บทที่ 3 เจ้านายแสนดีสีชมพู
“มีแรงแค่นี้เหรอครับบอส” แหม ผมปากดีแซวบอสออกไปครับ เราผลัดกันฟาดลูกขนไก่ ตีกันไปตีกันมา แล้วผมก็พลาดท่าครับ สะดุดขาตัวเอง
ผมล้มหน้าคว่ำ เห็นดาวเลยครับ เนื้อข้างแก้มผมสั่น มือก็สั่น ผมเหนื่อยมากครับ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งตีไปได้แค่ไม่ถึงสิบนาที แต่ผมนี่วิ่งไปทั่วสนาม ก็บอสเล่นหยอดบ้าง ตีโด่งบ้าง จากมุมซ้าย ย้ายไปมุมขวา
‘บ้าปะบอส แกล้งกันนี่หว่า’ ผมแค่คิดในใจครับ ไม่กล้าพูดมันออกมา
แต่บอสไวมากครับ วิ่งมาจากฝั่งโน้น ตอนผมเงยหน้าขึ้นมาจากพื้นก็เจอหน้าบอสพอดี
บอสของผมก็คงเหนื่อยเหมือนกัน ใบหน้านั้นมีเหงื่อพรายตามไรผม ปากแกสีแดงเข้มขึ้นกว่าเวลาปกติ ตอนนี้ขอบเสื้อเปียกเหงื่อหน่อย ๆ แต่กลิ่นมันหอมดีตอนที่ผสมกับน้ำหอมของบอส กลิ่นมันเป็นเอกลักษณ์ อธิบายไม่ถูก แต่…ผมว่าผมชอบนะ
“เป็นอะไรหรือเปล่า” บอสถามผม ผมว่าผมเห็นแววตาห่วงใย เหมือนตอนแม่ถามผมว่าเรียนไหวไหม ตอนที่ผมต้องสอบซ่อมหลายวิชาอะครับ
“เปล่าครับ แค่สะดุดขาตัวเอง” ผมตอบบอส แบบพยายามกลั้นใจไม่ให้หายใจแรงเกินไป ผมกลัวบอสดูออกว่าผมเหนื่อย
“งั้น ไปนั่งพักก่อนก็แล้วกัน” บอสพาผมมานั่งตรงม้านั่งข้างสนาม ตรงนั้นมีพัดลมแอร์ด้วยครับ ค่อยชื่นใจหน่อย บอสหายไปสักพัก แล้วก็กลับมาพร้อมน้ำแร่
“อะ” แกส่งให้ผมขวดหนึ่ง คลายฝามาให้แล้วด้วย ผมแค่จิบ ๆ ไปสองอึก กลัวจุกครับ
แล้วบอสก็ยืนค้ำหัวผม แกเปิดฝาขวดน้ำแร่ แล้วยกขึ้นดื่ม เงยหน้าสี่สิบห้าองศา ลูกกระเดือกของบอสเคลื่อนขึ้นลงตามจังหวะที่กลืนน้ำ มันไหลล้นออกมาตรงขอบปาก หยดน้ำนั้นกลิ้งหลุน ๆ ลงมาตามคอแล้วหายเข้าไปในคอเสื้อก่อนจะซึมกระจายออกมาทำให้เสื้อสีเข้มขึ้น และมันทำให้เนื้อผ้าลู่แนบเนื้ออกของบอส
เสื้อบอสสีขาว พอเปียกน้ำเข้า ก็เลยเห็นทะลุไปด้านในเลยครับ ผมเดาว่าไอ้ตุ่ม ๆ ที่มันนูนทะลุเสื้อออกมา มันน่าจะเป็น หัวนม!
หัวนมชมพูป่าววะ? ผมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ แม่ง! เท่ฉิบหาย!
ครับ แล้วผมก็จ้องไอ้สิ่งที่คิดว่าเป็นหัวนมบอสอยู่พักใหญ่ จนบอสดื่มน้ำไปได้ครึ่งขวด แกก็หันมาจ้องหน้าผม
“มองอะไร?” เห็นด้วยเหรอวะ ผมได้แต่อุทานในใจ
“เอ่อ ปะ เปล่าครับ ต่อได้ยังครับ” ผมก็เลยแก้ตัวถามบอสไปครับ ทั้ง ๆ ที่เอาจริง ๆ คือผมยังไม่หายเหนื่อยเท่าไร
“ไหวเหรอเราน่ะ?”
“โธ่ ไหวสิครับ ไม่ได้รู้สึกอะไรเล้ย” ผมยังปากดีครับ
“ขอพักอีกห้านาทีแล้วกัน กินน้ำเข้าไปตั้งเยอะ ขืนลงไปวิ่งตอนนี้ จุกตายกันพอดี” ผมนี่ดีใจมากเลยครับที่บอสพูดแบบนั้น เพราะผมก็ยังไม่หายเหนื่อยเหมือนกัน
แล้วบอสก็เอาก้นสอบ ๆ มาหย่อนลงตรงข้าง ๆ ผมครับ เอาจริง ๆ ม้านั่งมันยาวเหมือนกันนะ นั่งห่างกว่านั้นก็ได้ปะบอส แต่แกนั่งซะติดผมเลย ผมจึงขยับไปทางขวาอีกนิดหนึ่งครับ ขยับให้ห่างจากบอส
“ไปไหนล่ะ” ผมยังไม่ทันจะวางก้นลงเลยครับ บอสก็ถามปั๊บเลย
“ผมกลัวบอสนั่งไม่ถนัดอะครับ”
“อืม” แกทำเสียงครางในลำคอ
“ยังอยู่หอเหรอ?” แกคงอยากจะชวนคุยมั้งครับ
“ครับ อยู่มาตั้งแต่เรียนมหา’ลัย”
“ทำไมไม่ย้ายมาอยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงานล่ะ”
โอ้โห! ดูแกถามผมสิครับ ออฟฟิศของบอสอยู่สีลม แกให้เงินเดือนผมสองหมื่น หักค่าซ่อมรถเบนซ์ของบอสเดือนละห้าพัน ให้ผมเอาตังค์ไหนไปจ่ายค่าที่พักครับ
“ยังอยากอยู่ใกล้ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ อะครับ ยังติดกับสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ” แต่ดูสิ่งที่ผมตอบเหอะ ไม่ใกล้เคียงความจริงเลยครับ เรายังไม่สนิทกันถึงขั้นพูดอะไรได้ตรง ๆ หรอกเนอะ ผมคิดว่าอย่างนั้น
“อืม แล้วมาทำงานยังไง”
“นั่งรถไฟฟ้าครับ ผมว่ามันสะดวกดีนะครับ ตอนเช้าคนเยอะหน่อย แต่แอร์ก็เย็นดี ไม่ได้อึดอัด แถมใช้เวลาไม่มากด้วยครับ ส่วนตอนเย็น ผมออกช้าหน่อย ไม่ต้องเบียดคนมาก สบาย ๆ ครับ” ผมตอบบอสไปสั้น ๆ
“เป็นคนชอบอธิบายเนอะ” แต่สงสัยมันคงยาวไปครับ บอสก็เลยประชดประชันผม แล้วก็มองมาที่ผมแบบยิ้ม ๆ
อะ บอสมีเขี้ยวด้วยครับ ผมเห็นตอนแกยิ้มฉีกไปถึงแก้ม เพิ่งเคยเห็นบอสยิ้มกว้าง ๆ ก็วันนี้แหละครับ เวลาทำงานแกจะคร่ำเคร่งมาก ปากเม้มกันสนิท หน้าตาก็ดูใช้ความคิดตลอดเวลา ก็มีหน้าที่ดูแลเงินต้นของลูกค้าอะนะ น่าจะเครียดเป็นธรรมดา แต่เวลานี้ บอสก็ดูดีไปอีกแบบครับ ดูสบาย ๆ ผ่อนคลาย บทจะยิ้มง่ายขึ้นมา ก็ยิ้มเอายิ้มเอา
“แล้ว บ้านอยู่ไหน”
