บทที่ 12 มื้อกลางวันกับบอส

“เอ่อ...แล้วแต่บอสเลยค่ะ ดิฉันทานได้หมด” อิงฟ้าตอบ พร้อมแฝงรอยยิ้มตามที่เจนนิสาสอน

ดลภพเลิกคิ้วเล็กน้อย เหมือนกำลังประเมินคำตอบของเธอ ก่อนที่เขาจะหันไปเรียกพนักงาน และหันกลับมามองอิงฟ้าอีกครั้ง

“คุณแพ้อะไรเป็นพิเศษไหม”

“ไม่ค่ะ” อิงฟ้าตอบทันที เธอรู้สึกประทับใจในความละเอียดอ่อนของบอสหนุ่ม เขาไม่ได้ถามแค่ว่าเธอชอบอะไร แต่ยังคำนึงถึงเรื่องแพ้อาหารด้วย

“คุณดูมีความตั้งใจในการทำงานมาก” ดลภพเอ่ยขึ้นในระหว่างที่ทานอาหาร

“ผมชอบความกระตือรือร้นของคุณ”

“ขอบคุณค่ะบอส ดิฉันอยากเรียนรู้และทำให้ดีที่สุดค่ะ” อิงฟ้ายิ้มหวานให้เขาอย่างจริงใจ

ดลภพเงียบไปอีกครั้ง สายตาของเขาจับจ้องมาที่เธออย่างลึกซึ้งราวกับพยายามค้นหาคำตอบในแววตาของอิงฟ้า

“คุณไม่มีประสบการณ์ทำงานออฟฟิศมาก่อนเลยใช่ไหม” ดลภพถามต่อ

“ค่ะ...นี่เป็นครั้งแรกเลยค่ะ” อิงฟ้าตอบอย่างซื่อตรง เธอไม่มีอะไรจะปิดบังเรื่องนี้

“ถือว่าเรียนรู้ได้เร็ว” เขาพูด สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นกลับเป็นคำชมที่ทำให้หัวใจของอิงฟ้าพองโต

ตลอดมื้อกลางวัน ดลภพยังคงเป็นคนพูดน้อย ส่วนใหญ่อิงฟ้าจะเป็นคนเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้เขาฟัง เธอบรรยายถึงความรู้สึกที่ได้ทำงานในบริษัทใหญ่เป็นครั้งแรก ความท้าทายที่เธอเจอ และความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ ดลภพเพียงแค่รับฟัง แต่บางครั้งเขาก็จะส่งรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากออกมา ซึ่งทำให้อิงฟ้าใจละลายทุกครั้ง

เมื่อทานอาหารเสร็จ ดลภพก็พาเธอกลับ อิงฟ้าเดินตามเขาออกมา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดทกับเขาจริงๆ! ที่สำคัญคือ ดลภพไม่ได้เดินทิ้งระยะห่าง เขาเดินเคียงข้างเธออย่างเป็นธรรมชาติ ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วระหว่างไหล่ของเขากับไหล่ของเธอ ทำให้หัวใจของอิงฟ้าเต้นระรัว

ผู้คนในร้านอาหารและตามทางเดิน ต่างหันมามองทั้งสองเป็นตาเดียว อิงฟ้าแอบสังเกตเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและอิจฉาของผู้หญิงคนอื่นๆ ที่มองมาที่เธอและดลภพ ภาพที่ทั้งสองกำลังเดินเคียงข้างกันอย่างสนิทสนม ทำให้ดูเหมือนคู่รักที่กำลังควงกันมาทานข้าวกลางวันก็ไม่ปาน

อิงฟ้าเดินตัวลอยกลับมาที่ออฟฟิศ ความรู้สึกมีความสุขและพึงพอใจเอ่อล้นอยู่ในอก เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการพิชิตบอสสุดเย็นชาคนนี้ และเธอก็พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าความท้าทายข้างหน้าจะเป็นอย่างไร อิงฟ้าก็จะทำให้เขาตกหลุมรักเธอให้ได้!

หลังเลิกงานอิงฟ้าโบกแท็กซี่กลับมาที่คอนโดของเพี่อนสาว หลังลงจากรถแท็กซี่ได้ไม่นานคุณวิภามารดาของเธอก็โทรหา ก่อนจะรีบบอกให้ลูกสาวรีบกลับบ้าน เพราะเย็นนี้จะมีแขกคนสำคัญมาทานมื้อเย็นด้วย เจนนิสาเห็นสีหน้าของเพื่อนไม่ค่อยสู้ดี จึงรีบขับรถไปส่งอิงฟ้าที่บ้าน ระหว่างทางทั้งคู่ก็คุยกัน

“นายทรงพลจะมาทานข้าวเย็นที่บ้านน่ะสิ” อิงฟ้าบอก

“อ๋อ...คนนี้ป่ะ ที่แม่แกเชียร์” เจนนิสาถามอย่างรู้ทัน

“อืม” อิงฟ้าตอบรับเสียงเบา

“หล่อป่ะ” เจนนิสาถามอย่างติดตลก

“ก็พอได้แหละ แต่ไม่ใช่สเปค” อิงฟ้าตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ภาพใบหน้าหล่อเหลาของดลภพผุดขึ้นมาในหัวแทน

“แหม่!!..ใครจะไปหล่อเท่าบอสของแกล่ะ” เจนนิสาแซวกลับมาทันควัน ทำให้แก้มของอิงฟ้าแดงระเรื่อ

“เลิกแซวฉันได้แล้ว! ไหนว่าพอฉันได้เป็นเลขาฯ เค้าแล้ว แกจะบอกฉันเรื่องแผนอ่อยเค้าไง” อิงฟ้าเปลี่ยนเรื่อง

“ใจเย็น ๆ สิ แกเพิ่งไปทำงานกับเขาได้ไม่กี่วัน จะจู่โจมเลยรึ” เจนนิสาเตือน เพราะกลัวเพื่อนจะใจร้อนเกินไป

“ก็แม่ฉันน่ะสิ! ถามว่าวันๆ ฉันหายไปไหน หมู่นี้ไม่ค่อยอยู่บ้านเลย” อิงฟ้าบ่นด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้ม นี่แหละคือปัญหาที่เธอหนักใจไม่แพ้เรื่องดลภพ

อิงฟ้าอ้างว่าที่เธอไปทำงานเป็นเลขาฯ ของดลภพในทุก ๆ วัน เธอบอกว่าไปฝึกงานอยู่กับเจนนิสา เพื่อเรียนรู้งานของบริษัทอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

“ห๊า!!..จริงอะ” เจนนิสาถึงกับหลุดอุทานเสียงดังลั่น

“อื้อ!!!..ก็จะให้ฉันโกหกว่าไงล่ะ” อิงฟ้าโอดครวญ

“ไม่บอกว่าไปฝึกงานเป็นแม่บ้านก็ดีนักหนาแล้ว”

“ตาย ๆ! ถ้าวันไหนแม่แกเกิดเข้าออฟฟิศขึ้นมา ฉันไม่แย่เลยรึ!!!” เจนนิสาโวยวายด้วยความกังวล เพราะถ้าคุณวิภามาที่บริษัทจริง ความลับต้องแตกแน่ ๆ แล้วเธอเองเนี่ยแหละจะซวย!

“แม่ฉ้นไม่ไปหรอกน่า รายนั้นเพื่อนเค้าเยอะ วัน ๆ ก็เอาแต่ตีดัมมี่” อิงฟ้าพูดอย่างสบายใจ เธอรู้จักนิสัยแม่ดี ว่าเป็นคนสังคมจัด ไม่ค่อยได้เข้ามาในออฟฟิศเท่าไร บางวันก็ชวนกันเล่นไพ่ที่บ้าน

“ค่อยยังชั่ว!!” เจนนิสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก

“หวังว่าคงไม่ขาขาด แล้วมาหาเอาตามออฟฟิศหรอกนะ” เจนนิสาเปรยขึ้นมาอย่างขำๆ

“ไม่หรอกน่า แกก็เล่นเพลินๆ ไปตามประสาคนแก่นั่นแหละ ส่วนใหญ่จะคุยกันซะมากกว่า” อิงฟ้าบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจกับมุก ฮาๆ ของเพื่อน

“เอาล่ะๆ มาคุยเรื่องคุณดลย์ต่อเถอะ” อิงฟ้าวกเข้าเรื่องหลักอีกครั้ง

“แกว่าฉันควรจะรีบปิดจ๊อบเลยดีมั้ย” อิงฟ้าถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น แสดงให้เห็นถึงความใจร้อน

“นี่แกพูดอย่างกะจะลากเค้าขึ้นเตียงอย่างงั้นแหละ” เจนนิสาถามกลับอย่างตรงไปตรงมาจนอิงฟ้าถึงกับหน้าแดงก่ำ

“บ้า! ใครจะไปทำอย่างนั้นเล่า!” อิงฟ้ารีบปฏิเสธเสียงหลง

“ฉันหมายถึง...ฉันควรจะใช้เทคนิคขั้นต่อไปเลยดีไหม หรือว่ารอไปก่อนดี”

เจนนิสาเงียบไปครู่หนึ่ง เธอคิดทบทวนถึงสถานการณ์ทั้งหมดของเพื่อนรัก ตั้งแต่การที่ดลภพรับอิงฟ้าเข้าทำงานโดยไม่ต้องสัมภาษณ์ และการที่ดลภพมาส่งที่คอนโด แถมยังพาออกไปทานข้าวถึงสองครั้ง แต่ยังคงมีความกังวลเรื่องที่เพื่อนถูกจับผิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป