บทที่ 8 ตอนที่ 8 วันๆคิดแต่จะกลั่นแกล้งเลขา
“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะหนูนิลรัตน์ ไม่เป็นไรแล้ว ปลอดภัยแล้วนะ ไม่มีใครทำอะไรหนูได้แล้ว”
ท่านประธานลูบหลังปลอบประโลมหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุดันอำมหิตราวกับนางพญาใส่ลูกชาย
“ตามฉันมาที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ ไอ้ลูกไม่รักดี!”
คุณพรรณษาประคองนิลรัตน์พาเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้พร้อมภัทร์ยืนลูบแก้มตัวเองที่เริ่มขึ้นรอยนิ้วมือแดงเถือก เขามองตามแผ่นหลังบางนั้นไปอย่างสับสนและว้าวุ่นใจ... บ้าฉิบ! เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
แค่กะจะแกล้งจูบสั่งสอน แต่พอได้สัมผัสความหอมหวาน สัญชาตญาณดิบก็พุ่งพล่านจนอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัวภายในห้องทำงานใหญ่ระดับเพนต์เฮาส์
คุณพรรณษาพานิลรัตน์มานั่งพักที่โซฟารับแขก สั่งให้นงลักษณ์เอาน้ำเย็นมาให้ดื่มและคอยซับน้ำตาให้
“ฉันจะไม่ถามแล้วนะว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะหลักฐานมันตำตาขนาดนั้น ฉันผิดหวังในตัวแกมากตาพร้อม ฉันไม่คิดเลยว่าลูกชายที่ฉันพร่ำสั่งสอนมาจะทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด หน้ามืดตามัวทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงในที่ทำงานแบบนี้ นี่ใช่ไหม... สาเหตุที่เลขาฯ คนก่อนๆ ต้องลาออกกันไปหมด ใช้เลขาฯ เปลืองก็เพราะมักมากแบบนี้ใช่ไหม!”
“เปล่านะครับคุณแม่! คนก่อนๆ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเธอลาออกเพราะทนแรงกดดันเรื่องงานไม่ไหวต่างหาก มีแค่ยัยนี่แหละที่ผม...”
พร้อมภัทร์พยายามแก้ตัวแต่เสียงก็อ่อยลงเมื่อเจอสายตาพิฆาตของมารดา
“หุบปาก! ที่นี่บริษัท ไม่มีแม่มีลูก มีแต่ประธานและรองประธาน!”
คุณพรรณษาตัดบทฉับ “ฉันอุตส่าห์คัดเลือกเด็กดีๆ เก่งๆ มาให้ แต่แกกลับจะทำลายเขา... เอาล่ะ หนูนิลรัตน์ หนูไม่ต้องไปทำงานกับมันแล้ว ย้ายโต๊ะมาอยู่หน้าห้องฉัน มาช่วยงานนงลักษณ์
ถ้าตาพร้อมมันกล้ามาวอแว หรือเข้าใกล้หนูในรัศมีสามเมตรอีกล่ะก็... นงลักษณ์ ฉันอนุญาตให้เธอจัดการขั้นเด็ดขาด เตะผ่าหมากมันได้เลย ไม่ต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น!”
“รับทราบค่ะท่านประธาน” นงลักษณ์รับคำเสียงเข้ม พร้อมกับหักข้อนิ้วดังก๊อบแก๊บข่มขวัญ พูดจบ คุณพรรณษาก็ดึงมือนิลรัตน์ให้ลุกขึ้น พาเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้
พร้อมภัทร์ยืนนิ่งงัน ทำอะไรไม่ถูก จังหวะที่เดินสวนกันที่ประตู นิลรัตน์ที่ปาดน้ำตาทิ้งหมดแล้ว แอบหันกลับมามองพร้อมภัทร์ทางหางตา เธอแสยะยิ้มบางๆ แล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้เขากวนๆ หนึ่งที
ราวกับผู้ชนะที่สามารถยืมมือมารดามาปราบเจ้านายจอมหื่นได้สำเร็จ พร้อมภัทร์กัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
‘ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ มารยาเก่งนักนะ ร้องไห้บีบน้ำตาฟ้องแม่ฉัน คอยดูเถอะ... สักวันฉันจะเอาเธอมาทำเมียให้ได้ แล้ววันนั้นเธอจะร้องไม่ออก!’
การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ ‘จูบระทึกขวัญ’ ในห้องแพนทรี เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ยากจะอธิบาย นิลรัตน์พยายามตีหน้าขรึม ทำตัวเป็นมืออาชีพราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ทุกครั้งที่เผลอสบตากับดวงตาคมกริบของเจ้านายหนุ่ม เธอก็มักจะเห็นประกายวิบวับล้อเลียนส่งมาให้เสมอซ้ำร้ายไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าท่านรองประธานจอมเพลย์บอยกำลังเดินหน้าจีบ‘เรโกะ’ เลขาฯ สาวทรงโต
ชาวญี่ปุ่นอย่างออกหน้าออกตา เพื่อจงใจปั่นประสาทนิลรัตน์ให้หงุดหงิดเล่น
ทางด้านโยชิดะ ชายวัยกลางคนจอมเจ้าเล่ห์ นึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจที่แผนการของเขาดูเหมือนจะไปได้สวย พร้อมภัทร์ดูจะติดกับดักเสน่ห์ที่เขาวางไว้อย่างง่ายดาย ‘เรโกะ’ ที่ถูกแนะนำว่าเป็นบุตรสาวคนเดียวนั้น แท้ที่จริงแล้วเธอเป็นเพียงลูกเลี้ยงที่ติดมากับภรรยาใหม่ และเมื่อภรรยาเสียชีวิตลง โยชิดะกับเรโกะก็ลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแบบลับๆ มาตลอด
เป้าหมายสำคัญในการพยายามตีสนิทและใช้เรือนร่างของเรโกะเข้าแลกในครั้งนี้ ก็คือสัญญาสัมปทานสินค้าแร่เหล็กลอตใหญ่ทั้งหมดของบริษัทพร้อมภัทร์ เพราะแร่เหล็ก
กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดมืดที่ญี่ปุ่น โยชิดะรู้ดีว่าหากได้สัญญานี้มา เขาจะฟันกำไรส่วนต่างได้มหาศาลจนแทบจะนอนกินไปทั้งชาติ
“คืนนี้จัดการมันให้อยู่หมัดเลยนะเรโกะ”
โยชิดะกระซิบสั่งคู่ขาในคราบลูกสาว ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ในห้องสวีตของโรงแรมหรู “ทำให้พร้อมภัทร์หลงเธอ แล้วรีบให้เขาเซ็นเอกสารสั่งปล่อยสินค้าให้เร็วที่สุด”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณป๋า...”
เรโกะกรีดนิ้วที่มีเล็บสีแดงสดไปตามแผงอกของโยชิดะพร้อมกับส่ง ยิ้มยั่วยวน
“ผู้ชายหน้าโง่พวกนี้ แค่เห็นร่องอกกับลีลาบนเตียงของเรโกะ ก็ยอมเซ็นยกทุกอย่างให้แล้วล่ะค่ะ” เย็นวันศุกร์ที่การจราจรในกรุงเทพฯ ติดขัดราวกับลานจอดรถขนาดใหญ่ กว่านิลรัตน์และนงลักษณ์จะฝ่าดงรถติดกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรูได้ก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่ม ทำเอาสองสาวเหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง
เมื่อถึงห้องพัก นิลรัตน์จัดการอาบน้ำสระผม เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดตัวโคร่งที่ย้วยจนคอกว้าง กับกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋สำหรับใส่นอน ปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
หญิงสาวเดินไปกดน้ำร้อนใส่ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เปิดตู้เย็นหยิบน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลมาเปิดดื่มอึกใหญ่
“อ่า... ชื่นใจ” เธอถอนหายใจยาว ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มหน้าทีวีจอแบนขนาดใหญ่เตรียมตัวจะไปท่องจวนท่านโหว์ให้ฉ่ำปอด ชดเชยความเหนื่อยล้ามาทั้งสัปดาห์
ติ่ง... ติ๊ง... ติง..ติ๊ง ติง ติ๊ง ติ่ง.
ยังไม่ทันจะได้กดรีโมต เสียงสมารทโฟนก็ดังกีดร้องขึ้นมาขัดจังหวะ นิลรัตน์ขมวดคิ้วมุ่น เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏ
‘บอสจอมหื่น’
“ท่านรองเนี่ยนะ โทรมาตอนสองทุ่ม? นี่มันนอกเวลางานแล้วนะโว้ย จะตามมาจิกหัวใช้อะไรอีกเนี่ย!” เธอสบถเบาๆ อย่างขัดใจ แต่ด้วยความเป็นลูกจ้างและเพื่อตอบแทนพระคุณของคุณท่านประธาน เธอจึงจำใจกดรับสาย
