บทที่ 8 ว่าที่แม่ยายของผม

เกือบสองทุ่มแล้วครับ ตอนที่เบนซ์ E-Class ของบอสมาจอดอยู่หน้าบ้านผม มาครับมา มาจะกล่าวบทไป ว่าด้วยโครงสร้างออร์แกไนซ์ของครอบครัวผม

บ้านสวนครึ่งปูนครึ่งไม้ปลูกเรียงกันสามหลังที่ตั้งอยู่ในสวนมะพร้าวน้ำหอมนี้เป็นบ้านของสามศรีพี่น้องตระกูล ศรีจินดา อันประกอบไปด้วย…

หลังสีน้ำตาลไหม้ซ้ายมือสุดนั่นเป็นบ้านของป้าปุณณิตาครับ ป้าปุณเป็นพี่สาวคนโตของแม่ผมเอง แกเป็นสาวโสด ไม่ได้แต่งงาน ถือพรหมจรรย์เป็นที่ตั้ง ตั้งหน้าตั้งตาทำสวนอย่างเดียว แล้วก็ช่วยเลี้ยงหลาน ๆ เท่านั้นครับ

ส่วนหลังสีขาวทางด้านขวาสุดเป็นบ้านของน้าปาริชาติ น้องสาวของแม่ผม น้าปามีสามีชื่อธนากร มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อปลายฝัน น้าปากับน้าธนาทำงานอยู่ในกรุงเทพครับ จะกลับมาที่นี่ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ส่วนเจ้าปลาย ตอนนี้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสอง ก็มหาวิทยาลัยเดียวกับผมนั่นแหละครับ แต่ไอ้ปลายมันเรียนเก่ง มันเป็นนักศึกษาคณะแพทย์ แล้วก็เป็นสาววายด้วย อันหลังนี่ไม่เกี่ยวกับความเก่ง มันคงเป็นไปตามกระแสของสาว ๆ สมัยนี้มั้งครับ และที่สำคัญมันชอบจับคู่ให้ผมกับคนนั้นคนนี้ โดยเฉพาะไอ้เมฆเพื่อนสนิทของผมเอง แต่ผมกินมันไม่ลงหรอกครับ ไอ้เมฆมันก็คงคิดเหมือนผมเหมือนกัน

ส่วนบ้านหลากสีสันหลังตรงกลางนี่ คือบ้านผมเองครับ แม่ผมชื่อรักษ์นารา เป็นลูกสาวคนกลางของตระกูลศรีจินดา ซึ่งตระกูลนี้มีลูกสาวสามใบเถา นามสกุลศรีจินดาคงจะสิ้นในยุคนี้แล้วละครับ เพราะไม่มีทายาทสืบสกุลนี้เลย ผมเคยคิดจะกลับมาใช้นามสกุลแม่เหมือนกันนะครับ แต่คุณปู่คุณย่าเคยขอไว้ก่อนตาย เพราะพ่อก็เป็นลูกคนเดียวของตระกูลเหมือนกัน พ่อผมบุญน้อยครับ จากผมกับแม่ไปตั้งแต่ผมยังเด็กด้วยอุบัติเหตุยอดฮิต ก็คือ อุบัติเหตุทางรถยนต์ในช่วงวันหยุดสงกรานต์…ไม่เอาครับ ไม่ดรามา ผมรักพ่อครับ

กลับมาพูดถึงแม่ของผมดีกว่า แม่เป็นนักเขียนนิยายทรงคุณค่าครับ มีนิยายหลายเล่มของแม่ที่ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นละคร ผมโตมาได้เพราะรายได้จากการขายนิยายของแม่นั่นแหละครับ

“ทำไมบ้านเงียบจัง อยู่กันกี่คน?” บอสถามด้วยความสงสัย ในขณะที่สายตาของแกก็สอดส่ายเข้าไปในบ้าน

“อยู่กันสองคนกับแม่ครับ” ผมตอบบอส พลางก็มองเข้าไปในบ้านเหมือนกัน ภายในบ้านเปิดไฟสว่างไสว แสดงว่าแม่ผมก็อยู่ข้างในนั่นแหละครับ ผมโทรบอกแม่แล้วตอนก่อนที่จะออกจากบริษัท ตอนแรกบอกว่าน่าจะถึงสักสามทุ่ม เพราะผมต้องนั่งรถหลายต่อ แต่พอบอสมาส่งก็เลยถึงเร็วกว่าที่บอกแม่ไว้

“แล้วคินไปอยู่กรุงเทพ แม่ไม่เหงาแย่เหรอ” 

“ไม่เหงาหรอกครับ มีป้าอยู่บ้านข้าง ๆ เมาท์กันทั้งวัน แล้วอีกอย่าง แม่ผมเขียนนิยาย เวลาแกองค์นักเขียนลงนี่ห้ามใครกวนเลยครับ”

“อืม” บอสทำเสียงรับรู้ในลำคอ หน้าตาแกนิ่ง ๆ แต่สายตาก็สำรวจไปด้วย

“บ้านน่าอยู่ดีนะ ต้นไม้เยอะดี ดูร่มรื่นเชียว” นาทีนี้คือผมต้องชวนบอสเข้าไปในบ้านใช่ไหมครับ ขับรถมาตั้งไกล ถ้าจะไล่บอสกลับเลย ก็คงจะเสียมารยาทขั้นสุด

“บอสหิวหรือยังครับ ผมบอกแม่ให้ทำกับข้าวไว้รอ บอสอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะครับ” บอสมีสีหน้าพอใจมากตอนที่ผมบอกแบบนั้นออกไป แหม…เก็บอาการไว้บ้างก็ได้มั้งครับบอส

“นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว” บอสอมยิ้มนิด ๆ แล้วก็ปลดเบลต์ออก ผมก้าวลงจากรถ 

“แม่ครับ คินกลับมาแล้วครับแม่” ผมส่งเสียงเรียกแม่ คนที่ถูกเรียกยังไม่ออกมาจากบ้านครับ แต่คนข้าง ๆ เนี่ย ยืนเอามือล้วงกระเป๋า แล้วก็ยิ้มเอายิ้มเอา

“ยิ้มอะไรครับบอส?” ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าบอสจะยิ้มอะไรนักหนา ‘บ้าปะบอส?’ 

“เรียกตัวเองว่าคิน? น่ารักดีนี่” เคยมีคนบอกผมแบบนี้มาแล้ว แต่ไม่เคยมีใครทำให้ผมแก้มแดงได้เท่าบอส คงเป็นเพราะสายตาที่ส่งมามั้งครับ มันทำให้ผมรู้สึก…ขนลุกซู่ แก้มร้อนผ่าว แล้วก็…เออ ช่างแม่งเหอะ ผมคงคิดมากไปเอง

“เอ่อ คะ ครับ” ผมตะกุกตะกักนิดหน่อย ก็มันทำตัวไม่ถูกอะครับ ผมก็เลยขยับขา เดินนำบอสเข้าไปในบ้าน

“คินเหรอลูก? ทำไมมาถึงเร็วล่ะ” แม่ผมส่งเสียงทักออกมาจากในครัว ก่อนที่ผมจะเห็นตัวแม่อีกครับ

“สวัสดีครับแม่ บอสมาส่งน่ะครับ” ผมไหว้แม่พร้อมกับสวมกอด แถมหอมแก้มอีกฟอดใหญ่

“บอส? เพื่อนคินเหรอ?” แม่ผมถามผม แต่สายตาก็กวาดมองบอสตั้งแต่หัวจรดเท้า

ส่วนบอสก็ส่งยิ้มมาให้ แล้วไหว้แม่อย่างนอบน้อม อ่อนโยนกว่าตอนต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ซะอีก

“สวัสดีครับแม่” แล้วแกก็เรียกแม่ อย่างสนิทปาก คือ กูงงมาก!

“ไหว้พระเถอะลูกบอส” เอ่อเดี๋ยวนะแม่ ผมว่าแม่ผมน่าจะเข้าใจว่าบอสชื่อบอส 

“แม่ครับ นี่บอส เป็นบอสของผม บอสไม่ได้ชื่อบอสนะครับ” ผมก็เลยรีบอธิบายว่าบอสไม่ได้ชื่อบอส แต่บอสเป็นบอสของผมอะครับ แต่สงสัยแม่จะไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพยายามจะอธิบาย

“ก็บอสไง แล้วนี่กินข้าวกันมาหรือยัง แม่เพิ่งทำเสร็จพอดี กำลังร้อน ๆ เลย มีแต่ของโปรดคินทั้งนั้น ปะ เราไปกินข้าวกันดีกว่านะลูกบอส คิน” แล้วแม่ก็ดันหลังผม แล้วก็ดึงแขนบอสเข้าไปในครัว จัดแจงให้พวกเรานั่งข้างโต๊ะอาหาร ที่มีอาหารมากมายวางเรียงอยู่บนนั้น ควันร้อน ๆ หอมกรุ่นลอยอยู่เหนือชามต้มยำปลาแม่น้ำ

“โหแม่! ทำอะไรเยอะแยะครับเนี่ย” นี่ขนาดผมไม่ได้บอกนะครับ ว่ามีบอสมาด้วย แม่ยังทำกับข้าวอลังการงานสร้าง ผมนับได้ประมาณแปดอย่าง

“ก็แม่ว่างน่ะวันนี้ เพิ่งปิดต้นฉบับไป ยังคิดพล็อตใหม่ไม่ออก แต่ตอนนี้แม่ว่าแม่คิดออกแล้วละ” แม่ส่งสายตาบางอย่างมาทางผมกับบอสครับ ตอนที่บอกว่าคิดพล็อตนิยายออก อย่าบอกนะว่า…ไม่หรอกน่า แม่ผมเขียนนิยายชายหญิง ไม่ใช่วาย คงไม่ได้จิ้นผมกับบอสหรอกน่า

“อ้อ ลืมไปเลย ป้าปุณก็รอกินข้าวกับคินนะ ไปเรียกป้ามาไปคิน”

“ครับแม่” แหม ผมกำลังจะตักข้าวเข้าปากแล้วครับ แต่ต้องยอมวางช้อน แล้วเดินออกมาจากครัว ผมสาวเท้าออกมามุ่งหน้าไปบ้านป้าปุณ แต่ได้ยินเสียงสนทนาตามมาด้านหลังแว่ว ๆ 

“น่ากินมากเลยครับแม่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป