บทที่ 2 บทที่ 2 ได้เป็นเลขาหรือลูกรักนายใหญ่

คนที่สามและสี่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และทั้งคู่ก็มีอาการเดินกระแทกส้นเท้าด่าทอบริษัทออกมาไม่ต่างจากสองคนแรก จนกระทั่ง...

“เชิญคุณนิลรัตน์ พิมลลักษณ์ ค่ะ”

เสียงเลขาหน้าห้องดังขึ้น นิลรัตน์หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ยืดหลังตรง  คลี่ยิ้มบางๆ อย่างมั่นใจ ก่อนจะผลักประตูบานใหญ่ ก้าวเข้าไปสู่... แดนประหาร ภายในห้องทำงานกว้างขวางปูพรมหรูหรา  แอร์เย็นฉ่ำจนบาดผิว มีสตรีสูงวัยแต่ดูสง่าภูมิฐานนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ท่าทางทรงอำนาจน่าเกรงขาม ส่วนด้านหลังของโต๊ะทำงานนั้น ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองมุมสูง มีผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา... หล่อระดับพระเอกซีรีส์ยังต้องชิดซ้าย เขายืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็ก ใบหน้าหล่อจัดนั้นเรียบตึงค่อนไปทางบึ้งตึง ไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบมองกวาดมาที่เธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินและ... เหยียดนิดๆ อย่างเห็นได้ชัด นิลรัตน์พยายามไม่สนใจสายตาไร้มารยาทของชายหนุ่ม เธอเดินไปหยุดหน้าโต๊ะ แล้วพนมมือไหว้ย่ออย่างงดงาม ชดช้อยราวกับผ่านการประกวดมารยาทไทย

“สวัสดีค่ะ”

เสียงใสเอ่ยทักทายอย่างฉะฉาน  คุณพรรณษามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าเก่าแต่รีดจนเรียบกริบ ท่าทางนอบน้อมแต่แฝงความเด็ดเดี่ยวในดวงตากลมโต ท่านแสยะยิ้มมุมปาก เริ่มบททดสอบแรกทันที

“สวัสดี... ที่นี่บริษัทนำเข้าส่งออกระดับหมื่นล้าน กำลังต้องการเลขาให้ท่านรองประธาน ไม่ได้ต้องการนางงามมารยาทดีเด่น หรือครูสอนวิชาสังคมหรอกนะ”

 คำพูดแดกดันนั้นพุ่งตรงเข้าใส่เพื่อทดสอบความอดทนนิลรัตน์ชะงักไปนิดนึง แต่เธอก็เชิดหน้าขึ้น สบตากับประธานใหญ่โดยไม่หลบเลี่ยง

“ดิฉันทราบค่ะคุณผู้หญิง แต่การมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่และการวางตัวที่เหมาะสม นั่นคือสมบัติขั้นพื้นฐานของผู้ดีที่มนุษย์เงินเดือนและคนทำงานทุกคนควรมี ไม่ใช่หรือคะ?”

พร้อมภัทร์ที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังถึงกับเลิกคิ้ว หันมามองผู้ท้าชิงคนสุดท้ายอย่างแปลกใจ ยัยเด็กแต่งตัวเชยๆ นี่กล้าต่อปากต่อคำกับแม่เขาเชียวหรือ คุณพรรณษานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาจะทอประกายพึงพอใจลึกๆ

“เธอชื่ออะไร?”

“ชื่อนิลรัตน์ พิมลลักษณ์ ค่ะ”

“เคยผ่านงานเลขามาบ้างไหม?”

“เคยค่ะ เพิ่งออกจากที่เก่ามายังไม่ถึงเดือน”

 นิลรัตน์ตอบฉะฉาน พร้อมกับแจ้งชื่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับกลางที่เธอเคยทำ

“ที่ทำงานเก่าของเธอก็ถือว่ามีชื่อเสียงพอตัว เงินเดือนและโบนัสก็ไม่เลวนี่...ทำไมถึงลาออกล่ะ?  งานหนักไป? หรือทนแรงกดดันไม่ได้?”

“ดิฉันไม่ได้ลาออกค่ะ...”  นิลรัตน์ตอบเสียงเรียบ สีหน้าไม่เปลี่ยน

“แต่ถูกไล่ออก” คราวนี้พร้อมภัทร์ขยับตัว เดินเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น

 “ถูกไล่ออก?  ทำไมถึงโดนไล่ออก ทำความผิดร้ายแรงอะไร ยักยอกเงินบริษัท

หรือความลับรั่วไหล?”  ชายหนุ่มถามแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง นิลรัตน์ตวัดสายตาไปมองเขา สบตากับดวงตาคมกริบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว

 “เปล่าค่ะ ดิฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมายข้อไหนทั้งนั้น แต่ดิฉันเอาแฟ้มเอกสารปกแข็ง... ฟาดหัวเจ้านายค่ะ”

ความเงียบโรยตัวลงในห้องชั่วขณะ พร้อมภัทร์เบิกตาขึ้นเล็กน้อย ส่วนคุณพรรณษาหรี่ตามอง  

“เอาแฟ้มฟาดหัวเจ้านาย?  เธอพอจะเล่าหรือบอกเหตุผลได้ไหม ว่าทำไมถึงทำพฤติกรรมก้าวร้าวป่าเถื่อนแบบนั้น”

“ยินดีค่ะ” นิลรัตน์ยืดอก เล่าด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

“เรื่องมีอยู่ว่า ท่านประธานที่บริษัทเก่าได้เรียกดิฉันเข้าไปในห้องทำงานเพื่อหาแฟ้มงานงบดุลค่ะ  ดิฉันหาที่โต๊ะเท่าไหร่ก็ไม่พบ ท่านก็บอกว่าจำได้ว่าเก็บไว้บนชั้นหนังสือชั้นบนสุด ดิฉันก็หลงเชื่อ เดินไปเขย่งเท้าหาที่ชั้นหนังสือ แต่ก็ไม่พบอะไร...”

เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง แววตาแข็งกร้าวขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์น่ารังเกียจนั้น

“มารู้สึกตัวอีกที... ก็ตอนที่เจ้านายโรคจิตนั่นมายืนประชิดแผ่นหลังดิฉันแล้วค่ะ เขาสอดมือเข้ามาจับสะโพกดิฉันแล้วบีบเคล้นอย่างหยาบคาย ดิฉันตกใจมาก หันขวับกลับมาเผชิญหน้า เขาคงคิดว่าดิฉันจะชอบหรือสมยอมกระมังคะ เพราะเขายิ้มหวานเยิ้มส่งมาให้...”

“แล้วเธอทำยังไง?”  พร้อมภัทร์ถามสวนขึ้นมาอย่างลืมตัว

“ดิฉันก็ยิ้มตอบเขาไปนิดนึงค่ะ...” นิลรัตน์ยิ้มเย็น

“ก่อนที่จะยกเข่าขวาขึ้นกระแทกเข้าที่ ‘กล่องดวงใจ’

 ของมันอย่างสุดแรงเกิด! พอเขาทรุดลงไปกองกับพื้นหน้าเขียว ดิฉันก็คว้าแฟ้มปกแข็งที่ใกล้มือที่สุด ฟาดเข้าที่กลางกบาลมันไปไม่ยั้งมือเลยค่ะ... เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละค่ะท่านประธาน”

พร้อมภัทร์เผลอยกมือขึ้นกุมเป้าตัวเองอย่างลืมตัว รู้สึกเสียววาบขึ้นมาดื้อๆ นึกภาพตามแล้วสยดสยองแทนไอ้เจ้านายเก่าคนนั้น

“ทำไมเธอถึงทำรุนแรงขนาดนั้น แค่สะบัดตัวเดินหนีออกมาก็พอมั้ง บอกฉันมาซิ?” คุณพรรณษาแสร้งทำเสียงดุเพื่อดูปฏิกิริยา

“เพราะว่าดิฉันมาทำงานในตำแหน่งเลขาค่ะคุณผู้หญิง ดิฉันขายความสามารถและหยาดเหงื่อแรงงาน ไม่ได้มาขายตัวหรือมาหาผู้ชายรวยๆ ไว้เกาะกิน ถ้าดิฉันอยากได้แบบนั้น จะมาตื่นแต่เช้ามืด โหนรถเมล์ร้อนๆ มาทำงานให้เหนื่อยทำไมล่ะคะ สู้แต่งตัวสวยๆ ไปนั่งอ่อยตามคลับบาร์หรูๆ ไม่ดีกว่าหรือคะ”

“ฮ่าๆๆๆๆ!!!”

จู่ๆ คุณพรรณษาก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นห้อง ทำเอานิลรัตน์และพร้อมภัทร์สะดุ้ง ท่านประธานใหญ่ตบโต๊ะฉาดอย่างถูกอกถูกใจ  “ดี! ดีมาก! ตอบได้สะใจฉันจริงๆ เธอผ่านการสัมภาษณ์งาน... ฉันรับเธอเข้าทำงานเป็นเลขาของตาพร้อมตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป!”

“คุณแม่!!” พร้อมภัทร์ร้องลั่น “รับยัยผู้หญิงป่าเถื่อนนี่มาเป็นเลขาผมเนี่ยนะเกิดวันไหนผมขัดใจเธอ เธอไม่เอาแฟ้มฟาดหัวผมแตกเลยเหรอครับ”

“ถ้าแกลวนลามเขาก็สมควรโดนฟาด  หุบปากไปเลยตาพร้อม แม่ตัดสินใจแล้ว” คุณพรรณษาหันมามองนิลรัตน์ด้วยสายตาเอ็นดู 

“แต่ว่า... เรื่องการแต่งตัว เธอคงต้องปรับปรุงใหม่นะ เป็นเลขาผู้บริหารระดับสูง เสื้อผ้าหน้าผมมันต้องส่งเสริมบารมีเจ้านายด้วย แต่จะให้เธอควักเงินซื้อเอง เพิ่งเริ่มทำงานยังไม่ทันได้เงินเดือนก็คงจะลำบาก...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป