บทที่ 10 เรื่องฝังใจที่ไม่มีใครรู้ 2
“ไม่ต้องเกรงใจครับอยากได้อะไรก็บอกแม่บ้าน อยากไปไหนก็บอกคนขับรถนะช่วงนี้งานผมจะยุ่งหน่อยแต่ถ้าช่วงไหนว่างจะแวะเข้าไปคุยด้วยนะ โบว์กลับไปหรือยัง”
“โบว์กลับไปตอนเช้าแล้วค่ะ”
“อยู่คนเดียวได้ไหมกลัวหรือเปล่า”
“กวางอยู่ได้สบายมากค่ะ แต่ก็แอบกลัวนิดหน่อยค่ะ คงเพราะไม่ชินกับห้องมั้งคะ”
“อยากให้ผมไปอยู่เป็นเพื่อนไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวก็คงชินไปเอง”
“ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ” ชวินทร์ไม่อยากให้เธออยู่คนเดียวเพราะกลัวเธอจะคิดมาก
“ไหวค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง”
“วันจันทร์นี้จะไปเรียนหรือเปล่า”
“ค่ะ ถ้าหยุดต่อสงสัยจะไม่จบพร้อมเพื่อนล้าล่ะคะ ช่วงนี้ก็พยายามตามเล็คเชอร์ของเพื่อน ๆ อยู่”
“ขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องลำบาก”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณชวินทร์ขอโทษกวางไม่รู้กี่รอบแล้ว คุณไม่ใช่คนผิดนะคะ เราสองคนก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดพอ ๆ กัน คนที่ผิดคือคนพวกนั้นต่างหากตอนนี้ตามเรื่องไปถึงไหนแล้วคะ”
“ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าเป็นคนของใครแค่ต้องหาหลักฐานเพิ่ม”
“กวางขอให้จับตัวคนร้ายได้เร็ว ๆ นะคะ”
“ผมก็อยากให้เป็นแบบนั้นครับ ช่วงนี้คนของผมอยากตามคุณอยู่นะครับ อาจจะอึดอัดไปบ้างแต่ก็เพื่อความปลอดภัย”
“กวางเข้าใจค่ะ”
“อยากให้ผมช่วยอะไรหรือติดปัญหาตรงไหนก็บอกผมได้นะไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณค่ะคุณชวินทร์ที่คุณให้มามันก็มากแล้วค่ะ”
“ยังเจ็บแผลอยู่ไหม”
“ไม่แล้วค่ะ กวางว่าน่าจะหายดีแล้ว”
“แต่ก็อย่าประมาทนะครับ อย่ายกของหนักอย่าเพิ่งออกกำลังกาย”
“คุณชวินทร์ก็เหมือนกันนะคะ แผลของคุณคงหายดีแล้วใช่ไหม”
“ผมหายดีแล้วครับ แผลของผมไม่ได้อยู่ลึกเหมือนของกวางก็เลยฟื้นตัวเร็วหน่อย เดี๋ยวผมคงต้องวางสายก่อนมีงานต้องไปทำต่อ”
“วันเสาร์ก็ต้องทำงานเหรอคะ กวางนึกว่าคนเป็นรองประธานจะไม่ต้องทำงานหนักเสียอีก ยังไงก็หาเวลาพักผ่อนบ้างนะคะ ถึงหมอบอกว่าหายดีแล้วแต่แผลก็อาจจะกลับมาฉีกได้นะคะ”
“ขอบคุณที่เป็นห่วงครับผมไม่ได้ทำงานหนักอะไรแค่ตรวจเอกสารนิดหน่อยคุณก็พักผ่อนนะครับ”
ชวินทร์วางสายไปแล้วหญิงสาวก็หยิบเล็คเชอร์ที่เพื่อน ๆ ส่งมาให้อ่านก่อนที่จะเริ่มเรียนอีกครั้งในวันจันทร์
การหยุดเรียนไปสองสัปดาห์ทำให้เธอต้องตามงานจากเพื่อนค่อนข้างมาก แต่ก็ยังโชคดีที่มีณิชกานต์คอยบอกว่าอาจารย์แต่ละวิชาสอนเลยสั่งงานอะไรบ้าง
หญิงสาวทำงานจากนั้นทานอาหารค่ำและเข้านอนแต่ก็หลับได้ไม่สนิทเพราะคืนนี้เป็นคืนแรกที่เธอต้องลองอยู่คนเดียว
การไปเรียนครั้งแรกหลังจากหยุดพักรักษาตัวสองสัปดาห์ทำให้วรัลฌาตื่นนอนเช้ากว่าปกติ อีกทั้งวันนี้ก็ไม่ต้องนั่งรถเมล์ไปอย่างเคยเพราะชวินทร์บอกว่าจะให้คนขับรถคอยรับส่งจนกว่าหมอจะบอกว่าแผลเธอหายสนิทและร่างกายกลับไปแข็งแรงอย่างเดิมซึ่งอาจใช้เวลานานเกือบสองเดือน
“พี่แก้วคะ เย็นนี้กวางจะซื้อข้าวเย็นมาเลยนะคะพี่แก้วจะได้ไม่ต้องทำให้เหนื่อยค่ะ” หญิงสาวบอกแม่บ้านที่ชวินทร์เป็นคนจ้างให้มาดูแล
“ได้ค่ะ แล้วพรุ่งนี้เช้ามีเรียนกี่โมงคะพี่แก้วจะได้รีบมาทำอาหารเช้าให้”
“เรียนเก้าโมงค่ะ พี่แก้วไม่ต้องทำอาหารเช้าก็ได้นะคะ กวางว่าจะไปกินที่มหาลัยกับเพื่อนค่ะ”
“งั้นพี่แก้วจะมาทำความสะอาดหลังจากกวางไปเรียนนะคะ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่แก้ว กวางไปก่อนนะคะ”
“ถ้าเปลี่ยนใจจะให้พี่ทำอาหารหรืออยากได้อะไรเพิ่มก็โทรบอกพี่นะคะ”
“ค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้ก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องไป
เธอเดินลงมาชั้นล่างสุดมองหาคนขับรถแต่กลับเห็นว่าชวินทร์นั่งรออยู่ที่ล็อบบี้
“คุณชวินทร์ สวัสดีค่ะ มีธุระอะไรกับกวางหรือเปล่าคะ” วรัลฌารีบเดินมาหาขณะที่ชายหนุ่มก็ลุกจากที่นั่งเดินตรงมาที่เธอ
“เปล่าหรอก พอดีวันนี้มีประชุมเช้าก็เลยถือโอกาสมารับกวางด้วย”
“ขอบคุณค่ะ แต่คุณชวินทร์ไม่น่าเสียเวลาเลยนะคะ”
“แวะมารับไม่เสียเวลาหรอกแต่จะเสียเวลาก็ตรงที่เรายังไม่ไปที่รถนั่นแหละ” แล้วชวินทร์ก็เดินนำหญิงสาวไปยังรถที่จอดรออยู่เพื่อพาเธอไปส่งที่มหาวิทยาลัย
บรรยากาศภายในรถยุโรปคันหรูเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศแผ่วเบา วรัลฌานั่งเกร็งเพราะรู้สึกประหม่าที่ต้องอยู่ตามลำพังกับเขาเป็นครั้งแรก
“ทำไมเงียบจัง เจ็บแผลหรือเปล่า” ชวินทร์ทำลายความเงียบ สายตาคมเหลือบมองหญิงสาวที่เอาแต่จ้องมองวิถีข้างทาง
“เปล่าค่ะ กวางแค่เกรงใจคุณชวินทร์จริง ๆ ค่ะ รถติดแบบนี้คุณจะไปประชุมสายนะคะ”
“ผมเผื่อเวลาไว้แล้ว”
หญิงสาวหันไปมองแล้วเห็นท่าทางที่ดูผ่อนคลายก็เบาใจว่าไม่ทำให้เขาเดือดร้อนจากการมาส่งเธอในเช้านี้ เขาดูไม่เหมือนคนที่จะถูกใครปองร้ายถึงชีวิตเลย วรัลฌามองว่าเขาดูอบอุ่นใจแต่โลกที่เขาอยู่กลับเต็มไปด้วยอันตราย
“คุณชวินทร์ส่งกวางหน้ามหาวิทยาลัยก็ได้นะคะเดี๋ยวกวางเดินเองค่ะ”
“แผลยังไม่หายดีเลย ผมไปส่งหน้าตึกดีกว่านะ”
“ก็ได้ค่ะ”
“วันนี้เลิกเรียนกี่โมง”
“ห้าโมงค่ะ”
“เดี๋ยวผมให้คนมารับนะ แล้วก็แต่อย่าเดินเยอะนะ”
“ค่ะ ถึงดึกคณะแล้วกวางขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
“ตั้งใจเรียนนะ อย่าลืมที่ผมบอกถ้าใครแปลกหน้าเข้ามาทัก หรือรู้สึกว่ามีคนตาม ให้โทรหาผมทันที ถ้าผมไม่รับก็ติดต่อคนของผม มีเบอร์โทรพวกเขาแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความห่วงใย
“มีแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มาส่ง ขอให้การประชุมวันนี้ราบรื่นนะคะ”
หญิงสาวลงมาจากรถและยืนรอจนกระทั่งเขาขับรถออกไปจึงเดินเข้าไปใต้ถึงตึกซึ่งตอนนี้ณิชกานต์กับเพื่อนอีกสองคนนั่งคุยกันอยู่
