดี้การ์ดของคุณน้องนะฮะ ตราบใดที่เจ๊ยังยืนอยู่ตรงนี้ ใครหน้าไหนก็แตะต้องคุณน้องไม่ได้ทั้งนั้นแหละฮะ! ถ้ามันกล้าเข้ามา เจ๊จะเอาส้นสูงฟาดหน้ามันให้แหกไปเลย”

คำสัญญาที่ฟังดูตลกแต่กลับหนักแน่นในความรู้สึก ทำเอามิลินเผลอยิ้มออกมา ความหวาดกลัวที่เกาะกินหัวใจค่อยๆ มลายหายไป มันรู้สึกปลอดภัย... และอบอุ่นอย่างน่าประหลาด แม้จะมาจาก เพื่อนสาว ร่างบึ้กก็ตาม

มิลินรีบดึงผ้านวมขึ้นมาคลุมโปงเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอผุดขึ้นมา

“เออ! พูดดีไปเถอะ! ห้ามหลับนะ ถ้านายแอบหลับยาม ฉันจะหักเงินเดือนนายจริงๆ ด้วย”

มิลินตะโกนออกมาจากใต้ผ้าห่มเสียงอู้อี้

อธิปยิ้มมุมปาก... ทอดมองก้อนผ้าห่มบนเตียงด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มเอนตัวลงนอนตามเดิม

“รับทราบฮะคุณหนูจอมวีน... นอนเถอะฮะ เจ๊ทิพย์คนสวยจะเฝ้าให้เอง”

นอกหน้าต่าง... เงาตะคุ่มที่เคยซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้หายไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบสงัดของยามค่ำคืน

แต่สิ่งที่เพิ่งเริ่มต้น... คือความไว้วางใจที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางกฎเหล็กและคำลวง

แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านสีนวลเข้ามาในห้องนอนหรู มิลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ความรู้สึกหวาดระแวงจากเรื่องกล้องจิ๋วเมื่อคืนยังคงตกตะกอนอยู่ในใจ แต่เมื่อพลิกตัวหันไปทางโซฟามุมห้อง เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่า...

ผ้าห่มผืนหนาถูกพับเก็บเป็นระเบียบกริบ หมอนถูกจัดวางเข้าที่ราวกับไม่เคยมีผู้ชายตัวโตๆ มาล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวตรงนั้น

หัวใจของซุปตาร์สาวกระตุกวูบ... เขาทิ้งเธอหนีไปแล้วเหรอ? หรือเรื่องสัญญาเมื่อคืนจะเป็นแค่ภาพลวงตา?

“อธิป...”

เธอลุกพรวดขึ้นนั่ง

แต่แล้วเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูก็ดังแว่วมาจากทางระเบียงด้านนอก มิลินขยับตัวลงจากเตียง ย่องเท้าเปล่าไปแอบดูที่ริมประตูกระจก

ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทที่รัดรูปจนเห็นมัดกล้ามหลังเป็นลอนสวย และกางเกงวอร์มที่ทิ้งตัวสบายๆ กำลังยืนหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่ แผ่นหลังกว้างนั้นตั้งตรงตระหง่านดุจกำแพงหิน แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนจากการออกกำลังกายดูดุดันและอันตรายเกินกว่าจะเป็นเพียงคนดูแลทั่วไป

“สืบให้ได้ว่าสัญญาณไร้สายจากกล้องจิ๋วนั่นมันส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ไหน... ลากคอคนทำมาให้ได้ และสั่งไอ้ไอซ์กับไอ้อาร์ตมาสแตนด์บายที่หน้าบ้าน ห้ามให้ใครสงสัยเด็ดขาด เข้าใจไหม”

น้ำเสียงนั้นเฉียบขาด ทรงอำนาจ และเยือกเย็นจนคนฟังยังขนลุกซู่ มิลินเผลอกลั้นหายใจ ผู้ชายคนนี้... ไม่มีทางเป็นแค่บอดี้การ์ดตกงานแน่ๆ

ราวกับมีตาสับปะรด อธิปหมุนตัวกลับมามองที่ประตูกระจกทันที สายตาคมดุกริบดุจมัจจุราชปะทะเข้ากับดวงตากลมโตของมิลิน

ชายหนุ่มชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกดตัดสายโทรศัพท์ แล้วในพริบตาเดียว... แววตาฆาตกรก็สลายวับไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและการจีบนิ้วสะดีดสะดิ้งระดับแกรนด์มาสเตอร์

“ตื่นแล้วเหรอฮะคุณน้องมิลิน! แอบดูเจ๊คุยโทรศัพท์กับผู้ชายแต่เช้าเลยนะฮะ ร้ายไม่เบาเลยนะเราเนี่ย!”

อธิปผลักประตูกระจกเข้ามาในห้อง พร้อมกับสะบัดไหล่โยกย้ายไปมา มิลินกลอกตาบนทันที ความรู้สึกใจเต้นตึกตักเมื่อสิบวินาทีก่อนปลิวหายไปกับสายลม

“ตอแหลเก่งนะนายเนี่ย เมื่อกี้ฉันได้ยินหมดแหละ สั่งงานซะเสียงเข้มเชียว”

“อุ๊ยตาย! ความลับแตกซะแล้ว”

อธิปทำเป็นยกมือทาบอกท่าทางสำออย

“ก็เวลาคุยงานกับลูกน้องมันก็ต้องแมนๆ คุยกันสิฮะ จะให้ไปวี้ดว้ายเดี๋ยวเด็กมันไม่เคารพ... ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วฮะ วันนี้มีคิวถ่ายแบบตอนสายไม่ใช่เหรอ”

“นายรู้ตารางงานฉันได้ไง ฉันยังไม่อนุญาตให้นายดูเลยนะ!”

“ฉันเป็นผู้ดูแลนะฮะคุณน้อง เมื่อคืนฉันขอพี่แป้งดูหมดแล้ว และตั้งแต่วันนี้ไป... ฉันจะเป็นคนสกรีนทุกคนที่เข้าใกล้ตัวเธอเอง เตรียมตัวนะฮะ วันนี้งานใหญ่ เจ๊ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องผิวเนียนๆ ของลูกสาวเจ๊แน่!”

สองชั่วโมงต่อมา ณ สตูดิโอถ่ายภาพใจกลางเมือง

บรรยากาศในสตูดิโอเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่เป็นเอกลักษณ์ของวงการบันเทิง เสียงเครื่องทำควันพ่นละอองสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วฉากหลัง เสียงตะโกนของช่างภาพที่สั่งปรับทิศทางของแผ่นรีเฟล็กซ์สีเงิน และเสียงเพลงบีทหนักๆ ที่เปิดคลอเพื่อบิ๊วอารมณ์นางแบบ

สายเคเบิลระโยงระยางพาดผ่านพื้นสตูดิโอราวกับโครงข่ายใยแมงมุม ท่ามกลางความจอแจนั้น ซุปตาร์เบอร์หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับ  กองทัพส่วนตัว  เล็กๆ แต่ที่สะดุดตาทุกคนที่สุดคงไม่พ้นชายร่างยักษ์ที่เดินถือกระเป๋าแบรนด์เนมและแก้วกาแฟ แต่ออกจริตกรีดกรายซะยิ่งกว่าผู้หญิง

“อุ๊ย! ระวังสายไฟนะฮะคุณน้อง เดี๋ยวสะดุดล้มหน้าคะมำเจ๊จะหัวใจวาย!”

อธิปในคราบเจ๊ทิพย์ตะโกนเสียงแหลม พลางใช้มือหนาๆ ที่มีรอยด้านจากการยิงปืน มาจัดระเบียบปอยผมให้มิลินอย่างเบามือ

“เจ๊ทิพย์ฮะ ขอน้ำเย็นหน่อย”

มิลินแกล้งสั่งเสียงเข้มพยายามกั้นขำกับท่าทางสะดีดสะดิ้งนั้น

“ได้ฮะคุณน้อง รอแป๊บนะฮะ เจ๊จะรีบไปประเคนให้เดี๋ยวนี้แหละ”

อธิปกัดฟันยิ้ม แกล้งเดินนวยนาดส่ายสะโพกไปหยิบขวดน้ำมาเปิดฝา เสียบหลอด แล้วส่งให้ถึงมืออย่างรู้หน้าที่

เจ๊มี่ที่กำลังวุ่นอยู่กับการลงรองพื้นบนใบหน้าของมิลินถึงกับหัวเราะคิกคัก แอบกระซิบข้างหูลูกสาว             

“โอ๊ยยย เจ๊ล่ะยอมใจจริตเพื่อนสาวของคุณอธิปจริงๆ มิลดูสิ กล้ามปูขนาดนั้นแต่สะบัดมือทีไรคือองค์แม่ลงประทับ! เป็นไม้กันหมาที่เนียนที่สุดเท่าที่เจ๊เคยเห็นมาเลยนะ มีบอดี้การ์ดสาวล่ำมาคอยกันพวกผู้ชายหน้าหม้อให้แบบนี้ เป็นบุญของมิลินจริงๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป