บทที่ 6 กฎเหล็กของ (เจ๊) บอดี้การ์ด
“เปล่าฮะ แค่ชี้แนะในฐานะคนมีวิสัยทัศน์ด้านแฟชั่นและสกินแคร์”
อธิปตอบกลับหน้าตาย
พี่แป้งรีบแทรกขึ้นก่อนที่ซุปตาร์ตัวแม่จะปรี๊ดแตกปาแก้วกาแฟใส่บอดี้การ์ดคนใหม่
“เอ่อ มิล! นี่คุณอธิป เขาจะมาดูแลเธอพักหนึ่งนะ แล้วก็โปรไฟล์ของคุณอธิป... ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์จ้ะ”
มิลินขมวดคิ้ว
“ปลอดภัย?”
พี่แป้งกระแอม
“ก็คือ… เธอไม่ต้องกังวลเรื่องข่าวผู้ชาย หรือเรื่องชู้สาว สายตารุ่มร่ามอะไรแบบนั้นเลยจ้ะ”
หญิงสาวนิ่งไป ก่อนค่อยๆ หันกลับมามองอธิปอีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ สายตาไล่ตั้งแต่วิธีการยืนทิ้งสะโพกนิดๆ การจีบนิ้วเล็กๆ ตอนเขยิบเนกไท ที่อธิปแสร้งทำจนเอ็นข้อนิ้วแทบปูด
“อ้อ…”
แค่คำเดียว แต่น้ำเสียงแฝงความเข้าใจทะลุปรุโปร่งทันที
“สบายใจได้ฮะ ฉันไม่ได้พิศวาสชะนี โดยเฉพาะชะนีที่เอาแต่แหกปากโวยวายจนตีนกาขึ้นหน้าผาก”
อธิปรับบทกระเทยปากแจ๋วอย่างแนบเนียน ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ
“เอาล่ะ ในเมื่อเราต้องอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ฉันก็มีกฎเหล็กที่เธอต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”
“กฎบ้าอะไรของนาย! ฉันเป็นนายจ้างนะ”
“ข้อแรก...”
อธิปไม่สนใจเสียงแหว เขาเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นชั่วขณะจนมิลินเผลอก้าวถอยหลัง
“ห้ามวีน ห้ามเหวี่ยงโดยไร้เหตุผล เพราะมันทำลายสุขภาพจิตของฉัน และทำให้หน้าสวยๆ ของเธอแก่ก่อนวัยฮ่ะ”
“นาย...!”
“ข้อสอง... ห้ามแต่งตัวโป๊เกินความจำเป็นเวลาอยู่กันลำพัง ถึงฉันจะไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่มลภาวะทางสายตามันรบกวนสมาธิในการทำงานฮะ และข้อสาม... ฉันจะเป็นคนจัดตารางชีวิตทั้งหมดของเธอใหม่ เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด”
“ไม่มีทาง! ฉันไม่ยอมให้เกย์หน้าตายที่ไหนไม่รู้มาสั่งการชีวิตฉันหรอกนะ! ฉันมีสปอนเซอร์ต้องคุย มีงานต้องทำ!”
มิลินเชิดหน้าขึ้น ประกาศกร้าวอย่างไม่ยอมแพ้
อธิปกระตุกยิ้มมุมปาก... เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ซุปตาร์สาว ก้าวเดียวก็ประชิดตัว ก้มหน้าลงจนระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายคุกคามอันตรายบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจนมิลินรู้สึกชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง
“ก็ลองดูสิฮะคุณน้อง...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้าๆ ชัดๆ ไร้จริตมารยาใดๆ ในเสี้ยววินาทีนี้
“แล้วจะได้รู้ว่า... กฎของฉัน มันแหกไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว”
มิลินจ้องหน้าเขาเขม็ง ใจจริงอยากวีนแตกให้บ้านพัง แต่เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะกลางกลับดังขึ้นเสียก่อน...เบอร์แปลก
หัวใจเธอเย็นวาบทันที อธิปเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปนั้นชัดเจน ขนแมวในตัวเขาลุกซู่ ชายหนุ่มยืดตัวขึ้น ทิ้งจริตเกย์เมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น ก่อนเดินตรงลิ่วเข้าไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองหน้าจอ และกดรับสายอย่างถือวิสาสะ
พี่แป้งหน้าถอดสี เจ๊มี่ยกมือปิดปากแน่น ทว่าชายหนุ่มกลับยกโทรศัพท์แนบหูด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ปลายสายเงียบ... มีเพียงเสียงลมหายใจฟืดฟาดเบาๆ แทรกผ่านลำโพง
อธิปจึงพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกดุจมัจจุราช
“ผมไม่รู้ว่ามึงเป็นใคร...”
ปลายสายยังคงเงียบ
“แต่ถ้ามึงคิดว่าการส่งของขวัญขยะๆ มาขู่ผู้หญิงคือความรัก...”
เขาหยุดนิดหนึ่ง แววตาดุดันราวกับซาตานที่พร้อมจะพรากชีวิตคนฉายชัด
“มึงควรเริ่มเขียนพินัยกรรมไว้ซะ... ก่อนที่กูจะเป็นคนไปเด็ดหัวมึงเอง”
สายถูกตัดไปทันที
ความเงียบหลังจากนั้นหนักอึ้งไปทั่วห้อง มิลินมองเขานิ่งๆ เหมือนเพิ่งเห็นอะไรบางอย่างที่ต่างจากเดิม แม้เมื่อนาทีก่อนเขาเพิ่งจะวิจารณ์ชุดนอนเธอด้วยจริตหน้าตาย แต่ในวินาทีนี้... เธอกลับสัมผัสได้ถึงความอันตรายและแผ่นหลังที่พร้อมจะเป็นกำแพงปกป้องเธออย่างแท้จริง
“คุณพูดกับเขาแบบนั้นทำไม...”
เธอถามเบาๆ สรรพนามเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
อธิปชะงัก ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักได้ว่าสัญชาตญาณดิบเถื่อนของตัวเองเผลอหลุดออกไปเต็มๆ
ฉิบหายแล้ว! หลุดบทกระจุย!
เขาขบกรามแน่น สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะรีบกู้สถานการณ์ด้วยการยกมือขึ้นทาบอก แกล้งกระแอมไอเบาๆ แล้วจีบนิ้วกรีดกรายทันที
“อุ๊ยตาย... เมื่อกี้เสียงแมนไปหน่อยไหมฮะคุณน้อง พอดีอินเนอร์มันมาฮ่ะ”
อธิปดัดเสียงกลับมาเป็นเพื่อนสาวหน้าตาย พลางปัดมือไปมาในอากาศ
“พอดีพวกโรคจิตมันต้องเจอเสียงผู้ชายดุๆ แบบนี้แหละฮะถึงจะกลัว เพราะฉันอยากให้เขารู้ว่าต่อจากนี้ เธอไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วฮะ... เจ๊จะปกป้องหนูเอง!”
หัวใจของมิลินกระตุกแรงอย่างน่ารำคาญ เธอเกลียดประโยคทำนองสั่งการ เกลียดคนที่ทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของชีวิตเธอ แต่ถึงเขาจะทำจริตสาวแตกกลบเกลื่อน... ความหนาวที่เกาะอยู่ปลายนิ้วของเธอกลับจางลงไปนิดหนึ่งอย่างดื้อๆ
อธิปไม่ปล่อยให้ความสับสนก่อตัวนาน เขาปรบมือเข้าหากันสองครั้งดังแปะๆ เพื่อเรียกสติทุกคน
“เอาล่ะฮะ เลิกอึ้ง งานของจริงเริ่มแล้ว เจ๊มี่ฮะ รบกวนไปรูดม่านฝั่งซ้ายมือปิดเดี๋ยวนี้เลย มันเป็นมุมอับสายตาจากรั้วหน้าบ้าน ส่วนคุณพี่แป้งฮะ ขอตารางงานทั้งหมดของเดือนนี้ ผังบ้าน และรายชื่อพนักงานเข้าออกให้ฉันดูภายในห้านาทีนี้เลยฮะ! อ้อ แล้วก็สั่งไล่ รปภ. หน้าประตูออกไปเลยนะฮะ ทำงานชุ่ยมาก ฉันจะเอาทีมของฉันมาลงแทน!”
คำสั่งที่รวดเร็ว เฉียบขาด และมองข้ามหัวเจ้าของบ้านไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้มิลินอ้าปากค้างเตรียมจะวีน แต่เมื่อเห็นแววตาจริงจังที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบตึงนั้น เธอกลับเถียงไม่ออก
ในขณะที่มิลินกำลังคิดว่าจะจัดการกับบอดี้การ์ดคนที่เจ็ดจอมเผด็จการคนนี้ยังไง
อธิปก็กำลังคิดเงียบๆ ว่า ผู้หญิงคนนี้อาจไม่ใช่ภาระน่าปวดหัวอย่างที่เขาเคยเข้าใจ เพราะใต้เปลือกซุปตาร์ตัวร้ายจอมวีนที่เรื่องมากแม้กระทั่งเมล็ดกาแฟ... เหมือนจะมีใครบางคนกำลังยืนตัวคนเดียวอยู่ท่ามกลางความกลัว และพยายามวีนใส่ทั้งโลก เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าเธอกำลังสั่น
นอกตัวบ้าน กล้องวงจรปิดตรงประตูรั้วกะพริบไฟสีแดงค้างอยู่ชั่ววินาที ก่อนกลับมาทำงานตามปกติ ไม่มีใครรู้เลยว่า... ในระยะไกลออกไป มีใครบางคนกำลังนั่งมองภาพจากหน้าจออยู่เงียบๆ และกำลังแสยะยิ้ม
