บทที่ 5 ลูกแมวน้อย

แม้จะไม่รู้ว่าผู้หญิงในอ้อมกอดของเขาเป็นใคร และกำลังหนีการตามล่าของใครมา แต่สัญชาตญาณความเป็นผู้นำและความรู้สึกถูกใจสัมผัสนุ่มนิ่มตั้งแต่แรกเห็น ทำให้พญาเสืออย่างเขาตัดสินใจได้ในเสี้ยววินาที

"ลุงทรง..."

ศิลาเอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมสื่อสารกับคนขับรถด้านหน้า น้ำเสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดทรงอำนาจ "ออกรถ... เดี๋ยวนี้เลย"

"ต...แต่ว่าบอสครับ มีผู้หญิงชุดแดงกำลังเดินมาเคาะกระจก..."

ลุงทรง คนขับรถเก่าแก่เอ่ยถามด้วยความงุนงงเมื่อเห็นหญิงสาวชุดแดงเดินมาหยุดอยู่ข้างรถและทำท่าจะเคาะกระจก

"ช่างมัน ฉันสั่งให้ออกรถ เหยียบให้มิด อย่าให้ไอ้พวกสวะข้างนอกนั่นตามมาทัน"

"รับทราบครับบอส"

บรื้นนนน!

เครื่องยนต์ V12 ของโรลส์-รอยซ์คำรามลั่น ล้อแม็กซ์หรูบดขยี้พื้นถนนเปียกชื้น ก่อนที่ตัวรถคันใหญ่จะพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถวีไอพีไปอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ทิ้งให้ 'น้องเชอร์รี่' ชุดแดงยืนอ้าปากค้างกางร่มเก้ออยู่กลางสายฝน พร้อมกับพวกนักเลงชุดดำที่วิ่งตามมาดูไฟท้ายรถหรูตาละห้อย

ภายในห้องโดยสารที่กำลังแล่นฉิวไปบนท้องถนนยามค่ำคืน ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของมิลินที่ค่อยๆ สงบลง

เมื่อแน่ใจว่ารถแล่นออกมาไกลจนพ้นอันตรายแล้ว หญิงสาวก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น สติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาครบถ้วน

มิลินเพิ่งรู้ตัวว่าเธอกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนตัวของผู้ชายแปลกหน้า แถมใบหน้าของเธอยังซุกอยู่ตรงแผงอกล่ำๆ ที่เผยอออกจนเห็นไรขนอ่อนๆ เซ็กซี่ขยี้ใจ และที่สำคัญ... หน้าอกหน้าใจของเธอกำลังเบียดชิดกับลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาอย่างแนบแน่น!

"อ๊ะ!"

มิลินรีบผละตัวออกห่างราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปถึงใบหู หญิงสาวขยับตัวไปนั่งชิดติดประตูรถฝั่งตรงข้าม กอดกระเป๋าสะพายใบเล็กเอาไว้แน่นราวกับเป็นเกราะกำบังเพื่อปกปิดอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนแทบระเบิด

ศิลาเอนหลังพิงเบาะอย่างสบายอารมณ์ นัยน์ตาสีรัตติกาลจดจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาและหยาดฝนด้วยแววตาพราวระยับและจาบจ้วง มุมปากกระตุกยิ้มร้ายกาจราวกับราชสีห์ที่กำลังประเมินรสชาติความหวานของเหยื่อที่บังเอิญหล่นลงมาในถ้ำ

"เอาล่ะ... ในเมื่อหนีพวกสวะนั่นพ้นแล้ว..."

ชายหนุ่มยกแขนขึ้นพาดกับพนักเบาะ โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้จนมิลินต้องหดคอหนี แผงอกกว้างที่ขยับเข้ามาใกล้แผ่รังสีคุกคามทางเพศอย่างรุนแรง น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคุกคามอย่างเปิดเผย

"เรามาเคลียร์ค่าโดยสาร 'แกร๊บคาร์พูล' คันนี้กันหน่อยดีไหม... เธอจะจ่ายฉันด้วยอะไรดีล่ะ หืม? ร่างกายหรือว่าค้างคืนกับฉันดี... แม่ลูกแมวหลงทาง"

คำถามที่แฝงไปด้วยการคุกคามทางเพศและสายตาหิวกระหายของชายหนุ่มแปลกหน้า ทำเอามิลินขนลุกซู่ไปทั้งตัว

หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายดิบเถื่อนและรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากแผงอกกำยำและนัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้น...

ผู้ชายคนนี้หล่อเหลาราวกับรูปสลักของซาตานก็จริง แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอมันกรีดร้องเตือนว่า เขาอันตรายและทรงอำนาจไม่แพ้มาเฟียเฒ่าอย่างวิทเลยสักนิด!

หนีเสือปะจระเข้ของแท้! มิลินรู้ตัวทันทีว่าเธอตกที่นั่งลำบากขั้นสุดเข้าให้แล้ว

หญิงสาวพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง หันขวับไปมองวิวนอกหน้าต่างรถที่ติดฟิล์มดำมืดสนิท

แสงไฟจากตึกสูงและป้ายโฆษณาบ่งบอกว่าตอนนี้รถโรลส์-รอยซ์คันหรูได้แล่นออกมาไกลจากโรงแรมบูทีคย่านสาทรมากพอสมควรแล้ว ไกลพอที่จะมั่นใจได้ว่าพวกลูกน้องของวิทไม่มีทางตามมาลากตัวเธอไปขึ้นเตียงได้ทันอย่างแน่นอน

ถึงเวลาต้องเผ่นแล้วมิลิน! ขืนอยู่ต่อในพื้นที่ปิดตายแบบนี้ โดนอีตาบ้ากามนี่จับขย้ำคาเบาะรถแน่ๆ!

"ลุงคะ จอดรถป้ายหน้าเลยค่ะ! ฉันจะลงตรงนี้แหละ!"

มิลินตะโกนสั่งคนขับรถเสียงดังลั่นโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ทำเอาลุงทรงที่กำลังเหยียบคันเร่งอยู่ถึงกับสะดุ้ง ชะงักเท้าแล้วเหลือบมองกระจกมองหลังเพื่อขอคำสั่งจากผู้เป็นนาย

ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววประหลาดใจปนขบขัน ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาตให้คนขับทำตาม ลุงทรงจึงค่อยๆ หักพวงมาลัยจอดเทียบฟุตปาธหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ยังพอมีผู้คนพลุกพล่าน

ทันทีที่รถจอดสนิท มิลินก็สูดลมหายใจเข้าลึก ทำใจดีสู้เสือ หันขวับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของรถที่กำลังนั่งกอดอกมองเธอด้วยสายตาจับผิด หญิงสาวเปิดกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองออกด้วยมือที่ยังคงสั่นน้อยๆ

ภายในกระเป๋า มีธนบัตรสีเทาพับอยู่เพียง 'สามใบ' ถ้วน... นั่นคือเงินสดทั้งหมดในชีวิตที่อดีตคุณหนูหมื่นล้านอย่างเธอเหลือติดตัว

มิลินกัดฟันกรอด หลับตาหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทออกมาหนึ่งใบอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะยื่นมันไปฟาดเข้ากับแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่ารำไรของศิลาอย่างจัง!

แปะ!

"นี่ค่ะ ค่ารถของคุณ! ถือซะว่าหนึ่งพันบาทนี่เป็นค่าเสียเวลา... ไม่ต้องทอน!"

ธนบัตรหนึ่งพันบาทถูกกระแทกเข้าที่แผงอกแกร่ง ก่อนที่ร่างบางในชุดที่เปียกชื้นลู่แนบเนื้อจะกระชากประตูรถโรลส์-รอยซ์เปิดออก แล้วสับขาหันหลังวิ่งกลืนหายเข้าไปในความมืดของซอยแคบๆ ข้างห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว

"หึ..."

ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ หยิบแบงก์พันที่ร่วงอยู่บนตักขึ้นมาดู นัยน์ตาสีรัตติกาลพราวระยับไปด้วยความขบขันปนหงุดหงิด

เกิดมาอายุสามสิบสองปี มีทรัพย์สินเหยียบแสนล้าน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกผู้หญิงโยนเศษเงินใส่หน้าเปย์ค่าโดยสาร แถมยังอวดดีสั่งว่าไม่ต้องทอนเสียด้วย!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป