บทที่ 9 คนที่คุ้มครอง
“คืนนี้... คุณน้องมิลินไปนอนห้องรับรองชั้นล่างนะฮะ ส่วนห้องนี้ฉันจะปิดตายเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด”
“ไม่!”
มิลินเงยหน้าขึ้นมาเถียงทันทีทั้งที่น้ำตายังนองหน้า
“ฉันไม่ไปนอนห้องอื่น! ฉัน... ฉันกลัว!”
“แต่ห้องนี้มันไม่ปลอดภัยนะฮะ”
“ห้องไหนมันก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้นแหละ”
มิลินโพล่งออกมาอย่างลืมตัว ความเยอะและความเอาแต่ใจเริ่มทำงาน
“มันรู้ทุกอย่าง มันเห็นทุกอย่าง... นายจะให้ฉันไปนอนตรงไหน ในเมื่อฉันไม่รู้เลยว่ามีลูกตาของมันซ่อนอยู่อีกกี่คู่ แล้วเตียงที่ห้องรับรองก็ไม่ได้ปูท็อปเปอร์ขนเป็ดแท้ ฉันนอนไม่ได้หรอกนะ”
ความหวาดระแวงปนความเรื่องมากระดับซุปตาร์ ทำให้มิลินเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ อธิปมองภาพนั้นแล้วลอบถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจข้ามเส้น กฎเหล็กของตัวเองเป็นครั้งแรก
“โอเคฮะๆ ไม่ย้ายก็ไม่ย้าย ขี้เกียจเถียงกับคนสวยฮะ”
อธิปยกมือยอมแพ้พลางจีบนิ้วน้อยๆ
“งั้นคืนนี้ฉันจะเฝ้า อยู่ในห้องนี้เองฮะ”
“อะไรนะ”
ทั้งมิลิน พี่แป้ง และเจ๊มี่ ร้องออกมาพร้อมกัน
“อุ๊ย! อย่าตกใจกันสิฮะ ทำหน้าเหมือนเห็นผีไปได้ฉันไม่ได้จะมานอนเบียดแย่งผ้าห่มบนเตียงกับคุณน้อง มิลินซะหน่อย”
อธิปแกล้งเบะปากมองบน
“ฉันจะนอนที่โซฟาตรงมุมห้องนั่นแหละฮะ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นฉันจะได้เด็ดหัว... เอ๊ย จะได้จัดการได้ทันท่วงทีฮ่ะ”
“แต่มันจะดูไม่ดีนะคุณอธิป...”
พี่แป้งท้วงอย่างกังวล ถึงเขาจะเป็นเกย์ แต่รูปร่างหน้าตาก็ผู้ชายอกสามศอกชัดๆ
“คุณพี่แป้งฮะ ระหว่างดูไม่ด กับ ถูกฆ่าตาย คุณพี่จะเลือกอะไรฮะ?”
อธิปสวนกลับหน้าตาย
“และไม่ต้องห่วงฮะ ฉันปลอดภัยกว่าถังแก๊สดับเพลิงที่บ้านอีก ชะนีสวยแค่ไหน หุ่นแซ่บเบอร์ไหนก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกฮะ เชื่อใจในความสาวและความบริสุทธิ์ของฉันเถอะ”
เจ๊มี่มองอธิปสลับกับมิลิน ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย
“เออ... จริงของมันพี่แป้ง อีคุณอธิปเนี่ยมอง มิลินเหมือนมองตอไม้แห้งๆ เลยเจ๊คอนเฟิร์ม ให้นอนเฝ้านั่นแหละ มิลจะได้อุ่นใจ”
สุดท้ายมิลินก็ยอมพยักหน้าแกนๆ แม้จะยังหมั่นไส้ท่าทางสะดีดสะดิ้งของเขา แต่ลึกๆ ความกลัวมันมีมากกว่าความหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวไปแล้ว
กลางดึกคืนนั้น...
แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นร่างบางของมิลินที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนา เธอหลับไม่ลง ทุกครั้งที่หลับตา เธอนึกถึงเลนส์กล้องที่ซ่อนอยู่ในดวงตาตุ๊กตาหมีนั่นเสมอ
กึก...
เสียงขยับตัวจากโซฟาที่มุมห้องทำให้มิลินสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมอง เห็นร่างสูงใหญ่ของอธิปในชุดลำลอง ที่ยังอุตส่าห์ใส่เสื้อยืดสีชมพูอ่อนให้สมบทบาทนอนตะแคงหันหน้ามาทางเตียง
“ยังไม่หลับเหรอฮะคุณน้อง?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“ยัง... ฉันนอนไม่หลับ”
มิลินตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะตัดสินใจชวนคุยเพื่อลบภาพจำแย่ๆ ในหัว
“นี่... ถามจริงเหอะ เป็น... เอ่อ แบบนาย ทำไมถึงมาทำงานเป็นบอดี้การ์ด สายนี้มันต้องบู๊ ต้องลุย ต้องคลุกฝุ่นไม่ใช่เหรอ”
อธิปที่นอนอยู่บนโซฟาลอบยิ้มมุมปากในความมืด ก่อนจะสวมวิญญาณตัวแม่ เล่านิทานโกหกคำโตตอบกลับไป
“อ้าว ทำไมล่ะฮะคุณน้อง อาชีพนี้คือกำไรชีวิตชัดๆ เลยนะฮะ! ผู้ชายในวงการบอดี้การ์ดกับทหารเนี่ย ของดีๆ ทั้งนั้น! หุ่นแน่นๆ ล่ำๆ บึกบึน กล้ามเป็นมัดๆ ซิกซ์แพ็กกระแทกตา... แค่เดินเบียดกันตอนฝึกซ้อม หรือตอนอาบน้ำรวม เจ๊ก็ฟินจนตัวลอยแล้วฮะ! อาหารตาทั้งนั้น งานหนักแค่ไหนเจ๊ก็สู้ตายฮะ!”
มิลินทำหน้าเหวอ นึกภาพชายฉกรรจ์กล้ามโตอาบน้ำรวมกันแล้วมีนายอธิปยืนจ้องตาเป็นมัน แล้วอดที่จะเบ้ปากด้วยความขนลุกไม่ได้
“แหวะ... โรคจิตชัดๆ”
“ฉันเรียกมันว่าความสุนทรีย์ ในการทำงานฮะ”
“แล้วนี่... เคยรับงานดูแลผู้จ้างที่เป็นผู้หญิงบ้างไหม”
เธอถามต่อด้วยความอยากรู้
“ระดับเจ๊ทิพย์นะฮะ...”
อธิปตั้งฉายาให้ตัวเองเสร็จสรรพ
“บอกเลยว่าฉันไม่ชอบรับงานดูแลชะนีฮ่ะ จุกจิก วุ่นวาย เรื่องเยอะ น่ารำคาญที่สุด ถ้าบอส ไม่สั่งการลงมาเด็ดขาด ยื่นคำขาดว่าต้องเป็นฉันเท่านั้น... จ้างให้เจ๊ก็ไม่มีทางก้าวขาเข้ามารับงานดูแลดาราจอมวีนที่เรื่องมากยันเมล็ดกาแฟแบบเธอหรอกฮ่ะ”
อธิปเน้นคำว่าบอส โดยเก็บซ่อนความจริงที่ว่าบอสที่สั่งการก็คือ พ่อแท้ๆ ของเขาเอง เขาไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองคือทายาทบริษัท ทริกเกอร์ ซีเคียวริตี้ ที่ถูกบังคับให้มาทำหน้าที่เพื่อนสาวจำเป็นแบบนี้
มิลินฟังแล้วก็แอบหมั่นไส้ที่โดนด่าว่าเรื่องมาก แต่ลึกๆ กลับรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด อย่างน้อยเขาก็พูดตรงๆ ปากแจ๋วใส่เธอตรงๆ ไม่ได้พยายามประจบประแจงเหมือนคนอื่น
“อธิป... แล้วนายเป็นใครกันแน่”
มิลินเปลี่ยนโหมด น้ำเสียงจริงจังขึ้น
“เมื่อเย็นตอนที่นายพูดโทรศัพท์ขู่ไอ้โรคจิตนั่น... และตอนที่นายบีบกล้องจนแหลกคามือ นายดู...ไม่เหมือน เจ๊ทิพย์ ของนายเลยสักนิด”
เธอพลิกตัวมาจ้องหน้าเขาผ่านความมืด
“นายดูอันตราย... ดูเหมือนมัจจุราชที่พร้อมจะฆ่าใครก็ได้”
อธิปชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะรีบจีบนิ้วและดัดเสียงแหลมสูงเพื่อกลบเกลื่อนรังสีมัจจุราชของตัวเองทันที
“ว้ายยย! ตายแล้วคุณน้อง! เจ๊ก็แค่อินบทไปหน่อยฮะ! แหม... ดูซีรีส์มาเฟียมาเยอะ ตอนด่าพวกโรคจิตมันก็ต้ององค์ลงสิฮะ จะให้มายืนบิดอายม้วนเป็นนางเอกเอ็มวีให้พวกมันได้ใจได้ยังไงล่ะฮะ”
คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ นั้นทำเอาความสงสัยของมิลินสะดุดไป แต่ความหวาดผวาในใจก็ยังคงอยู่ หญิงสาวซุกตัวลงในผ้าห่ม มองเขาด้วยแววตาที่ดูเปราะบางราวกับเด็กหลงทาง
“อธิป... นายจะไม่ทิ้งฉันหนีไปเหมือนคนอื่นใช่ไหม?”
มิลินถามออกมาเบาๆ
“บอดี้การ์ดทุกคนที่ผ่านมา... พอฉันอาละวาด หรือพอเจอพวกโรคจิตขู่หนักๆ พวกเขาก็กลัวแล้วหนีไปหมด”
