บทที่ 6 ลูกแมวขี้ตู่

ทว่า... ในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังจะออกคำสั่งให้คนขับรถออกรถ สายตาคมกริบก็ปะทะเข้ากับวัตถุสี่เหลี่ยมบางอย่างที่ร่วงหล่นอยู่ตรงพรมรองเท้า

เขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา... สมาร์ตโฟนเครื่องหรูที่ถูกใส่เคสสีชมพูลายลูกไม้

ติ๊ง!

หน้าจอที่ถูกล็อกรหัสสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันจองที่พักที่เจ้าของเครื่องเพิ่งกดทำรายการค้างเอาไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน

[ยืนยันการจอง: พาราไดซ์ แมนชั่น (ชั่วคราว/รายวัน 300 บาท) ระยะทาง 500 เมตรจากตำแหน่งปัจจุบัน]

ศิลาขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงทันทีเมื่อเห็นชื่อที่พัก

'พาราไดซ์ แมนชั่น' งั้นเหรอ?... ในฐานะมาเฟียอสังหาฯ ที่กว้านซื้อที่ดินมานับไม่ถ้วน ทำไมเขาจะไม่รู้จักซอยสลัมหลังห้างสรรพสินค้านี้

แมนชั่นราคาถูกคืนละสามร้อยบาทนั่น มันคือม่านรูดชั้นต่ำและซ่องโสเภณีชั้นดี เป็นที่พักพิงของพวกผู้หญิงขายบริการและเด็กไซด์ไลน์เกรดล่าง ที่ใช้เช่าห้องซอมซ่อเพื่อรับแขกมั่วสุมตัณหา!

ชายหนุ่มขบกรามแน่น สันกรามเป็นสันนูนขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ภาพหญิงสาวที่ตัวสั่นเทาในอ้อมกอดเขาเมื่อครู่ ซ้อนทับกับภาพผู้หญิงหากินเร่ร่อนในสลัม...

"ลุงทรง... เลี้ยวเข้าซอยหลังห้าง"

ศิลาออกคำสั่งเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาดุดันจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือไม่วางตา

เขากระตุกยิ้มกว้างกว่าเดิม นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ไปด้วยความพึงพอใจและสัญชาตญาณของนักล่า นิ้วเรียวยาวไล้ไปบนหน้าจอสมาร์ตโฟนอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังลูบไล้เรือนร่างของเจ้าของเครื่อง

"คิดจะหนีพญาเสือ... แต่ดันทิ้ง 'ปลอกคอ' เอาไว้ให้ตามกลิ่นซะได้นะ... แม่ลูกแมวขี้ตู่"

ศิลาเก็บสมาร์ตโฟนเครื่องนั้นใส่ลงในกระเป๋าเสื้อสูทอย่างหวงแหน เอนหลังพิงเบาะด้วยท่าทางผ่อนคลายและอารมณ์พลุ่งพล่านที่สุดในรอบหลายเดือน

อีกด้านหนึ่ง ภายในซอยลึกที่อับชื้นและมืดสลัว

มิลินเดินกอดอกแน่นด้วยความหนาวเหน็บและหวาดผวา สองข้างทางเต็มไปด้วยแสงไฟนีออนสีแดงกะพริบติดๆ ดับๆ กลิ่นบุหรี่ราคาถูกผสมกับกลิ่นคาวโลกีย์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

หญิงสาววัยรุ่นไปจนถึงวัยกลางคนในชุดเกาะอก สายเดี่ยว กางเกงขาสั้นกุด ยืนจับกลุ่มพ่นควันบุหรี่และส่งสายตาประเมินมาที่เธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับมองคู่แข่งขายเนื้อสดหน้าใหม่

ร่างบางเดินมาหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ที่เต็มไปด้วยลูกกรงเหล็กดัดของ 'พาราไดซ์ แมนชั่น' หญิงวัยกลางคนหน้าตาบูดบึ้ง ปากคาบไม้จิ้มฟัน มองสภาพเสื้อผ้าที่เปียกชื้นลู่แนบเนื้อของเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม

"จ...จองห้องพักไว้ในแอปพลิเคชันค่ะ"

มิลินเอ่ยเสียงสั่น ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเล็กเพื่อหยิบสมาร์ตโฟนมายืนยันรหัส

ทว่า... คลำหาเท่าไหร่ก็เจอแต่ความว่างเปล่า!

มิลินเบิกตากว้างจนแทบถลน รื้อกระเป๋าทุกซอกทุกมุม หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม

หาย! โทรศัพท์หาย! ต้องตกอยู่บนรถหรูบ้ากามคันนั้นแน่ๆ!

"ตกลงมีรหัสจองไหมเนี่ยน้อง! ถ้าไม่มีรหัสโชว์ให้แสกน ก็ถือว่าวอล์กอิน จ่ายเงินสดมา 'หกร้อยบาท' แล้วหลบไป อย่ามายืนเกะกะ แขกพี่จะขึ้นห้อง!"

เจ๊คุมเคาน์เตอร์ตวาดแหว ไล่ให้มิลินหลบทางให้ชายแก่หัวงูที่กำลังโอบเอวลูบคลำสะโพกเด็กสาวใจแตกเดินขึ้นบันไดไป

"ห...หกร้อยเลยเหรอคะเจ๊ แต่ในแอปมันขึ้นโปร   โมชันแค่สามร้อยเองนะคะ"

มิลินหน้าถอดสี ละล่ำละลักเถียง

"ก็โปรโมชันมันต้องสแกนคิวอาร์โค้ดไง! ไม่มีก็จ่ายราคาเต็มมา จะรับแขกทั้งทีอย่ามาทำงก!"

มิลินเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด... ต่อให้เจ๊นี่บอกให้โอนจ่ายได้ เธอก็เด็ดขาดที่จะไม่ทำ เพราะถ้ามีการทำธุรกรรมทางการเงิน โอนผ่านแอป หรือกดเอทีเอ็มแม้แต่บาทเดียว... บอดี้การ์ดของคุณพ่อจะต้องเช็กเส้นทางการเงินและตามพิกัดมาลากคอเธอกลับบ้านไปถวายใส่พานให้ไอ้แก่วิทยาได้ภายในสิบนาทีแน่ๆ!

รถยนต์หรู โรลส์-รอยซ์ แฟนทอม สีดำสนิท แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตปาธหน้าม่านรูดซอมซ่ออย่างท้าทายสายตาทุกคู่ ความหรูหราและราคาหลักสี่สิบล้านของมันตัดกับสภาพสลัมโสมมอย่างสิ้นเชิง

กระจกติดฟิล์มดำทึบฝั่งผู้โดยสารตอนหลังค่อยๆ เลื่อนลดลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาและดุดันของซีอีโอหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ด้านใน ศิลายื่นมือที่ถือสมาร์ตโฟนเคสสีชมพูลายลูกไม้ของเธอออกมานอกหน้าต่าง

"ลืมเครื่องมือทำมาหากินเอาไว้นะ... แม่นกน้อย"

เสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นดังกังวานขึ้น มิลินหันขวับไปมอง เบิกตากว้างด้วยความดีใจสุดขีด

หญิงสาวไม่สนสายตาดูถูกของเขา รีบวิ่งเข้าไปรับโทรศัพท์ของตัวเองคืนมาราวกับคนคว้าขอนไม้รอดตาย... อย่างน้อยเธอก็ประหยัดเงินสดไปได้ตั้งสามร้อยบาท!

"ข...ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"                      

มิลินเอ่ยขอบคุณจากใจจริง แม้จะแอบหวั่นกลัวสายตาคมกริบที่กำลังกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ตาม

ศิลาไล้สายตามองร่างบางที่เปียกปอน เสื้อเชิ้ตสีขาวบางเฉียบแนบไปกับทรวงอกอวบอิ่มจนเห็นรอยบราเซียสีลูกไม้ กระโปรงรัดรูปสั้นจู๋ที่เลิกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียน... ประกอบกับม่านรูดจัญไรแห่งนี้ ความคิดเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวของพญาเสือคือ

ผู้หญิงคนนี้คือ 'เด็กไซด์ไลน์' หรือไม่ก็ 'ผู้หญิงขายตัว' ระดับล่างจริงๆ

ชายหนุ่มขบกรามแน่น ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างประหลาด

ทำไมเธอถึงต้องวิ่งหนีไอ้วิทหน้าตั้งขนาดนั้น... ไอ้มาเฟียนั่นมันซาดิสม์ วิตถารจนเด็กรับงานยังทนไม่ไหวต้องหนีตายเลยงั้นเหรอ? หรือว่า... นี่คือการ 'ขายตัวครั้งแรก' ของเธอ เลยเกิดปอดแหกขึ้นมากลางคัน?

ศิลาเผลอจินตนาการไปไกลถึงรสสัมผัส ความนุ่มหยุ่น และกลิ่นกายหอมละมุนตอนที่เธอกอดรัดเขาแน่นบนรถ... ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะกระชากเขากลับมาสู่โลกความเป็นจริง

บ้าเอ๊ย! มึงเป็นอะไรของมึงวะศิลา ผู้หญิงหากินคืนละสามร้อย... มึงจะลดตัวไปหวงก้างทำไม

ชายหนุ่มด่าตัวเองในใจอย่างหัวเสีย สะบัดความรู้สึกแปลกประหลาดและแรงปรารถนาทิ้งไปทันที

"คราวหลังถ้ารับงานอ้าขาแลกเงิน ก็หัดเช็กประวัติความซาดิสม์ของลูกค้าหน่อยนะ..."

ศิลากดเสียงต่ำ เอ่ยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามออกมาอย่างเลือดเย็น มุมปากกระตุกยิ้มร้ายกาจราวกับปีศาจ

"จะได้ไม่ต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นแบบนี้ รู้ไหมว่าเวลาของฉันมีค่านาทีละกี่แสน? ฉันไม่มีเวลาว่างมาทำเรื่องไร้สาระ เป็นพลเมืองดีคอยช่วย 'กะหรี่' ที่หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเองหรอกนะ"

คำพูดสกปรกและดูถูกที่พ่นออกมาจากริมฝีปากหยักลึกราวกับใบมีดอาบยาพิษกรีดลงกลางใจ

มิลินหน้าชาไปถึงหู เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธจัดและอับอายสุดขีด ผู้ชายคนนี้หล่อเหลาเสียเปล่า แต่ความคิดโสมม ตีราคาคุณค่าของเธอด้วยสายตาหยาบโลนไม่ต่างจากไอ้มาเฟียวิทเลยสักนิด!

หญิงสาวกำสมาร์ตโฟนในมือแน่นจนสั่น เชิดหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นอย่างไม่ลดละศักดิ์ศรี

"งั้นก็เชิญหอบเวลาอันมีค่าของคุณกลับไปเถอะค่ะ!" มิลินตอกกลับเสียงแข็ง แววตาวาวโรจน์

"จริงอยู่ที่ฉันกราบกรานขอให้คุณช่วยเมื่อกี้... แต่ช่วยจำใส่สมองตื้นๆ ของคุณเอาไว้ด้วยนะคะ ว่าแบงก์พันที่ฉันฟาดหน้าคุณไป คือ 'เศษเงิน' ที่ฉันยอมจ่ายเพื่อซื้อเศษน้ำใจจากคนรวยแต่สันดานทรามอย่างคุณ! เราไม่มีอะไรติดค้างกัน!"

พูดจบ มิลินก็หมุนตัวหันหลัง สับขาเดินเชิดหน้าเข้าไปในพาราไดซ์ แมนชั่น โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ซีอีโอหนุ่มระดับแสนล้าน นั่งกรามค้างอยู่บนรถหรู...

จ่ายเพื่อซื้อเศษน้ำใจงั้นเหรอ?! ศิลาขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยโทสะ สัญชาตญาณดิบเถื่อนและความท้าทายถูกจุดประกายขึ้นอย่างรุนแรงจนแทบคลั่ง!

"ออกรถลุงทรง!"

เขาตวาดกร้าว สายตายังคงจดจ้องแผ่นหลังบางที่หายเข้าไปในลูกกรงเหล็กดัด...

ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยเด็กปากดี! ฉันจะทำให้เธอครางเรียกชื่อฉันให้ได้!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป