บทที่ 9 เรื่องฝังใจที่ไม่มีใครรู้ 1
“ผมถือว่าให้เป็นรางวัลที่คุณช่วยผม อย่าคิดอะไรมากเลย ผมเต็มใจให้ ถ้ากวางไม่รับผมคงไม่สบายใจหรือเพราะคุณยังโกรธผมอยู่ที่เป็นต้นเหตุให้คุณเจ็บตัว”
“แค่คุณชวินทร์ให้ทั้งเงินให้ทั้งค่ารักษาพยาบาลแล้วยังจะให้คนดูแลอีกฉันว่ามันมากเกินไป”
“คุณกวางรับไว้เถอะครับ คอนโดแห่งนี้คนอื่นอาจจะมองว่ามันแพงแต่คุณชวินทร์เป็นเจ้าของโครงการครับ ถ้าคิดราคาทุนแล้วก็แล้วมันก็ไม่แพงเท่าไหร่” ธนัชอธิบายเมื่อเห็นว่าหญิงสาวดูจะเกรงใจมาก
“หรือไม่ชอบที่นี่เพราะมันแคบจะเปลี่ยนใจไปดูที่อื่นก็ได้นะ” ชวินทร์พูดเสริม
“ทำไมกวางรู้สึกว่าการช่วยคุณมันพลิกชีวิตฉันไปเยอะ ตอนที่ช่วยกวางก็ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนอะไรเลยนะคะ”
“ผมรู้ แต่ผมก็อยากตอบแทน”
“ผมว่าคุณกวางอย่าคิดอะไรมากเลยนะครับ รับคอนโดนี้ไว้เถอะค่ะ คนที่คุณช่วยคือคุณชวินทร์รองประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์นะครับ ชีวิตของเขามันเทียบมูลค่ากับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลย” ธนัชช่วยเจ้านายพูดเสริม
“กวางรู้ค่ะแต่บางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังฉวยโอกาสกับคุณอยู่”
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ผมแค่อยากตอบแทนจริง ๆ แต่ถ้าคุณไม่สบายใจ เอาไว้จับคนร้ายได้เราค่อยมาคุยเรื่องคอนโดอีกครั้งดีไหมครับ”
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเข้าใจว่าเขาทำแบบนี้เพราะรู้สึกขอบคุณที่เธอช่วยชีวิตเขาไว้
“ผมไม่ได้มีรางวัลให้กวางคนเดียวนะ ของโบว์ก็มีด้วย ผมขอบคุณที่เสียเวลามาอยู่กับกวาง”
แล้วธนัชผู้ช่วยของเขาส่งถุงกระดาษที่มีชื่อแบรนด์หรูให้กับหญิงสาวคนละถุง
“ขอบคุณค่ะ” ณิชกานต์รับมาถือไว้แต่ยังไม่เปิดดูเพราะแค่เห็นถุงก็รู้ว่าข้างในคืออะไร
เช้าวันต่อมา
“ฉันอยู่ที่นี่นาน ๆ คงได้ทำอะไรไม่เป็นแน่เลยโบว์ แม่บ้านที่คุณชวินทร์จ้างมาทำให้ทุกอย่าง”
“ก็เขาห่วงแกนั่นแหละ เขาว่ายังไงบ้างเรื่องคนที่ยิงแก”
“ตำรวจกำลังตามอยู่ เห็นว่าจะสืบจากคนที่เสียผลประโยชน์จากการประมูลงานครั้งสุดท้าย”
“แล้วแกจำหน้าคนร้ายไม่ได้จริงเหรอ นี่ก็ผ่านมานานแล้วนะ”
“อือ ฉันพยายามแล้วนะ แต่ก็ยังนึกไม่ออก แกถามเหมือนไม่เชื่อฉันเลยนะ”
“เปล่า ก็แค่อยากให้แกนึกออกเรื่องจะได้จบ ฉันเป็นห่วงกลัวมันจะจำหน้าแกได้แล้วตามมาปิดปาก”
“ไม่หรอกน่าคืนนั้นมันมืดมากฉันยังจำหน้ามันไม่เลยแล้วมันจะจำหน้าฉันได้ยังไงล่ะ” วรัลฌาเริ่มคิดแล้วว่าที่เธอปกปิดอยู่มันทำให้ทุกอย่างยากขึ้น เธอลังเลว่าจะบอกความจริงดีหรือเปล่าแต่นั่นก็ต้องรอให้เธอกลับไปแข็งแรงเหมือนเดิมและจากนั้นก็จะขอย้ายกลับไปอยู่หอพักตามเดิม
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวไม่ยอมบอกความจริงว่าใครคือคนร้ายเพราะเธอไม่อยากไปเป็นพยาน เนื่องจากในอดีตพี่ชายของเธอเคยไปเป็นพยานในคดีหนึ่งแต่เขาก็ถูกจำเลยจ้างคนมาทำร้ายจนพี่ชายได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังจากร่างกายแข็งแรงก็กลายเป็นคนหวาดระแวง บางครั้งก็คลุ้มคลั่งกลัวคนจะมาทำร้าย เอาแต่เก็บตัวอยู่ที่บ้านและตอนนี้พี่ชายของเธอก็ต้องทานยาทางจิตเวชอยู่ตลอดแต่เพื่อนที่ไปด้วยกันปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นกลับใช้ชีวิตได้ตามปกติ เธอจึงเลือกทางที่ปลอดภัยและคิดว่าตำรวจจะสามารถจับคนร้ายมาลงโทษได้โดยที่เธอไม่ต้องเข้าไปยุ่ง
“มันก็จริงนะ แต่ตำรวจสมัยนี้เก่งเดี๋ยวก็คงจับคนร้ายได้เอง แต่แกก็ต้องระวังตัวด้วยนะ วันนี้ฉันจะกลับแล้วนะ เจอกันอีกทีวันจันทร์ที่มหาลัยนะ”
“ขอบใจแกมานะที่มาอยู่กับฉันตลอด ฉันเป็นหนี้บุญคุณแก ถ้าไม่ได้แกฉันคงแย่” เรื่องที่เกิดขึ้นหญิงสาวไม่ได้บอกทางบ้านเพราะไม่อยากทำให้บิดามารดาต้องเครียดกับเรื่องของเธอ เพราะลำพังพี่ชายท่านทั้งสองคนก็เหนื่อยทั้งกายทั้งใจมากอยู่แล้ว
“หนี้บุญคุณที่ไหนกันล่ะ เราเป็นเพื่อนกันนะกวาง อีกอย่างฉันก็ได้ของรางวัลตอบแทนมาแล้วด้วย” ณิชกานต์ชูกระเป๋าใบใหม่ที่เพิ่งได้จากชวินทร์ให้เพื่อนดู
“แกชอบไหมโบว์”
“อือ ชอบสิ แกไม่ชอบเหรอ”
“ชอบสิ แต่ไม่อยากใช้เลยมันแพงมากเลยนะ พังขึ้นมาเสียดายแย่”
“มีของดีก็ต้องใช้คนให้เขาจะได้ดีใจ ฉันไปล่ะนะ มีอะไรด่วนก็โทรหานะ แกเมมเบอร์คนของคุณชวินทร์ไว้ครบทุกคนแล้วใช่ไหมกวาง”
“อือ เมมไว้แล้ว”
“ไปจริง ๆ ล่ะนะ แกไม่ต้องลุกมาส่งหรอกพักผ่อนไปเถอะ”
วรัลฌาอยู่ในห้องคนเดียวท่ามกลางความเงียบ ตั้งแต่เกิด เรื่องคืนนั้นหญิงสาวยังไม่เคยอยู่ตามลำพังเลยสักครั้ง เธอยังคงคิดวนไปวนมาถึงเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของชายคนนั้นมันยังติดตา
คนอื่นอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยทำไมไม่ปล่อยผ่านและพูดความจริงออกมาแต่ความกลัวและผมไม่ใจมันก็ทำให้เธอตัดสินใจทำในเรื่องที่อาจจะมองว่าไม่เมคเซนต์เท่าไหร่
“ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับแกด้วยนะยัยกวาง แล้วทีนี้จะเอายังไงกันต่อล่ะ” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองยอดเงินในบัญชีมันมากเกินกว่าที่เธอคิดไว้
เธออยากคืนเงินให้ชวินทร์เพราะรู้สึกผิดที่ตัวเองรับเงินมาแต่กลับไม่ได้ช่วยเหลือเรื่องคดีเลย แต่ความคิดอีกด้านก็ตีกันอยู่ในหัวในเมื่อเสี่ยงชีวิตไปช่วยเขาจนตัวเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดสิ่งที่เขาตอบแทนให้มามันก็น่าจะคุ้มค่า เขาเป็นรองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่เงินแค่นี้คงเป็นเพียงเศษเงินเล็ก ๆ ของเขาเท่านั้น
ขณะที่กำลังจมอยู่ในความคิดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นรายชื่อที่ปรากฏอยู่หน้าจอเป็นรายชื่อที่โทรหาเธออยู่ทุกวันตั้งแต่เธอรู้สึกตัวและนอนอยู่ที่โรงพยาบาล
“สวัสดีค่ะคุณชวินทร์”
“เป็นยังไงบ้างที่ห้องขาดเหลืออะไรหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะที่เตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้วยังมีแม่บ้านคอยดูแลอีก”
