บทที่ 7 ตอนที่ 7 โดนฟ่ามืออรหันต์เพราะจูบเลขา
ตลอดชีวิตเพลย์บอย ไม่เคยมีใครรสชาติหอมหวาน บริสุทธิ์ และทำให้เขาใจสั่นได้ถึงเพียงนี้มาก่อน เขาตวัดลิ้นพัวพัน ไล่ต้อนลิ้นเล็กๆ ที่พยายามหดหนีอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน มือหนาที่รวบเอวเธอไว้เลื่อนขึ้นมากดท้ายทอยสวยให้รับจูบของเขาได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น
“อื้อ... อ่อยยย!” (อื้อ... ปล่อยยย!)
นิลรัตน์พยายามประท้วง เมื่อสติเริ่มกลับมา เธอเริ่มดิ้นรน ขาดอากาศหายใจจนหน้าแดงก่ำ สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกแกร่งรัวๆ แต่เขากลับยิ่งรัดแน่นขึ้น
รสจูบที่ดุดันรุนแรงในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่ม เรียกร้อง และลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ
เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ อย่างหยอกเย้า จนร่างบางที่ต่อต้านในทีแรกเริ่มอ่อนระทวย ทรุดฮวบลงไปหากไม่ได้ท่อนแขนแข็งแรงของเขาพยุงเอาไว้
เมื่อเห็นว่าเธอแทบจะขาดใจ เขาจึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง หยาดน้ำใสเชื่อมต่อระหว่างริมฝีปากของทั้งสอง นิลรัตน์หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดลึกๆ
หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง ทันทีที่เป็นอิสระ ความโกรธและความอับอายก็พุ่งปรี๊ด เธอเงื้อง่ามือขวาขึ้นสุดแขน หวังจะฟาดลงบนใบหน้าหล่อๆ นั่นให้หันเพื่อเรียกสติเขาและปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง เพียะ!
ไม่ใช่เสียงฝ่ามือกระทบแก้ม แต่เป็นเสียงที่เขาคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ได้ทันท่วงทีกลางอากาศ
“คิดจะตบฉันเหรอ ฝันไปเถอะแม่คุณ” เขากระตุกยิ้มร้าย ตลอดชีวิตเพลย์บอย ไม่เคยมีใครรสชาติหอมหวาน บริสุทธิ์ และทำให้เขาใจสั่นได้ถึงเพียงนี้มาก่อน เขาตวัดลิ้นพัวพัน ไล่ต้อนลิ้นเล็ก
ที่พยายามหดหนีอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน มือหนาที่รวบเอวเธอไว้เลื่อนขึ้นมากดท้ายทอยสวยให้รับจูบของเขาได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น
“อื้อ... อ่อยยย!” (อื้อ... ปล่อยยย!)
นิลรัตน์พยายามประท้วง เมื่อสติเริ่มกลับมา เธอเริ่มดิ้นรน ขาดอากาศหายใจจนหน้าแดงก่ำ สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกแกร่งรัวๆ แต่เขากลับยิ่งรัดแน่นขึ้น รสจูบที่ดุดันรุนแรงในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่ม เรียกร้อง และลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ อย่างหยอกเย้า จนร่างบางที่ต่อต้านในทีแรกเริ่มอ่อนระทวย ทรุดฮวบลงไปหากไม่ได้ท่อนแขนแข็งแรงของเขาพยุงเอาไว้
เมื่อเห็นว่าเธอแทบจะขาดใจ เขาจึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง หยาดน้ำใสเชื่อมต่อระหว่างริมฝีปากของทั้งสอง นิลรัตน์หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดลึกๆ
หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง ทันทีที่เป็นอิสระ ความโกรธและความอับอายก็พุ่งปรี๊ด เธอเงื้อง่ามือขวาขึ้นสุดแขน หวังจะฟาดลงบนใบหน้าหล่อๆ นั่นให้หันเพื่อเรียกสติเขาและปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง เพียะ!
ไม่ใช่เสียงฝ่ามือกระทบแก้ม แต่เป็นเสียงที่เขาคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ได้ทันท่วงทีกลางอากาศ
“คิดจะตบฉันเหรอ ฝันไปเถอะแม่คุณ” เขากระตุกยิ้มร้าย
แววตาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ถูกจุดติด ก่อนจะรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอด้วยมือเดียวแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะ ดันร่างบางไปชิดติดกำแพงห้องแพนทรี
แล้วก้มลงซุกไซ้ปลายจมูกโด่งเข้ากับซอกคอขาวผ่องของเธอสูบดมกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวอย่างห้ามใจไม่อยู่
“โอ๊ย! ปล่อยนะไอ้บ้า! ไอ้คนฉวยโอกาส!” นิลรัตน์ร้องจนน้ำตาคลอเบ้า ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมและอันตรายต่อหัวใจแบบนี้มาก่อนในชีวิต
เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมาล่วงเกินเธอหนักหน่วงขนาดนี้มาก่อน
ชายหนุ่มไม่ได้ฟังเสียงทัดทาน เขาใช้ต้นขาแกร่งแทรกเข้ากลางหว่างขาของเธอ ล็อกไว้ไม่ให้เธอใช้ท่าไม้ตาย ‘ตีเข่า’ เหมือนที่เคยเล่าวีรกรรมให้ฟัง มือหนาที่ว่างอยู่อีกข้างเลื่อนต่ำลงมาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าบริเวณเอวคอด ก่อนจะลูบไล้ขึ้นมาหยุดตะปบลงบนทรวงอกอวบอิ่มที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชุดเดรสตัวใหม่ที่ท่านประธานซื้อให้ พร้อมภัทร์ชะงักไปนิดหนึ่ง นึกไม่ถึงเลยว่ายัยเลขาฯ ที่เขาค่อนขอดว่า ‘จอแบน’ จะซ่อนรูปได้ขนาดนี้ มันทั้งใหญ่ อวบหยุ่น และคัดตึงสู้มือจนล้นฝ่ามือ เขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วกายเบื้องล่าง ความต้องการทางเพศถูกปลุกปั่นอย่างรุนแรงจนแทบจะทะลักจุดเดือด เขาอยากจะฉีกเสื้อผ้าหล่อนออกเสียเดี๋ยวนี้
กริ๊ก... แกรก!
เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคที่สามที่ทรงอิทธิพลที่สุดใน
บริษัท! คุณพรรณษาตั้งใจว่าจะแวะมาดูการทำงานของเลขาฯ คนใหม่ที่ท่านเป็นคนคัดเลือกด้วยตัวเองแต่เช้า แต่เมื่อเดินมาถึงโต๊ะทำงานกลับพบแต่ความว่างเปล่า ท่านได้ยินเสียงกุกกักและเสียงอู้อี้
ร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากในห้องแพนทรี จึงให้เลขาหน้าห้องไปเอากุญแจสำรองมาไขแล้วถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาดู
ภาพตรงหน้าทำเอาท่านประธานใหญ่แทบช็อก จนหัวใจจะวาย! ลูกชายตัวดีของท่านกำลังจับเลขาฯ สาวคนสวยตรึงติดกำแพง ซุกหน้าไซ้คอ แถมมือยังกอบกุมของสงวนของหญิงสาวอย่างโจ่งแจ้งหน้าไม่อาย
ส่วนนิลรัตน์ก็มีน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวและพยายามดิ้นรน“หยุดเดี๋ยวนี้นะตาพร้อม!!!”
เสียงตวาดลั่นกัมปนาทราวกับฟ้าผ่าฟาดลงกลางห้อง พร้อมภัทร์สะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะที่เตลิดเปิดเปิงกลับคืนมาทันที เขารีบปล่อยมือจากหญิงสาวราวกับ
โดนของร้อน นิลรัตน์ที่หมดเรี่ยวแรงทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น
“เพียะ!!!”
ฝ่ามืออรหันต์ของคุณพรรณษาฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายเต็มแรงจนหน้าหัน เสียงตบดังก้องไปทั่วบริเวณ เป็นการเรียกสติคนหน้ามืด
ก่อนที่ท่านจะถลาเข้าไปประคองกอดนิลรัตน์ที่ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ
