บทที่ 4 บทที่ 4 ท่านรองจ้องแต่จะกินหัว

 “เอ่อ... ถึงจะไม่ใช่ชั้นเดียวกัน ไม่ใช่ตึกเดียวกัน แต่ก็ยังอยู่ในโครงการเดียวกัน มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา คีย์การ์ดล็อกชั้น ฉันก็ค่อยหมดห่วงหน่อย นี่กี่โมงแล้วล่ะนงลักษณ์?” คุณพรรณษาเอ่ยถามเลขาคู่ใจ หลังจากที่ใช้เส้นสายและอำนาจเงินจัดการเซ็นสัญญาเช่าคอนโดหรูแบบสายฟ้าแลบเสร็จสรรพ

“บ่ายสามโมงแล้วค่ะคุณท่าน”

“โทรไปบอกหนูนิลรัตน์เดี๋ยวนี้ ว่าให้เตรียมตัว เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น ข้าวของที่ไปซื้อมาวันนี้ด้วย บอกว่าเรากำลังจะส่งรถไปรับ ให้ย้ายออกทันที... อ้อ บอกด้วยนะว่าเป็นห้องพัก ‘สวัสดิการของบริษัท’ ไม่ต้องให้เด็กมันคิดมากหรือเกรงใจ”

“ค่ะท่านประธาน” นงลักษณ์รับคำเจ้านายแล้วรีบกดโทรศัพท์หานิลรัตน์ทันทีปลายสายตกใจจนแทบทำโทรศัพท์ร่วง เมื่อได้ยินคำสั่งย้ายด่วน

“ทำไมเหรอคะพี่นงลักษณ์ รัตน์เกรงใจคุณท่านมากเลยค่ะ รัตน์อยู่ที่นี่มาตั้งนาน รัตน์อยู่ได้จริงๆ นะคะ”

“ไม่ต้องเกรงใจจ้ะน้องรัตน์ มันเป็นสวัสดิการของบริษัทจริงๆ รีบเก็บของเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปส่งคุณท่านที่บ้านก่อนแล้วจะวนรถไปรับมาที่คอนโดใหม่ พักที่โครงการเดียวกับพี่นี่แหละ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”

การย้ายบ้านเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับเสกมนตร์ นิลรัตน์เก็บของที่มีอยู่เพียงน้อยนิดใส่กระเป๋าผ้าใบเก่า ไม่นานนัก รถฮอนด้า ซีวิค สีดำสนิท ดีไซน์โฉบเฉี่ยวซึ่งเป็นรถส่วนตัวของนงลักษณ์ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าปากซอย นิลรัตน์ถูกพามายังคอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางเมือง เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นห้องพักใหม่ มันเป็นห้องชุดแบบหนึ่งห้องนอน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีโซนครัวบิลต์อินเล็กๆ มี โต๊ะรับประทานอาหารกระจก โซฟาหนังนุ่มสบาย และทีวีจอแบนขนาดใหญ่ ที่สำคัญ... แอร์เย็นฉ่ำ ถือว่าเป็นที่พักที่สะดวกสบายที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้

เมื่อช่วยกันจัดของเข้าที่เสร็จ นงลักษณ์ก็นั่งพักดื่มน้ำเย็นๆ บนโซฟา การได้อยู่ลำพังกับผู้หญิงด้วยกันและมีอายุมากกว่า ทำให้นิลรัตน์กล้าที่จะเปิดอกคุย

“รัตน์ต้องกราบขอบคุณพี่นงลักษณ์และคุณท่านมากๆ เลยนะคะ ที่เมตตารัตน์ขนาดนี้” นิลรัตน์พนมมือไหว้อย่างซาบซึ้ง

“แต่... รัตน์แอบกังวลนิดหน่อยค่ะ พี่นงลักษณ์ก็เห็นว่าท่านรองประธานดูจะไม่ชอบขี้หน้ารัตน์เอามากๆ เลย ท่าทางเขาเหมือนจ้องจะจับผิดตลอดเวลา รัตน์กลัวจะ ทำงานได้ไม่ยืนยาวน่ะสิคะ”

นงลักษณ์หัวเราะร่วน โบกมือไปมา

 “โอ๊ย คุณพร้อมแกก็เป็นแบบนั้นแหละค่ะ เวลาแกถูกคุณท่านขัดใจ แกก็จะพาลเอา ตีโพยตีพายไปเรื่อย แค่เราทำหน้าที่ของเราให้เป๊ะ ไม่มีช่องโหว่ให้แกตำหนิได้ก็พอ

พี่จะบอกเคล็ดลับให้นะคะ... พรุ่งนี้เช้า พอคุณพร้อมเข้ามา รัตน์ก็ชงกาแฟดำไปเสิร์ฟ วางตารางงานที่พรินต์ออกมาให้เรียบร้อยบนโต๊ะ แล้วก็ถอยออกมารอรับคำสั่งหน้าห้อง ถ้าแกต้องการอะไร แกจะกดอินเตอร์คอมเรียกเอง ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงแกมาก ปล่อยให้แกบ่นไปเดี๋ยวแกก็เหนื่อยเองค่ะ”

“ขอบคุณค่ะพี่นงค์ รัตน์จะจำไว้และจะอดทนให้ถึงที่สุดค่ะ”

“รัตน์พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องรับศึกหนัก ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหาพี่ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะ” นงลักษณ์ยื่นนามบัตรให้แล้วขอตัวกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเองซึ่งอยู่อีกตึกหนึ่ง ขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์หรูอีกฝั่งของเมือง ‘พร้อมภัทร์’ กำลังเดินงุ่นง่านไปมาด้วยความหงุดหงิด มือหนายกแก้ววิสกี้ชั้นดีขึ้นสาดลงคอ ความร้อนผ่าวไหลบาดลำคอแต่ก็ไม่อาจดับความคุกรุ่นในใจได้

“คุณแม่นะคุณแม่... ไม่รู้ไปถูกชะตาอะไรกับยัยเลขาโหดนั่นนักหนา ท่าทางก๋ากั่น ปากคอเราะร้าย กล้าต่อปากต่อคำแถมยังภูมิใจที่ตีเข่าเจ้านายเก่าอีก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คอยดูเถอะ ฉันจะใช้งานให้หนัก แกล้งให้ร้องไห้วิ่งหนีกลับไปเขียนใบลาออกภายในหนึ่งอาทิตย์เลยคอยดู!” ชายหนุ่มหมายมาดในใจ แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความท้าทายเช้าวันรุ่งขึ้น นิลรัตน์ตื่นแต่เช้าตรู่ อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดทำงานตัวใหม่ที่เพิ่งได้มา มันเป็นเดรสเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มที่คัตติ้งเนี้ยบกริบ ขับผิวขาวเนียนของเธอให้สว่างวาบขึ้นไปอีก

รองเท้าส้นสูงสีนู้ดเข้าคู่กัน ทำให้เธอดูสวยสง่า ทรวดทรงองค์เอวที่เคยซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าเก่าๆ บัดนี้ถูกเผยให้เห็นความโค้งเว้าชัดเจน เธอเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาเจ็ดโมงยี่สิบนาที เช้ากว่าเวลาเข้างานเกือบชั่วโมง หญิงสาววางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะหน้าห้องทำงานเจ้านาย เดินสำรวจห้องแพนทรีเล็กๆ เพื่อเตรียมความพร้อม ชงกาแฟและกินแซนด์วิชรองท้อง จัดเตรียมเอกสารและตารางงานอย่างคล่องแคล่ว

แปดโมงครึ่ง เสียงลิฟต์ผู้บริหารดัง ‘ติ๊ง’ ร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์เนมสั่งตัดเข้ารูปเดินล้วงกระเป๋าออกมา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง นิลรัตน์รีบลุกขึ้นยืนส่งยิ้มการค้าที่ฝึกมาอย่างดี

“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรอง”

แทนที่เขาจะรับไหว้หรือกล่าวทักทายตอบ พร้อมภัทร์กลับหยุดยืนหน้าโต๊ะเธอ ดวงตาคมกวาดมองชุดสวยบนร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า แอบตะลึงในความสวยสะดุดตาไปชั่วแวบหนึ่ง

แต่ด้วยทิฐิที่มีมากกว่า เขาจึงเหยียดยิ้มร้ายกาจ

“ชุดสวยดีนี่... เมื่อวานผลาญเงินแม่ฉันไปได้เท่าไหร่ล่ะ?”

น้ำเสียงนั้นเย้ยหยันชัดเจน หวังจะเห็นความอับอายบนใบหน้าสวยๆ นั่น

นิลรัตน์สูดลมหายใจ ข่มความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาในอก

“ขออนุญาตไม่ตอบนะคะท่านรอง นี่มันเรื่องส่วนตัวระหว่างดิฉันกับท่านประธานค่ะ หากท่านรองไม่มีอะไรจะสั่งงาน เชิญท่านรองเข้าห้องดีกว่านะคะ เดี๋ยวเลขาจะเข้าไปเสิร์ฟกาแฟให้ค่ะ” 

ชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ

“หึ! อวดดี... ถือว่ามีคุณแม่คอยให้ท้ายคุ้มกะลาหัวอยู่ล่ะสิ”

เขาผลักประตูห้องทำงานเข้าไปอย่างหัวเสีย แต่พอเดินไปที่โต๊ะทำงาน ก็ต้องชะงัก กองเอกสารที่เคยรกรุงรังถูกจัดหมวดหมู่แยกสีอย่างเป็นระเบียบ แฟ้มเซ็นด่วนวางไว้ตรงกลาง บนสุดมีกระดาษโน้ตพิมพ์ตารางงานของวันนี้อย่างชัดเจนอ่านง่าย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป