บทที่ 2 ยินดีที่ได้รู้จัก

“ฉันอิงฟ้านะคะ” อิงฟ้าไม่รอช้า เมื่อสบโอกาสเธอก็แนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด พร้อมรอยยิ้มที่ฝืนให้ดูเป็นธรรมชาติ

“ผมดลภพครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับเล็กน้อย เป็นการตอบรับที่สั้นและห่างเหิน แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับอิงฟ้าในตอนนี้

ดลภพ... ชื่อนั้นช่างติดอยู่ในหัวใจเธอเหลือเกิน ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นหน้ากัน อิงฟ้าก็รู้สึกเหมือนโดนดึงดูดเข้าหาอย่างไม่อาจต้านทานได้ ทั้งที่เขาดูเย็นชาขนาดนี้

เขาสนทนากับเธอแค่ไม่กี่ประโยค ก่อนจะขอตัวเดินจากไปอย่างสุภาพ แต่ทุกย่างก้าวของเขายังคงตรึงสายตาของอิงฟ้าไว้ เธอได้แต่ยืนมองแผ่นหลังที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

งานการกุศลที่คุณวิภาจัดขึ้นก็เพื่อวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวคือหาคู่ให้กับลูกสาวและฝึกให้ลูกสาวเรียนรู้ที่จะออกงานสังคมบ้าง หลังเรียนจบจากต่างประเทศ แต่หารู้ไม่ว่างานนี้ทำให้ลูกสาวของเธอได้แอบหลงเสน่ห์นักธุรกิจหนุ่มที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจไปแล้ว

“แกต้องช่วยฉันนะ เจน!!!” อิงฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ระหว่างนั่งอยู่ในคาเฟ่โปรดกับเพื่อนสาวคนสนิท

“เจอแค่ครั้งเดียวเอง แกหลงรักเขาขนาดนี้เลยเหรอ..อิงฟ้า” เจนนิสา เพื่อนสนิทของอิงฟ้าเลิกคิ้วสูง มองหน้าเพื่อนด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ เจนนิสารู้จักนิสัยเพื่อนดีว่ามักจะเห่ออะไรเป็นพักๆ แต่ครั้งนี้ดูท่าจะจริงจังเกินไปหน่อย

“แกไม่เคยได้ยินคำว่ารักแรกพบหรือไง หึ!!”

“แต่คุณดุลภพเค้าเป็นซีอีโอบริษัทคู่แข่งของคุณพ่อแกเลยนะโว้ย!” เจนนิสาทวนคำพลางจิบกาแฟ

“ใช่! เค้าเป็นซีอีโอบริษัทคู่แข่งของคุณพ่อ เป็นลูกชายคนเดียวของคุณอดุลศักดิ์ อายุ 30 ปี จบ MBA จากต่างประเทศ”

“แหม่!!...รู้ประวัติเค้าอย่างกับจะเอาไปทำงานวิจัยงั้นแหละ!” เจนนิสาแซว พร้อมส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ อิงฟ้าไม่ใช่คนที่จะมานั่งจำรายละเอียดอะไรแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เธอสนใจจริง ๆ

“แน่นอนย่ะ แต่อันนี้มันยิ่งกว่าทำงานวิจัยซะอีก เค้าคือผู้ชายที่หล่อตรงตามสเปคของฉันทุกกระเบียดนิ้ว” อิงฟ้ายังคงพรรณนาถึงชายในฝัน ดวงตาเป็นประกายวาววับ ไม่สนใจสายตาจับผิดของเพื่อนสนิท

“แต่น่าเสียดายอยู่อย่างเดียว” เธอหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ทำหน้าครุ่นคิด

“อะไรเหรอ” เจนนิสา ถามกลับ

“ก็เจอกันครั้งแรก เค้าก็เย็นชาใส่ฉันเลยนะสิ...ยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกอีกนะแก” อิงฟ้าตอบพร้อมกับทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย แต่แววตาซุกซนก็ยังคงฉายชัด

“เค้าอาจจะไม่ชอบผู้หญิงหรือเปล่า” เจนนิสา เอ่ยขึ้นอย่างเป็นกังวลเล็กน้อย

“เฮ่ย!!!..ไม่หรอกมั้ง ฉันว่าฉันมองออกนะ พวกที่ไม่แมนน่ะ แต่คุณดลภพไม่ใช่ !!! เซนส์ของฉันมันไม่ได้บอกแบบนั้น” อิงฟ้าส่ายหน้าพรืด

“นี่ฉันจะเล่าอะไรให้แกฟังนะ..เจน ก่อนกลับเมืองไทยอะ มีหมอดูคนหนึ่ง จู่ๆ ฉันก็เดินผ่านเค้าไป ตอนแรกฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเป็นหมอดูน่ะ เขานั่งอยู่บนโต๊ะเล็ก ๆ พอฉันเดินผ่านเขาไป เขาก็รีบทักฉันเลย บอกว่าฉันจะกลับมาเจอเนื้อคู่ที่บ้านเกิดเว้ย! และเนื้อคู่ของฉันจะต้องเป็นผู้ชายที่ฉันเห็นแล้วจะต้องหลงรักเขาในทันที เนี่ย!!!...ฉันยังคิดถึงคำพูดของหมอดูคนนั้นอยู่เลย” อิงฟ้าพูดจบก็ยิ้มกว้างอย่างมั่นใจในโชคชะตา ราวกับว่าเป็นพรมหมลิขิตที่นำพาเธอมาพบกับเขาจริงๆ

“แกแน่ใจเหรอ ว่าเค้าจะอยู่เป็นโสดเพื่อรอคอยแกน่ะ หึ!!! หล่อ ๆ แบบนั้น ร้อยทั้งร้อยถ้าไม่มีแฟนไปแล้วก็เป็นเกย์ชัวร์” เจนนิสาสวนกลับอย่างรวดเร็ว พลางยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

“หื้ยยย!!!...อย่าเพิ่งไปคิดว่าเค้าเป็นเกย์สิ” อิงฟ้าทำท่าตกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบแย้งทันควัน

“อิงฟ้า!!!...แกแน่ใจแล้วเหรอ...ว่าจะทำเรื่องบ้าบอแบบนี้” เจนนิสาถามย้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าเหลือเชื่อและเป็นกังวล เรื่องที่อิงฟ้ากำลังจะทำมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย

“ใช่แล้วเจน... คุณดลภพคือผู้ชายที่เพอร์เฟกต์ที่สุดสำหรับฉันในเวลานี้ และพรหมลิขิตก็ได้ส่งเค้ามาให้ฉัน” อิงฟ้าเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม ไม่มีอะไรจะมาสั่นคลอนความตั้งใจของเธอได้

“เฮ่อ!!!... ฉันว่าแกอาการหนักแล้วว่ะ..อิงฟ้า” เจนนิสาถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเพื่อสงบสติอารมณ์

“อย่าเพิ่งว่าฉันสิ แกน่ะต้องช่วยฉันยัยเจน!!! แล้วที่คุณดลภพเค้าไม่จริงจังกับใครน่ะ มันก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะไม่แมนนี่ แค่เค้าอาจจะยังไม่เจอคนที่ใช่... และคนที่ใช่ของเค้าก็อาจจะเป็นฉันก็ได้นี่นา!” อิงฟ้ายิ้มกว้าง ก่อนจะพูดต่อด้วยแววตาท้าทาย สายตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับเหมือนมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่

“ดูแกมั่นใจจัง แล้วก็อย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งละกัน” เจนนิสาแกล้งเย้า แต่ในใจก็แอบทึ่งกับความบ้าบิ่นของเพื่อน

“แกว่า...เรื่องนี้มันท้าทายดีมั้ย... เจน!” อิงฟ้าเอ่ยถามอย่างสนุกสนาน ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเกมที่เธอต้องเอาชนะให้ได้ เพื่อนของเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป