บทที่ 7 ทัณฑ์สวาทรัฐมนตรีเฒ่า
ภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางย่านธุรกิจที่เงียบสงัดจนน่ากลัว รังสีอำมหิตบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานยักษ์
'ท่านรัฐมนตรีวิทยา' ในชุดสูทสีดำสนิทที่ขับให้ใบหน้าคมเข้มซึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยและอำนาจ ดูดุดันยิ่งกว่าเดิม เขากำลังขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน นัยน์ตาคู่คมที่เคยฉาบความเยือกเย็นเอาไว้ บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะ
"หาไม่เจอ... หมายความว่ายังไง?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉยแต่กลับทรงพลังมหาศาล ทำเอาลูกน้องชุดดำสามคนที่ยืนก้มหน้าเรียงแถวอยู่ถึงกับตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม
"ขอโทษครับท่าน... พวกลูกน้องรายงานว่าคุณมิลินกระโดดขึ้นรถคันหนึ่งหนีไปได้ทันก่อนที่เราจะถึงตัวครับ รถคันนั้น... เป็นรถโรลส์-รอยซ์ แฟนทอม สีดำครับ"
"โรลส์-รอยซ์?"
วิททวนคำพลางแค่นหัวเราะในลำคอ รถระดับนั้นในกรุงเทพฯ มีไม่กี่คนหรอกที่ครอบครอง และส่วนใหญ่ก็เป็นพวกมีอิทธิพลระดับ 'บิ๊ก' ทั้งสิ้น
"พวกแกทำงานประสาอะไร ถึงปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ หนีไปต่อหน้าต่อตา แถมยังปล่อยให้เธอขึ้นรถคนแปลกหน้าไปในสภาพแบบนั้นเนี่ยนะ!"
โครม!
แจกันเซรามิกราคาแพงระยับถูกปัดทิ้งลงพื้นจนแตกกระจายละเอียดยิบ ลูกน้องทั้งสามสะดุ้งสุดตัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
มาเฟียเฒ่าหลับตาลง ขบกรามแน่นเพื่อข่มอารมณ์คุกรุ่นที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในอก ทว่าในหัวกลับมีแต่ภาพดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว สรีระอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดแบรนด์เนมของมิลินฉายซ้ำไปซ้ำมา...
อันที่จริง การตกลงร่วมหุ้นทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของเจ้าสัวชนาธิป มันคือดีลธุรกิจที่ได้ผลประโยชน์มหาศาลแบบวิน-วินทั้งสองฝ่าย
เป้าหมายหลักของเขาคือการ 'ฟอกเงิน' จากธุรกิจมืด และอาศัยคอนเนกชันอันใสสะอาดของตระกูลเลิศพาณิชย์เป็นหน้าฉาก นำตัวเองก้าวเข้าสู่แวดวงธุรกิจสีขาวอย่างสง่างาม ในขณะที่ฝั่งเจ้าสัวชนาธิปเองก็ได้ทั้งเงินทุนมหาศาลไปหมุนเวียนต่อยอดโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ และได้บารมีของนักการเมืองระดับ 'รัฐมนตรี' อย่างเขาไปเป็นเกราะเหล็กคุ้มกันธุรกิจจากคู่แข่งและข้อกฎหมาย
ส่วนเรื่อง 'ลูกสาว' ของเจ้าสัวที่พริมนางนกต่อหน้าเงินนำเสนอมาใส่พานประเคนให้เพื่อเป็นโบนัสในการควบรวมกิจการ ทีแรกผู้ยิ่งใหญ่ที่สวมหัวโขนรัฐมนตรีอย่างเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก... จนกระทั่งได้เห็นรูปถ่ายและประวัติของเธอ
ผู้หญิงที่สวยหมดจด กิริยามารยาทงดงามราวกับผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ดีกรีเกียรตินิยมจากสวิตเซอร์แลนด์ ซ้ำยังเป็นถึงทายาทสายตรงของตระกูลเก่าแก่...
การได้สตรีที่เพียบพร้อมและบริสุทธิ์ผุดผ่องขนาดนี้มานอนครางอยู่ใต้ร่าง ย่อมยกระดับบารมีของเขาให้ดูมีคลาส แตกต่างจากการกระแทกกระทั้นพวกนางแบบหิวเงินหรือเด็กไซด์ไลน์ที่เขาเคยเรียกมาสนองตัณหาวิปริตชั่วครั้งชั่วคราวเป็นไหนๆ!
เขาอุตส่าห์วาดฝันว่าจะได้ครอบครองตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพง เอามาฉีกทึ้งและย่ำยีให้แหลกคามือเพื่อสนองความซาดิสม์ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา... คือสายตาหวาดผวาราวกับเขาเป็นปีศาจร้าย และการหนีเตลิดไปเพื่อหยามเกียรติคนระดับเขา
แอ๊ด...
เสียงบานประตูห้องทำงานที่ถูกเปิดออก ดึงสติของรัฐมนตรีเฒ่าให้กลับมาสู่ปัจจุบัน พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงเพลิงที่รัดรึงทุกสัดส่วนโค้งเว้า... 'พริม' ว่าที่แม่เลี้ยงของมิลินเดินนวยนาดเข้ามาภายในห้องพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบแฝงไปด้วยความจอมปลอม
"อุ๊ย... ท่านขา ทำไมโมโหรุนแรงขนาดนี้ล่ะคะ" พริมก้าวข้ามเศษแจกันเข้ามาหาชายหนุ่มรุ่นใหญ่ มือเรียวสวยพยายามจะลูบไล้ที่แผงอกล่ำสัน
"น้องมิ้มคงแค่ตกใจประสาเด็กดื้อน่ะค่ะ เดี๋ยวพอเงินหมดก็คงซมซานกลับมาหาคุณพ่อเอง ท่านอย่าเพิ่งกริ้วเลยนะคะ พริมว่าเรา..."
หมับ!
"โอ๊ย!"
วิทตวัดมือบีบลำคอระหงของพริมอย่างแรงจนหญิงสาวร้องเสียงหลง ร่างอรชรถูกดันไปกระแทกกับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ นัยน์ตาสีเข้มดุดันจ้องมองเธอราวกับจะบีบให้แหลกคามือ
"ฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหมพริม... ว่าอย่าข้ามเส้น!" วิทตวาดเสียงเหี้ยม
"เพราะความโง่เขลาและบีบคั้นของเธอ... มิลินถึงได้เตลิดหนีไปแบบนี้!"
"พ...พริมก็แค่หวังดีนะคะ อั่ก... อยากให้แกยอมตกลงแต่งงานกับท่านไวๆ"
พริมหน้าซีดเผือด พยายามแกะมือหนาที่บีบรัดคอตัวเองออก
"หวังดีงั้นเหรอ? หึ!"
วิทสะบัดมือออกอย่างแรงจนพริมทรุดลงไปกองกับโต๊ะ
"เธอหวังจะเอาเงินสินสอดไปล้างหนี้พนันห้าสิบล้าน ที่ยืมฉันไปสร้างโปรไฟล์ชุบตัวต่างหากล่ะ นังเด็กหน้าเงิน!"
พริมหอบหายใจแฮ่กๆ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อถูกมาเฟียเฒ่ารู้ทัน
"จำไว้... ถ้ามิลินเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ หรือต้องตกระกำลำบากเพราะแผนการตื้นๆ ของเธอ ฉันจะทำให้เธอไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน!"
วิทปลดตะขอเข็มขัดหนังราคาแพงของตัวเองออกช้าๆ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนมุมปาก
"แต่ในเมื่อตอนนี้นางตุ๊กตากระเบื้องเคลือบของฉันหนีไปแล้ว... วันนี้เธอก็ต้องจ่าย 'ดอกเบี้ย' ขัดดอกให้ฉันก่อน พริม!"
"ท...ท่านขา พริมขอเวลาอีกนิด..."
ยังไม่ทันที่พริมจะได้อ้อนวอน ร่างของเธอก็ถูกตวัดขึ้นไปนอนหงายอยู่บนโต๊ะทำงานตัวกว้าง แฟ้มเอกสารร่วงกราวลงพื้น วิทโถมกายทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี สองมือหนากระชากชุดเดรสสีแดงเพลิงจนขาดวิ่น เผยให้เห็นเรือนร่างที่สั่นระริกด้วยความกลัว
"กรี๊ดด! ท่านคะ! พริมเจ็บ!"
"เจ็บสิดี... จะได้จำว่าอย่าทำงานพลาดอีก!"
รัฐมนตรีจอมซาดิสม์บดขยี้ริมฝีปากลงบนซอกคอของหญิงสาวอย่างรุนแรง ขบเม้มจนเกิดรอยเลือดซิบ ฟันคมฝังรอยกัดเพื่อสร้างความเจ็บปวดมากกว่าความพิศวาส
พริมต้องแอ่นกายดิ้นเร่าด้วยความเจ็บที่ผสมปนเปกับความหวาดผวา เขาไม่มีความทะนุถนอม ไม่มีการเล้าโลมที่อ่อนหวาน มีเพียงการตักตวงและย่ำยีเพื่อระบายความโกรธแค้น
