บทที่ 14 ศึลข้อสามท่องไว้

“มิลินไม่เคยเบี้ยวงานเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้ ถ้ามิลไม่ไป กองถ่ายเสียหายวันละเป็นล้าน ใครจะรับผิดชอบคะ! นายเหรอ?”

“เจ๊รับผิดชอบชีวิตหนูไม่ได้ ถ้าหนูเป็นอะไรไปฮะ!”

อธิปเผลอหลุดเสียงทุ้มต่ำดุดันออกมาจนมิลินชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมา

“มิลจัดการตัวเองได้ นายมีหน้าที่คุ้มกันก็ทำไปสิ ถ้าฝีมือดีจริงอย่างที่ตาคุยไว้ นายต้องปกป้องฉันได้ทุกที่ ไม่ใช่สั่งให้ฉันขี้ขลาดแอบอยู่แต่ในบ้าน” 

ซุปตาร์สาวจ้องตาเขาอย่างไม่ลดละ

“มิลจะไป... และมิลต้องไปเดี๋ยวนี้ด้วย!”

พี่แป้งมองหน้าทั้งคู่สลับกันอย่างลำบากใจ              

“อธิป... พี่เข้าใจความเป็นห่วงนะ แต่กองนี้สปอนเซอร์รายใหญ่เขาจับตามองอยู่จริงๆ ถ้ามิลไม่ไปตอนนี้ เรื่องใหญ่แน่”

อธิปบดกรามแน่นจนเป็นสันนูน

ยัยตัวร้ายนี่... ดื้อด้านไม่มีใครเกิน!

เขาแอบสบถหยาบคายในใจ แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นและหยิ่งในศักดิ์ศรีการทำงานของเธอ เขาก็รู้ทันทีว่าไม่มีทางเปลี่ยนใจผู้หญิงคนนี้ได้

“ก็ได้ฮะ!”

อธิปสะบัดมือกรีดกรายทำท่าฟึดฟัดกลบเกลื่อนรังสีมัจจุราช

“ดื้อดึงแบบนี้ เจ๊ละเพลียตับ! แต่บอกไว้ก่อนนะฮะ ถ้าจะไป เจ๊ต้องประกบติดหนูเป็นเงาตามตัว ห้ามไปไหนคนเดียวเด็ดขาด แม้แต่ตอนไปเข้าห้องน้ำในป่าในดง เจ๊ก็จะไปยืนเฝ้าหน้าประตูให้ฮะ”

“เออ! จะไปยืนในส้วมด้วยเลยก็ได้ถ้าเจ๊ไม่เหม็นน่ะ!”

มิลินประชดกลับสะใจที่ชนะการโต้เถียง ก่อนจะสะบัดบ๊อบเดินไปขึ้นรถตู้ทันที

อธิปมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปพลางถอนหายใจยาว ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความเสียงหาลูกน้อง

“ไอ้ไอซ์ ไอ้ท็อป เตรียมทีมล่วงหน้าไปที่สระบุรีเดี๋ยวนี้ สแกนพื้นที่กองถ่ายทุกตารางนิ้ว อย่าให้มดคันไฟตัวไหนเข้าใกล้คุณมิลินได้... ถ้ามีอะไรพลาด หัวพวกมึงหลุดแน่!”

เมื่อสั่งงานด้วยเสียงเข้มเสร็จ เขาก็รีบสลับโหมดกลับมาเป็นเจ๊ทิพย์ วิ่งตุ้งติ้งตามไปที่รถตู้ทันที     

“ว้ายยย รอเจ๊ด้วยฮะคุณน้องมิลินนน! อย่าเพิ่งทิ้งเจ๊ฮะ!”

การเดินทางมาถ่ายทำละครฟอร์มยักษ์ที่จังหวัดสระบุรีเริ่มต้นขึ้นด้วยความวุ่นวายระดับสิบ ทีมงานจองโรงแรมสไตล์โคโลเนียลวินเทจที่สวยงามและคลาสสิกไว้ให้นักแสดงนำ ทว่าความคลาสสิกที่ว่า... มันมาพร้อมกับบรรยากาศวังเวง บานหน้าต่างไม้สักเก่าๆ และแสงไฟสลัวๆ ตามทางเดินที่ชวนขนหัวลุก!

“ว้ายยย! โรงแรมสวยนะคะคุณน้อง แต่มู้ดแอนด์โทนมันแอบเหมือนกองถ่ายหนังผีเลยฮะ!”

เจ๊มี่ยกมือทาบอก ขณะเดินตามพนักงานยกกระเป๋าเข้ามาในห้องพักวีไอพีของมิลิน

“เจ๊มี่! ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาดนะ!”

มิลินหันขวับมาแหวใส่ทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ซุปตาร์ตัวแม่ที่วีนเหวี่ยงได้ทั้งวงการ มีจุดอ่อนร้ายแรงเพียงอย่างเดียวคือ...  กลัวผีขึ้นสมอง

พี่แป้งที่กำลังเช็กตารางงานรีบโบกมือ

“โอ๊ย ไม่มีอะไรหรอกมิล โรงแรมเขาเพิ่งรีโนเวทใหม่... เอ้อ มิล คืนนี้พี่กับเจ๊มี่ต้องนอนห้องสแตนดาร์ดชั้นล่างนะ พอดีห้องชั้นนี้มันเต็มหมดแล้ว เธออยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

“อะไรนะคะ!?”

มิลินเสียงหลง หันไปมองรอบห้องที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักเก่าโบราณ เตียงสี่เสามีม่านระย้า และกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนแสงเงาดูน่ากลัว         

“ไม่เอาค่ะ! มิลไม่นอนคนเดียวเด็ดขาด! พี่แป้งกับเจ๊มี่ต้องมานอนเป็นเพื่อนมิล!”

“ไม่ได้ลูกสาว! เตียงมันนอนได้แค่สองคน แล้วเจ๊ก็นอนกรนดังเป็นรถไถ เดี๋ยวหนูจะไม่ได้นอนเอาตื่นมาตาโหลนะฮะ!”

เจ๊มี่รีบหาข้ออ้าง เพราะตัวเองก็แอบกลัวบรรยากาศชั้นนี้เหมือนกัน

มิลินเม้มปากแน่น หันขวับไปหาที่พึ่งสุดท้ายที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ

“เจ๊ทิพย์! นาย... เอ๊ย เจ๊ต้องมานอนห้องนี้ นอนเฝ้าฉัน!”

อธิปเลิกคิ้วสูง

“ฮะ? ให้เจ๊นอนห้องเดียวกับคุณน้องเนี่ยนะฮะ? ไม่ดีมั้งฮะ เจ๊ถือศีลข้อกาเมนะฮะคุณน้อง ผิดผีขึ้นมาเจ๊รับไม่ไหวนะฮะ!”

“ผิดผีบ้าอะไรล่ะ! นายเป็นเกย์ไม่ใช่หรือไง!”

มิลินเดินเข้าไปคว้าแขนเสื้อสีพาสเทลของอธิปเขย่าๆ

“ฉันให้เจ๊นอนบนโซฟาเบดตรงมุมห้องนั่นก็ได้ ถือซะว่ามาคอยคุ้มกันฉันไง เกิดมีโจรหรือมีอะไร  โผล่มา เจ๊จะได้ปกป้องฉันได้ทัน... นะๆ เจ๊ทิพย์”

อธิปมองซุปตาร์สาวที่ปกติจะเชิดหน้าหยิ่งยโส แต่ตอนนี้กลับทำหน้างอแงเหมือนเด็กร้องขอให้ผู้ใหญ่เปิดไฟนอนเป็นเพื่อน สัญชาตญาณความใจอ่อนเริ่มทำงาน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ดีว่าการนอนร่วมห้องกับผู้หญิงสวยระดับประเทศ... มันคือหายนะของตบะมัจจุราชชัดๆ

“เฮ้อ... ก็ได้ฮะ! เห็นแก่ความกลัวจนหัวหดของลูกสาวนะฮะ เจ๊จะยอมเสียสละนอนโซฟาเฝ้าให้เองฮะ!”

เมื่อตกลงกันได้ พี่แป้งกับเจ๊มี่ก็รีบชิ่งหนีลงไปชั้นล่างทันที ทิ้งให้อธิปและมิลินอยู่ในห้องกันสองคน

ตกดึก... หลังจากเคลียร์ตารางงานเสร็จ อธิปในชุดเสื้อยืดสีดำและกางเกงวอร์มกำลังนั่งเช็กระบบความปลอดภัยผ่านไอแพดอยู่บนโซฟาเบด ทว่าเสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น...

แกร๊ก...

มิลินก้าวออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่มีเพียง ผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนสั้น พันรอบกายอวบอิ่มอย่างหมิ่นเหม่ หยดน้ำเกาะพราวตามลาดไหล่เนียนและเนินอกขาวผ่องที่โผล่พ้นขอบผ้าขึ้นมา เรียวขายาวสวยก้าวเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งโดยไม่มีท่าทีขัดเขิน

ก็แหงล่ะ... ในสายตาของมิลิน คนที่นั่งอยู่มุมห้องคือ เจ๊ทิพย์ เพื่อนสาวร่างยักษ์ที่ไม่มีวันพิศวาสชะนี!

แต่สำหรับอธิป... นี่คือนรกบนดินล้านเปอร์เซ็นต์

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีคนเอาไฟมารนที่หน้า เลือดในกายบุรุษเพศสูบฉีดพล่าน สันกรามหนาขบเข้าหากันแน่นจนปวดร้าว เขาต้องรีบเบือนหน้าหนี มองเพดาน มองโคมไฟวินเทจ มองอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ผิวขาวๆ กับหยดน้ำเย้ายวนนั่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป