บทที่ 3 บทเรียนอ่อยผู้
“แต่การตามตื้อผู้ชายที่บ้างานขนาดนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ...อิงฟ้า แถมยังเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกันอีก” เจนนิสาส่ายหัวอย่างระอาใจกับความดื้อรั้นของเพื่อน เธอรู้จักนิสัยของท่านประธานธีระดีว่าหวงลูกสาวคนเดียวแค่ไหน ถ้าจับได้ว่าอิงฟ้าไปทำงานในบริษัทคู่แข่งล่ะก็... คงมีเรื่องใหญ่ตามมาแน่
“ไม่รู้ล่ะ! แต่แกต้องช่วยฉัน!!!” อิงฟ้าพูดอย่างเอาแต่ใจ ดวงตาคู่สวยจ้องมองเพื่อนอย่างอ้อนวอน
“ถ้าแกไม่ช่วยฉัน...ฉันจะงอนแกไปตลอดชีวิต”
“เฮ่อ!!!...ช่วยน่ะช่วยได้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเค้า ว่าจะรับแกเป็นเลขาฯ หรือเปล่า” เจนนิสาบอกปัด แต่ก็รู้ดีว่าสุดท้ายก็ต้องยอมเพื่อนอยู่ดี แค่เห็นแววตาของอิงฟ้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอก็ทำใจแข็งไม่ลงแล้ว
“แล้วเลขาฯ คนเก่าของเขาจะลาออกเมื่อไหร่” อิงฟ้าถามอย่างตื่นเต้น ไม่ได้สนใจคำทักท้วงของเจนนิสาเลยแม้แต่น้อย
“ก็คงสิ้นเดือนนี้ เธอจะไปอยู่เมืองนอกกับสามีนะ เห็นว่างั้น” เจนนิสาบอกอย่างจำใจ
“โอเค! งั้นวันนี้เดี๋ยวฉันไปยื่นใบสมัครเลย!” อิงฟ้าลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความกระตือรือร้น ท่าทางกระฉับกระเฉงราวกับนักรบที่กำลังจะออกไปรบ
“เฮ่อ!!.. ฉันรู้สึกกังวลยังไงไม่รู้ว่ะแก” เจนนิสาบ่นอุบ แต่ก็ลุกตามเพื่อน
“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ไม่มีใครรู้รายละเอียดฉันนักหรอก” อิงฟ้าเอ่ยอย่างสบายใจพลางกะพริบตาปริบๆ
“ว่าแต่แกเปลี่ยนนามสกุล แบบนี้คุณแม่จะไม่ว่าเอาเหรอ” เจนนิสาถาม เพราะอิงฟ้าแอบเปลี่ยนนามสกุลในเอกสาร เพื่อไม่ให้ใครจับได้ว่าเธอเป็นลูกสาวท่านประธานใหญ่
“ก็อย่าให้รู้สิ!” อิงฟ้ายิ้มกริ่ม ก่อนจะคว้าแขนเพื่อนแล้วลากออกไปจากคาเฟ่
“อือๆๆ” เจนนิสาตอบรับแบบขอไปที ก่อนจะยอมเดินตามเพื่อนตัวแสบไป
วันต่อมา หลังจากที่อิงฟ้าไปยื่นใบสมัครเป็นเลขาฯ ของดลภพเรียบร้อยแล้ว
“แกจะไปเป็นเลขาฯ ของเขาทั้งที ไม่มีประสบการณ์เลยไม่ได้นะ!!” เจนนิสาเอ่ยเตือนเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง แววตาเต็มไปด้วยความกังวล และรู้ดีว่าอิงฟ้ามีความสามารถ แต่การทำงานในออฟฟิศระดับนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องความสามารถเพียงอย่างเดียว
“ก็ถึงต้องพึ่งแกนี่ไง!” อิงฟ้าตอบเพื่อนระหว่างที่ทั้งสองออกมาทานมื้อเที่ยงด้วยกัน
“แกเป็นเลขาฯ ของคุณตรีทศจนได้เค้ามาเป็นแฟน มีเทคนิคอะไรดี ๆ ก็บอกฉันบ้างสิ” อิงฟ้ากระซิบเสียงออดอ้อนเพื่อนรัก แล้วทำท่ากะพริบตาปริบๆ
“ฉันหมายถึงเรื่องงานย่ะ...เรื่องงาน!!!” เจนนิสาเน้นเสียงหนักอย่างเป็นจริงเป็นจัง และพยายามดึงเพื่อนกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง แต่ก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้กับความขี้เล่นของอิงฟ้า
“ก็เอาทั้งเรื่องงาน แล้วเรื่องพิชิตใจบอสด้วยเลยสิ โอเค๊!” อิงฟ้ายิ้มหวานให้เพื่อนรัก
“ถ้าผิดหวังขึ้นมา...แกจะมาโทษฉันไม่ได้นะ คุณดลภพนั่นผู้ชายระดับอัลฟ่าเลยนะแก ไม่ใช่จะมาอ่อยกันง่ายๆ นะเว้ย!” เจนนิสาถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ไม่เป็นไรน่า! ขอแค่เทคนิคดี ๆ มาก่อน” อิงฟ้าพูดอย่างไม่ยี่หระ เธอยกมือขึ้นค้ำคาง มองเจนนิสาด้วยแววตาออดอ้อนสุดฤทธิ์ เจนนิสามองเพื่อนอย่างจนใจ ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ให้เค้ารับแกไปเป็นเลขาฯ ก่อนเถอะ ถึงเวลานั้นแล้วฉั้นค่อยสอน” เจนนิสาผุดลุกขึ้นก่อนจะเดินหนีเพื่อนสนิทที่เป็นถึงลูกสาวเจ้านาย เพราะตอนนี้เธอกำลังทำงานเป็นเลขานุการให้กับคุณตรีทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารภายใต้บริษัทของท่านประธานธีระ หากท่านประธานรู้เรื่องเข้าว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการของอิงฟ้า อาจจะทำให้เธอและแฟนถูกไล่ออกได้ง่ายๆ งานนี้ดูไม่คุ้มกับความเสี่ยงเอาเสียเลย!
“มันจะไม่ทันการณ์เอาน่ะสิ แกบอกมาเลยเจน เอาเทคนิคที่แกใช้กับคุณตรีทศเค้าก็ได้”
“มั่นใจซะอย่าง จบนะ” เจนนิสาพูดพร้อมกับเดินมาที่รถ
“เฮ่ย!!..แค่มั่นใจอย่างเดียวเนี่ยนะ” อิงฟ้าตอบก่อนจะวนไปนั่งตำแหน่งคนขับรถ
“อื้ม.....ก็ถ้าสมมุติว่าแกได้ไปเป็นเลขาฯ ของเค้าจริง ๆ โอกาสมันอยู่ตรงหน้าแกแล้วไง”
“อันนั้นฉันรู้อยู่แล้ว แต่ของแบบนี้มันก็ต้องมีขั้นตอนป่าววะแก”
“เฮ้อ... ก็ได้! เอาล่ะ ๆ... ถ้าแกอยากจะอ่อยคุณดลภพ เค้าจริง ๆ อะนะ แกต้องอ่อยแบบมีชั้นเชิง โดยการเริ่มสร้างความประทับใจจากงานที่แกทำเสียก่อน” เจนนิสาเริ่มเข้าสู่โหมดกูรูเรื่องรัก ดวงตาเป็นประกายอย่างจริงจัง
“เอาเรื่องงานก่อนเลยนะ สิ่งแรกที่แกต้องทำคือ ความกระตือรือร้นเกินเบอร์” เจนนิสาเริ่มบรรยาย
“กระตือรือร้นเกินเบอร์? หมายถึงอะไรกัน” อิงฟ้าถามอย่างงงๆ
“สมมติว่าถ้าคุณดลภพเค้าสั่งงานอะไรมาน่ะ แกก็ต้องทำให้เร็ว! ไม่ใช่แค่เร็วนะ แต่ต้องละเอียดรอบคอบไร้ที่ติ เหมือนว่าแกเกิดมาเพื่อเป็นเลขาฯ ของเขาโดยเฉพาะ!” เจนนิสาอธิบายอย่างมีหลักการ
“ทำให้เขารู้สึกว่า เฮ้ย!!!... ผู้หญิงคนนี้มันทำงานดีเกินไปแล้วจริงๆ ดีจนเค้าขาดแกไม่ได้”
“โอ้โห...ต้องประมาณนั้นเลยเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“โอเค... เข้าใจ แล้วไงต่ออะ!” อิงฟ้าพยักหน้าหงึกๆ
“ต่อมานะ ข้อนี้สำคัญมาก แกต้องฝึกใช้สายตา เคยได้ยินมั้ย ต้องตา ตรึงใจน่ะ แต่วิธีของฉันน่ะ มันจะค่อยเป็นค่อยไปนะ นิ่ง สงบ สยบความเคลื่อนไหว อย่าทำอะไรให้ไก่ตื่นเด็ดขาด”
